RSS

โรงเตี๊ยม คนขี้ขลาดและความทรงจำเล็กๆ

.ผมเกิดในเมืองเล็กๆทางใต้  เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเนินสูงๆต่ำๆ ภาษาบ้านผมรียกว่า”ควน”  ศาลากลางของเมืองตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของควนตามคตินิยม มีวัดอยู่บนควนเรียก”วัดควนวิเศษ” ผมจำได้เวลาปั่นจักรยานต้องยืนปั่นออกแรงฮึดตอนขึ้นควน พอลงจากควนท้องน้อยก็เสียววูบทุกที   มีถนนไม่กี่สายในเมืองวนเดี๋ยวเดียวก็ทั่ว  เป็นเมืองที่มีหอนาฬิกาสูงเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเมื่อผมโตขึ้นมันก็ดูเล็กไปหน่อย มีรถไฟวิ่งจากกรุงเทพฯมาสุดปลายทางที่นี่พร้อมข่าวสารหนังสือพิมพ์จากเมืองหลวง ที่นี่เป็นเมืองเล็กที่ผู้คนแทบจะรู้จักกันหมด โดยเฉพาะย่านตลาดสดเทศบาลซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดของที่นี่

โรงเตี๊ยมเก่าๆหลังหนึ่งตั้งอยู่ท้ายตลาด เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สองชั้น   ด้านล่างเป็นร้านกาแฟและร้านอาหารที่มีคนขายหลายเจ้า บ้างขายข้าวหมูแดง บ้างขายข้าวแกง ขายก๋วยเตี๋ยว มีเก้าอี้ไม้เชคโกและโต๊ะหินอ่อนขาไม้กลึงไว้คอยต้อนรับลูกค้า ด้านบนเป็นห้องพักซ่อมซ่อไม่น่าจะเกินสิบห้อง เถ้าแก่ของร้านนั่งเก็บเงินและเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมไปในตัว บนเคาน์เตอร์ตัวเขื่องยังวางขวดเหล้าประเภทเซี่ยงชุน เสือ๑๑ตัวไว้บริการขี้เหล้าขาประจำ ผมมีชีวิตที่ผูกพันวนเวียนอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ทุกวัน เพราะพ่อผมขายข้าวหมูแดงอยูที่นี่

อ่านต่อ.(ขนาด file 242 KB) ..โรงเตี๊ยม…    

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 13, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ:

รายงานล่าสุด อุณหภูมิโลก น่าจะร้อนน้อยกว่าที่ IPCC คาดการณ์ไว้

เผยแพร่ลงใน The Economist 30 มีนาคม 2013

แม้ว่าปริมาณ CO2 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าก่อนยุคอุตสาหกรรม อุณหภูมิโลกน่าจะขึ้นไปที่ 2 องศาเซลเซียส น้อยกว่าที่ IPCC คาดการณ์ไว้ที่ 4 องศา

test  (ขนาดบทความ 2.14 MB)

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 7, 2013 in Uncategorized

 

จำนำข้าวกับการมุมมองประชากรเชิงมหภาค

บทความนี้จะอธิบายและชี้ให้เห็น สถานการณ์โดยรวมของชาวนาไทยและข้อวิพากษ์ของนักวิชาการต่อโครงการ
รับจำนำข้าวของรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นนโยบายมหภาคที่รัฐใช้เพื่อเข้าแทรกแซงตลาดข้าวไทย โดยหวังจะ
ช่วยยกระดับคุณภาพประชากรของชาวนาไทย และจะได้ใช้ มุมมองการพัฒนาประชากรที่ประกอบด้วยมุมมมองในเชิงมห
ภาคและจุลภาค ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญที่จำเป็นต่อการเพิ่มความเท่าเทียมกันของโอกาสให้ชาวนาได้ มีพื้นที่การแข่งขัน การเข้าถึง การพัฒนาตัวเอง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเลื่อนสถานะทางสังคมของชาวนาไทย

อ่านต่อ file ขนาด 420 KB จำนำข้าว_ความยากจน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 16, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: ,

