RSS

สกอ., นร.ม.6 กับระบบรับสมัครที่ผมคิดว่า “ห่วย”

11 ก.พ.

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ในแวดวงการศึกษาคงไม่มีข่าวไหนร้อนแรงเท่าข่าวเด็ก ม.6 ออกมาร้องเรียนเรื่องระบบการสมัครและการจ่ายตังค์ของ สกอ. มีปัญหา ทำให้เขาหมดสิทธิสอบแอดมิชชั่นในปีนี้

 

ยังไม่ทัน ที่ข้อเท็จจริงจะถูกเก็บรวบรวมให้เห็น ขนาดของปัญหา ขั้นตอนที่บกพร่อง ผู้ (ไม่) รู้จำนวนมากก็ออกมาให้ความเห็นกันมากมาย ตาม website ผมขอยกเอากรณี pantip ห้องห้องสมุดในกระทู้นี้ครับ

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K7507052/K7507052.html#86

 

สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ บุคคลจำนวนมากใน website ต่างวิพากษ์วิจารณ์ นักเรียนที่ออกมาเรียกร้องกันอย่างสนุกสนาน โดยไร้ซึ่งข้อเท็จจริงสนับสนุน นอกจาก ข้อมูลเพียงเล็กน้อยที่ได้จาก เลขาธิการ สกอ. / รมช.กระทรงศึกษา ซึ่งยืนกระต่ายขาเดียวว่า เด็กบกพร่อง ระบบดีอยู่แล้ว (แต่ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ตอนเย็นๆ ว่าต้องมีการปรับปรุง) และ ข้อมูลเอกสารที่เด็กนำออกมายืนยันว่า เอกสารของ สกอ. ไม่มีการระบุวันสุดท้ายของการชำระเงิน (เอกสารชิ้นนี้ ผมก็เห็นเอกสารของหลานผมว่าไม่มีการระบุวันไว้จริงๆ แต่หลายคนบอกว่า ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอต่อการเดาได้ว่าต้องจ่ายเงินเมื่อไร…แต่เอกสารรุ่นหลัง ของ สกอ. กลับเพิ่มข้อมูลเรื่อง วันที่ต้องชำระเงินไว้ชัดเจน)

 

ข้อมูลเล็กน้อยเหล่านี้ เราต่างก็ได้มาจากการอ่านหนังสือพิมพ์ หรือไม่ก็ได้ยินและเห็นเอกสารจากรายการข่าวโทรทัศน์ แต่มีข้อมูลอีกจำนวนมากที่เราไม่รู้ แต่มันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากฝ่าย สกอ. อย่าง วิธีคิดในการออกแบบระบบ คืออะไร  คนออกแบบรู้และเข้าใจ user มากน้อยขนาดไหน คนออกแบบระบบมีสมมติฐานต่อนักเรียน ม.6 ของประเทศไทยว่าเป็นอย่างไร คนออกแบบระบบรู้หรือไม่ว่า มีนักเรียน ม.6 ในเมืองไทยสักกี่มากน้อยที่เข้าไม่ถึง internet จากที่บ้าน  มีนักเรียน ม.6 ที่พิการสายตาและใช้ internet ไม่ได้สักกี่มากน้อย หากระบบ internet ขัดข้องมีทางเลือกใดอีกบ้าง เป็นต้น  ขณะเดียวกัน เราต่างก็ไม่รู้ว่า ลักษณะครอบครัวของนักเรียนคนนี้ นิสัยและพฤติกรรมของนักเรียน ผลการเรียนของนักเรียนคนนี้ ความผิด ความดีที่นักเรียนคนนี้เคยทำ

 

โดยไม่เข้าใจอะไรเลย แต่คนจำนวนมาก กลับสนุกปากที่จะวิเคราะห์และตัดสินอย่างเป็นตุเป็นตะว่า เด็กขาดความรับผิดชอบ  

 

ขณะเดียวกันมีอยู่เพียงไม่กี่ความเห็นเท่านั้น ที่พยายามจะชี้ให้ เห็นว่า อะไร คือ ข้อเท็จจริง อะไรคือการคาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน โดยเฉพาะ ข้อเท็จริงในเรื่องระบบของการรับสมัคร และวิธีคิดเกี่ยวกับการออกแบบระบบ ซึ่งคนในจำนวนไม่กี่คนนี้เห็นว่า เป็นสาระที่จะช่วยพัฒนาให้ระบบรับสมัครดีขึ้นได้ โดยคำว่าดีขึ้นในที่นี้ คือ มีความผิดพลาดน้อยลง หรือที่มีเพื่อนบางคนเรียกว่า foolproof  ที่ดี มีทางเลือกที่มากขึ้น และมีระบบ early warning ที่ดีกว่าเดิม ซึ่งผมจะขอเอามาขยายต่ออีกสักหน่อย

 

ผมจะขอเริ่มจากวิธีคิดเกี่ยวกับการออกแบบระบบก่อน โดยสัตย์จริงผมคิดว่า สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาควรมีพันธกิจที่จะต้องการันตี ความเท่าเทียมกันให้ นร.ม.6 ทุกคน ไม่ว่า เด็กคนนั้นจะอยู่ในโรงเรียนที่ฝ่ายแนะแนวไม่ทำงาน หรือเอาใบสมัครไปแล้วแต่ไม่สมัครให้เด็ก  ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเข้าถึง internet ได้หรือไม่ได้ ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะพิกลพิการเช่นไร เขาเหล่านี้ คือ ลูกค้า ที่ สกอ. ต้องพิทักษ์ความเท่าเทียมกันในโอกาสได้รับการศึกษา

 

นั่นหมายถึง สกอ. ต้องยอมรับว่า ลูกค้าของคุณมีความหลากหลาย ไม่เท่าเทียม แตกต่างกันทางร่างกาย แตกต่างกันด้วยฐานะเศรษฐกิจ และที่ตั้งถิ่นฐาน หากคุณเข้าใจดังนี้ หลักพื้นฐานของการออกแบบคือ universal design  

 

ซึ่งนั่นก็หาได้ยากยิ่งในการออกแบบ สิ่งของหลายอย่างในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ๆ อย่าง อาคาร หรือสำนักงานจำนวนมาก ออกแบบมา โดยไม่มีทางลาดขึ้น หรือเครื่องช่วยเหลือผู้พิการ หรือ มนุษย์ล้อ ให้สามารถเข้าสู่ตัวอาคารได้ (แม้แต่ตึกเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของผม ก็เช่นเดียวกัน สถาปนิกของเราก็ไม่ค่อยคิดว่า มนุษย์มีความแตกต่างกัน ครับ)…..หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่าง การออกแบบ กล่องใส่นมพาสเจอร์ไรท์หรือกล่องน้ำผลไม้ หากคุณสูญเสียความสามารถทางสายตา คุณก็มีสิทธิที่จะหยิบกล่องผิด เพราะกล่องมันไม่ได้ถูกออกแบบให้มีความแตกต่างกันเลย  ซึ่งต่างจากในต่างประเทศ ที่เขาออกแบบให้กล่องแตกต่างกันเพียงแค่ บากร่องบางด้านเท่านั้น เพื่อให้ได้สัมผัสที่แตกต่างสำหรับผู้ที่สูญเสียความสามารถในการมอง แบบนี้แหละครับที่ผมเรียกว่า universal design เป็นการออกแบบที่คำนึงว่าในสังคมนี้ มีมนุษย์ที่แตกต่างหลากหลายครับ    

 

กลับมาที่ระบบการรับสมัครของ สกอ. เท่าที่ผมทราบ มีอยู่เพียงระบบเดียวนั่นคือ internet  คงพอคิดออกใช่ไหมครับว่า ใครจะไม่สามารถเข้าถึงระบบนี้ได้บ้าง แต่นายมณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553 ออกมายืนยันเมื่อ 10 ก.พ. ว่า ระบบนี้ เป็นระบบที่เหมาะสม รัดกุม และอำนวยความสะดวกให้เด็กมากที่สุด…เพียงแต่ปรับปรุงภาษาให้ชัดเจน และกำหนดวันสิ้นสุดการชำระเงินเพิ่มไว้ใบสมัครที่จะนำไปชำระเงินด้วย โดยจะพิมพ์อักษรตัวใหญ่สีแดงเพื่อให้เห็นชัดเจน  นั่นอย่างไรครับ ในที่สุดก็ยอมรับว่า ภาษาไม่ชัดเจน ไม่กำหนดวันสิ้นสุดการชำระเงิน…จึงต้องเพิ่มเติม

 

แต่สิ่งที่ผมจะขออธิบายเพิ่ม คือ ระบบนี้ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้แก่เด็กมากที่สุดหรอกครับ แต่มันอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่มากที่สุดมากกว่า และที่มากกว่านั้น ก็คือ ผมว่าระบบมันห่วย ที่ว่าห่วย เพราะ ระบบมันไม่มี foolproof  

 

หากก่อนหมดเวลาจ่ายสัก 2 อาทิตย์ เมื่อระบบรู้ว่าเด็กที่เข้ามากรอกใบสมัครไว้เกือบ 20,000 คนยังไม่จ่ายเงิน (หรือแม้แต่รู้ว่ามีเด็ก 1 คนยังไม่จ่ายเงิน – จำนวนไม่ใช่ประเด็นนะครับ) ระบบต้องคิดที่จะทำอะไรสักอย่างแล้วครับ ทั้งนี้ก็เพื่อ ยืนยันว่า คุณแคร์ หรือสนใจที่จะการันตีว่า นร.ม.6 ทุกคนได้จะได้รับความเท่าเทียมกันในโอกาสได้รับการศึกษา….

 

หากเราไปดูระบบการให้บริการอื่นๆ ของเอกชน เมื่อคุณตกลงใจที่จะเป็นลูกค้าเขาแล้ว เขาจะพยายามรักษาฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ บัตรเครดิตที่มีลูกค้านับล้านคน ระบบที่ดีของเขายังสามารถที่จะติดตามและส่งข้อความมาเตือนลูกค้าทาง SMS ได้ว่า ผมใช้เงินใกล้เกินวงเงินที่ผมกำหนดแล้ว (ดีแตก) หรือ คุณต้องชำระหนี้บัตรเครดิต อีก 2 วัน(ชีทตี้แบงค์) ซึ่งแตกต่างจากระบบที่ดีของท่านประธานคณะทำงานศึกษาระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาอย่างฟ้ากับเหว เพราะเอาเข้าจริงแล้ว คุณก็ไม่ได้แคร์ ลูกค้าที่เป็น นักเรียนชั้น ม. 6 จริงๆ หรอกครับ

 

ระบบที่ออกแบบโดยขาดสำนึกของความหลากหลายของผู้ใช้บริการ ระบบที่ไม่มี feed back loop หรือระบบที่ไม่มี foolproof  เพื่อป้องกันการความผิดพลาดของมนุษย์ ระบบเช่นนี้ สำหรับผมแล้ว ไม่สามารถสรุปเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากคำว่า ห่วย ครับ

Advertisements
 
3 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 11, 2009 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

3 responses to “สกอ., นร.ม.6 กับระบบรับสมัครที่ผมคิดว่า “ห่วย”

  1. บาว

    กุมภาพันธ์ 11, 2009 at 1:07 am

    สุดยอดครับ อ.หมู

     
  2. Zero_Zero

    กุมภาพันธ์ 14, 2009 at 10:47 am

    แวะมาอ่านครับ ขอบคุณครับที่เขียนบทความให้อ่านกัน 🙂

     
  3. ปัญญรักษ์

    กุมภาพันธ์ 14, 2009 at 8:17 pm

    เห็นด้วยกับ อ.หมูในหลายประเด็นครับ เช่น
    1. มีการออกความเห็น หรือให้ความเห็นไปโดยขาดข้อมูลทีถูกต้อง(บ่อยครั้ง) สื่อก็รีบร้อนเสนอโดยไม่สนใจความถูกต้องของข้อมูล ใช้วิธีโยนความผิดให้แหล่งข่าวหรือเปล่า
    2. การออกแบบระบบให้บริการที่ดำเนินการโดยบุคคลของรัฐมักจะขาดการเอาใจใส่ผู้รับบริการ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมานาน… บางครั้งก็ดูเหมือนเขาต้องการปกป้องตัวเองมากเกินไปจนไม่มีทางออก(หรือเปล่า)

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: