RSS

20 ปี ประเทศไทย ทำไมมีแต่คน Gen B

18 ส.ค.

15 สิงหาคมอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จัดงานประชุมประจำปี 2551 ในหัวข้อ วิสัยทัศน์ประเทศไทย…..สู่ปี 2570  หรือหน้าตาประเทศไทยอีก 20 ปีข้างหน้า ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

แต่ที่เป็นประเด็นฮ็อตอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์หลังนายกฯ สมัคร ไปแสดงวิสัยทัศน์ในวันถัดๆ มา  กลับกลายเป็นเรื่องที่วันนั้น นายกฯ คงลืมตัวคิดว่าตัวเองเป็น “ผู้ว่า กทม.  เลยแสดงวิสัยทัศน์ป้วนเปี้ยนไม่พ้นขอบแดน กทม. ไม่ว่าจะเป็น เรื่องวงแหวนใยแมงมุม ไปจนถึงความเห็นที่จะย้ายชุมชนแออัดไปให้พ้นสายตาของคนกรุงเทพฯ  ส่วนสาระสำคัญของการประชุมและความเห็นของ กุรุ” .ในวันนั้น กลับเป็นข่าวอยู่เพียงน้อยนิดอย่างคาดไม่ถึง …..ข้อสังเกตนี้อาจสะท้อนอะไรบางอย่างต่อ สศช. ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเหมือน สมองของประเทศก็อาจเป็นไปได้นะครับ

ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดข้อมูลของ สศช. ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดี เป็นข้อมูลพื้นฐานที่รอบด้านทีเดียว ท่านสามารถติดตามอ่านรายละเอียดได้จาก website ของ สภาพัฒน์ฯ นะครับ

พ้นไปจาก ข้อมูลเอกสารต่างๆ ที่ สศช. ได้ทำการบ้าน ศึกษาวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีแล้วนั้น ผมมีความเห็นว่า เราควรต้องตั้งข้อสงสัยให้มากว่า ทำไมการมองอนาคต 20 ปีข้างหน้าของสังคมไทย  สศช. จึงเลือกแต่ กุรุ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นคนอายุรุ่นน้า รุ่นอา ไปจนถึงรุ่นลุงเท่านั้น  (ตัวอย่าง คือ ลุงหมัก น้าโฆษิต นั่นเอง)  ซึ่งหากจัดรุ่นกัน กุรุเหล่านี้ คงอยู่ในยุค Baby Boom แม้คนเหล่านี้จะผ่านประสบการณ์มามากมาย แต่ก็ใช่ว่าประสบการณ์จากโลกกลมๆ ที่เขาเคยมี มันจะเป็นคำตอบสำหรับอนาคตได้เสมอไป ยิ่งเป็นอนาคตในโลกที่แบนๆ ด้วยแล้วล่ะก็ ความรู้ในอดีต อาจเป็นของเบาหวิวเอาเลยทีเดียว

ในความเห็นของผม ในเวทีประชุมวันนั้น กุรุเหล่านี้ ควรจะต้องมาถอดบทเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมา เขามีฐานวิธีคิดในการออกแบบประเทศอย่างไร  รวมถึงมียุทธศาสตร์ในการนำพาประเทศอย่างไร ที่มีส่วนทำให้สังคมไทยปัจจุบัน ประสบกับปัญหามากมายขนาดนี้  อีกทั้งยังไม่มีความพร้อมที่จะวิ่งแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย เขาควรจะใช้เวลาในวันนั้น นั่งปรึกษาหารือกันภายในว่าเขาจะแก้ไขปัญหาที่พวกเขาได้มีส่วนทำให้มันเกิดขึ้นอย่างไร มากกว่าจะออกมาพูดต่อหน้าสาธารณะว่าเขาคิดฝันถึงสังคมไทยในอนาคตอย่างไร

ส่วนอนาคต 20 ปีข้างหน้า ผมเห็นว่าควรทิ้งให้เป็นภาระของคนยุค Generation D (digital) Generation Y (Why I was born?) หรือแม้กะทั่ง Generation X (Extraordinary)  บ้างก็ได้ครับ เพราะสังคมแห่งอนาคต ควรเป็นสังคมที่คนรุ่น Gen D ไล่ลงมาถึง Gen X ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกำหนด คิดออกแบบ ตกแต่งอย่างมาก ว่าพวกเขาจะอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างไร ตรงนี้แหละครับ ที่บทเรียนของ กุรุ ทั้งหลายจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกเขาที่จะไม่ทำผิดพลาดอีกครั้ง