มหาวิทยาลัยนอกระบบ : มายาคติ หรือของจริง

ข้อเขียนการคัดค้านนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบของ อ.ใจ อึ้งภากรณ์ และ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เผยแพร่อยู่ใน website ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนตั้งแต่ปี 2549 แม้ว่าจะเป็นบทความที่ผ่านมาแล้วครึ่งทศวรรษ แต่บทความขนาดสั้นของอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน ก็ยังถูกนำมาใช้อ้างอิงบนหน้า Facebook “ม.นอกระบบ ม.เกษตร” และ “แนวร่วมนิสิตนักศึกษาคัดค้าน ม.นอกระบบ”  พร้อมกับการเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นปี 2555 ทั้งจาก นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึง บุคลากรของมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ หมอ พยาบาล ใน ห้วงยามที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เป็นต้น กำลังเริ่มขยับเพื่อพามหาวิทยาลัยออกนอกระบบ (ราชการ)

อ่านต่อ file ขนาด 420 KB ข้อสังเกตต่อบทความ มหาวิทยาลัยนอกระบบ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 16, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

การเปลี่ยนแปลงทางประชากร ความไม่เป็นธรรม และนโยบายหลักประกันสุขภาพ

บทความนี้ผู้เขียนมีความเห็นและเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้ นโยบายหลักประกันสุขภาพที่ใช้ อยู่ในทศวรรษที่ผ่านมา (พ.ศ.
2545 – 2555) ซึ่งสามารถขจัดความไม่เป็ นธรรมด้ านสุขภาพและความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้นั้น กำลังจะต้องเผชิญกับประเด็นความไม่เป็ นธรรมด้านสุขภาพแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและแรงงานข้ ามชาติ และนั่นย่อมจะทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดต่อการมองความเป็นธรรมทางสุขภาพและสังคมที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะความคิดแบบเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขอาจใช้ไม่ได้ต่อไป กับความไม่เป็นธรรมนี้

อ่านต่อ file ขนาด 1.6 MB ความท้าทาย…นโยบายหลักประกันสุขภาพ

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 16, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: ,

ปฏิสัมพันธ์ของโลกที่เสี่ยงภัยกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร

ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นปัจเจกบุคคล หรือ องค์กร ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาสามัญ หรือผู้ ที่ต้องตัดสินใจทางนโยบาย ต่างต้องพบกับปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนและความเร็วของการเปลี่ยนแปลงในโลกที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ ถึงกันหมด อาทิ เช่น การ
เลือกบริโภคอาหารไม่ว่าจะเป็ นเนื้อวัว หรือเนื้อไก่ แม้ แต่ภาชนะบรรจุอาหารที่เป็น พลาสติก หรือโฟม ก็กลัวทั้งการติดโรค
(โรควัวบ้า / ไข้หวัดนก) และเสี่ยงต่อการทำลายสภาพแวดล้อม หรือทำให้ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นต้น

ในยุคสมัยที่วิถีชีวิตของมนุษย์ ล้วนได้ รับอิทธิพลจากพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ด้านสังคม และด้านเทคโนโลยี  สัญญาณได้ ชี้ชัดว่ากำลังมีการเปลี่ยนแปลงดุลยภาพครั้ง
ใหญ่ของเศรษฐกิจโลกในสังคมของประชากรโลกที่มีสูงขึ้นเป็น 7,000 ล้านคน พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
pic

 

 

 

 

 

 

อ่านต่อ ขนาด file 1.5MB โลกที่เสี่ยงภัย

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 16, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

How Much Is Enough? เท่าไรจึงจะพอ (ตอนจบ)

บทสุดท้ายของหนังสือเรื่อง How Much Is Enough? เป็นการเสนอแนะแนวนโยบายสำหรับแก้ปัญหาอันสืบเนื่องมาจากระบบทุนนิยม

กระตุ้น ให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้นแบบไม่หยุดยั้งโดยอ้างความเจริญบังหน้า ก่อนเล่าต่อไป ขอเรียนว่า ผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักปรัชญาที่หลอมรวมขึ้นมาจากแนวคิดกระแสหลัก ของสังคมตะวันตก คนหนึ่งเป็นผู้เขียนชีวประวัติของจอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ซึ่งวงการเศรษฐศาสตร์ตะวันตกนับเป็นยอดนักคิดของระบบเศรษฐกิจกระแสหลักแห่ง คริสต์ศตวรรษที่ผ่านมา การที่ผู้เขียนทั้งสองมองว่าเศรษฐกิจระบบทุนนิยมมีปัญหาสาหัสพร้อมๆ กับการถดถอยทางศีลธรรมจรรยาของสังคมตะวันตกมิได้เกิดบนฐานของการต่อต้านระบบ นั้นเช่นผู้นิยมระบบคอมมิวนิสต์ หรือผู้ไม่ศรัทธาในศาสนาคริสต์ หากเกิดบนฐานของการเป็นผู้อยู่ในระบบมานาน ฉะนั้น การอ่านเหตุการณ์ของเขาจึงมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษในบทนี้คือ ผู้เขียนไม่แสดงความเชื่อมั่นแบบเต็มร้อยว่าข้อเสนอของเขาจะแก้ปัญหาได้ ต่างกับบทที่ผ่านมาๆ ซึ่งเขาเสนอเนื้อหาด้วยความเชื่อมั่นสูงมาก นอกจากนั้น เขายังกล่าวว่าข้อเสนอของเขาเป็นเพียงการชี้แนะขั้นต้นเท่านั้น ความไม่เชื่อมั่นของผู้เขียนอาจมองได้ว่า ปัญหานั้นหนักหนาสาหัสยิ่งจนเขาอ่านว่าไม่สามารถแก้ได้ นั่นอาจหมายความว่าสังคมโลกจะต้องล่มสลายด้วยการกระทำของธรรมชาติเสียก่อน แล้วจึงกลับมาเริ่มต้นกันใหม่

เนื่องจากผู้เขียนมองว่า ความถดถอยทางศีลธรรมจรรยาเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหา เขาเสนอว่าฝ่ายศาสนาจะต้องมีบทบาทในการแก้ไขด้วย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เสนอรายละเอียดมากนักนอกจากพูดถึงหลักของศาสนาคริสต์นิกายโรมัน คาทอลิกเป็นส่วนใหญ่ การที่เขาไม่แสดงความเชื่อมั่นในด้านนี้อาจตีความหมายได้ว่าผู้เขียนมองวง การศาสนาว่าตกอยู่ใต้อำนาจของระบบทุนนิยมไม่ต่างกับวงการอื่น ประเด็นนี้คงเป็นที่เข้าใจของคนไทยส่วนใหญ่เป็นอย่างดีเนื่องจากมีตัวอย่าง ให้ดูอยู่เป็นประจำ เมื่อฝ่ายศาสนาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก การแก้ปัญหาจะต้องมาจากนโยบายของฝ่ายรัฐซึ่งผู้เขียนสรุปว่าต้องมีเป้าหมาย หลัก 2 ด้านด้วยกันคือ การแบ่งสันปันส่วนผลผลิตในเศรษฐกิจจะต้องเท่าเทียมกันมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน และความกดดันให้เกิดการบริโภคแบบไร้ความจำเป็นจะต้องลดลง

ในด้านการแบ่งสันปันส่วนให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้น ผู้เขียนเสนอมาตรการสามด้านให้พิจารณาคือ เพิ่มค่าตอบแทนให้แก่อาชีพต่างๆ รวมทั้งครู หมอ พยาบาลและข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ออกกฎหมายให้เกิดการลดชั่วโมงทำงานของลูกจ้างลงเรื่อยๆ และให้รัฐประกันรายได้เบื้องต้นแก่ทุกคนในสังคมตามความเหมาะสมของสภาพ เศรษฐกิจซึ่งอาจหมายถึงระบบภาษีจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ผู้ที่มีรายได้สูง จ่ายภาษีมากขึ้นกว่าในระดับที่เป็นอยู่

ในด้านการลดความกดดันให้เกิดการบริโภค สิ่งแรกที่ผู้เขียนเสนอให้พิจารณาได้แก่การห้ามบริโภคสินค้าจำพวกหรูหรา เพื่อโอ้อวดสถานะบางชนิดคล้ายกับการห้ามบริโภคยาเสพติดร้ายแรง เนื่องจากการห้ามเป็นมาตรการรุนแรงมากจากมุมมองของเสรีภาพในการดำเนินชีวิต ของบุคคล รัฐอาจใช้มาตรการภาษีในแนวที่ใช้กับสินค้าบางชนิดอยู่แล้วรวมทั้งผลิตภัณฑ์ ยาสูบและแอลกอฮอล์ นอกจากนั้น ยังอาจใช้มาตรการเก็บภาษีก้าวหน้าจากการบริโภคโดยทั่วไปโดยยกเว้นสิ่งจำเป็น เบื้องต้นสำหรับการดำเนินชีวิต เนื่องจากในยุคนี้ ภาคการเงินมีอิทธิพลสูงมากจากการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินซึ่งไม่นำไปสู่การ ผลิตสิ่งที่จำเป็น ฉะนั้น เขาจึงเสนอให้เก็บภาษีธุรกรรมทางการเงินที่รู้กันในนามของ “ภาษีโทบิน” ตามชื่อของนักเศรษฐศาสตร์เจมส์ โทบิน ผู้เสนอภาษีแนวนี้เมื่อปี 2515

อนึ่ง คงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า การโฆษณามีอิทธิพลต่อการบริโภคสูงมาก ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเสนอให้ควบคุมการโฆษณาอย่างเข้มงวดกว่าที่สังคมต่างๆ ทำกันอยู่ในปัจจุบัน เขายกตัวอย่างในบางประเทศมาเสนอว่าการควบคุมการโฆษณาแบบเข้มงวดนั้นทำได้รวม ทั้งในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยสูงด้วย ยิ่งกว่านั้น เขาเสนอให้ห้ามนำงบประมาณการโฆษณามารวมเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการอันเป็นการ บังคับให้บริษัทห้างร้านต้องพิจารณาความคุ้มค่าของการโฆษณาอย่างเข้มข้นขึ้น อีกระดับหนึ่ง

ดังที่อ้างถึงในตอนต้น เนื้อหาของหนังสือเป็นเรื่องของสังคมตะวันตก ในตอนสุดท้ายของบท ผู้เขียนพูดถึงประเทศยากจนสั้นๆ โดยมองว่าจะทำอย่างไรประเทศเหล่านั้นจึงจะสามารถยกระดับการพัฒนาขึ้นมาให้ ประชาชนของตนสามารถมี “ชีวิตที่ดี” ได้ เขามองว่า ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องลดการมุ่งเน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการส่งออกและ การกระตุ้นการบริโภคเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศก้าวหน้ามาแล้ว ส่วนทางด้านประเทศก้าวหน้า เขาเสนอว่าต้องลดการใช้ประเทศกำลังพัฒนาเป็นปัจจัยในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งคงหมายถึงลดการเอาเปรียบลงด้วย นอกจากนั้น เขาเสนอให้ช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาโดยการให้ทุน ในบริบทนี้เขาใช้คำว่า “เพียงพอ” (sufficiency) โดยเสนอว่าประเทศก้าวหน้าควรช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาไปจนกว่าประเทศกำลัง พัฒนาจะมีเศรษฐกิจในระดับที่ประชาชนโดยทั่วไปเข้าถึงปัจจัยเบื้องต้นตามความ จำเป็นของการดำเนินชีวิตอย่างเพียงพอ ความเพียงพอในที่นี้ชี้ชัดว่าเป็นความเพียงพอทางร่างกายซึ่งเป็นส่วนประกอบ สำคัญของการนำไปสู่ความพอใจในชีวิต แน่ละ เมื่อใดความเพียงพอทางร่างกายและความรู้สึกพอใจในชีวิตเกิดขึ้นพร้อมกัน เมื่อนั้นความ “พอเพียง” ที่แท้จริงย่อมเกิดขึ้น

http://bit.ly/V1CTRb

 
 

ป้ายกำกับ: ,

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.