โลกที่มันแบนๆ ทุกวันนี้แตกต่างจาก โลกกลมๆ ในหลายสิบปีที่ผ่านมาอย่างมาก ถึงแม้ว่า คน Gen B จะบอกว่า ตนเองเข้าใจ และรับรู้เรื่องโลกที่แบนๆ มาช่วงหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เอาเข้าจริงทั้งฐานวิธีคิด การให้คุณค่าและความหมายของชีวิต ความเชื่อต่อโลก โดยเฉพาะในเรื่องจิตวิญญาณนั้น ผมต้องบอกว่า เราแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ในยุคสมัยของท่าน ความสำเร็จของชีวิต วัดกันด้วยมาตรฐานของเงินตรา สิ่งฟุ่มเฟือย แต่ในยุคสมัยของเรา ความสำเร็จ กลับอยู่ที่ความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต การให้เวลากับครอบครัว และการบริโภคให้น้อยลง

ในยุคสมัยของท่าน ฟูมฟักความร่ำรวยด้วยการพยายามจะครอบครอง เป็นเจ้าของทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ทรัพยากรชีวภาพ หรือความรู้ ผ่านการจดสิทธิบัตรและทรัพย์สินทางปัญญา แต่ในยุคสมัยของเรา เราร่ำรวยด้วยการแบ่งปัน เชื่อว่าปัญญาเป็นของมนุษย์ชาติที่ไม่ควรถูกผูกขาดเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง พวกเราส่งเสริม open source ทุกรูปแบบ ซึ่งขัดแย้งในหลักการอย่างสิ้นเชิงกับ กฎหมายที่ท่านได้ออกแบบไว้   

เคยสงสัยไหมครับ ทำไมความคิดริเริ่มดีๆ หลายอย่าง เช่น ข้อเสนอเรื่องการใช้ GDH มาแทน GDP ที่สะท้อนให้เห็นถึง การกลับทิศการพัฒนาสังคมที่ควรเป็นไปในอนาคต กลับไม่มีโอกาสได้เติบโตในยุคที่คน Gen B กุมชะตาบ้านเมือง แม้ว่าเขาจะเข้าใจและเห็นดีด้วย แต่ฐานความเชื่อมันไม่ไปด้วยกันครับ…ความแตกต่างเช่นนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมเห็นว่า ท่านไม่ควรมาทำหน้าที่คิดฝันถึงสังคมอนาคตแทนคนรุ่นใหม่

แต่หากคนยุค Gen B ซึ่งมีตำแหน่งแห่งที่ทางสังคมที่สำคัญในประเทศนี้ ยืนยันที่จะมีส่วนในการสร้างสังคมในอีก 20 ปีข้างหน้าให้เป็นสังคมที่คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้น ลุงๆ น้าๆ อาๆ ต้องคิดและลงมือทำให้สังคมในปัจจุบัน เป็นสังคมที่เอื้อต่อการทำให้ คนยุค Gen D และ Gen Y เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ  เพราะหากวันนี้เรายังไม่สามารถทำให้สังคมเป็นเนื้อดินอันอุดมที่จะบ่มเพาะให้คนยุคใหม่เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพได้ ก็อย่าไปมัวเสียเวลาฝันหวานถึงอนาคตที่ไม่มีอยู่จริงอยู่เลยครับ

บุญรักษาครับ

Advertisements
 
1 ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 18, 2008 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ:

One response to “20 ปี ประเทศไทย ทำไมมีแต่คน Gen B

  1. ข้าวเหนียวก้อนละบาท

    สิงหาคม 31, 2008 at 12:41 am

    คำที่ผ่านตาล้วนน่าจดจำ

    คำที่ทำให้คิด พินิจว่า

    บางครั้งบางครา…..และเวลา

    ต้องเริ่มก่อนจะสาย…….เกินแก้

    …………………………………..

    เลิศ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: