RSS

“สอนหนังสือชุมชนจินตกรรมของครูเบ็น (1)”

21 ก.พ.
ผมรู้จัก “ครูเบ็น” ของอาจารย์เกษียร ก็เมื่ออาจารย์เกษียร เขียนเรื่องชุมชนในจินตกรรม สักเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งช่วยเปิดวิธีคิดเกี่ยวกับชุมชนให้ผมอย่างมาก และ ผมจึงขอนำ ข้อเขียนของ อาจารย์เกษียร มาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี่ด้วยครับ เพื่อประโยชน์ในวงกว้าง..เป็นข้อเขียน 3 ตอนจบ ครับ (ในโอกาสที่หนังสือของครูเบ็น ได้รับการแปล เป็นภาษาไทยแล้ว)

 

 

 

ผมดีใจ 3 ต่อที่หนังสือ “ชุมชนจินตกรรม” พากย์ไทยของศาสตราจารย์เบเนดิก แอนเดอร์สัน หรือที่ประดาลูกศิษย์ลูกหาเราเรียกขานว่า “ครูเบ็น” ได้แปลและจัดพิมพ์สำเร็จเป็นรูปเล่ม

1) ต่อแรก ก่อนอื่นผมดีใจเพราะผมเคารพรักครูเบ็นมาก ทั้งในแง่ส่วนตัวที่ท่านมีพระคุณต่อผม สนับสนุนให้คนออกจากป่าอย่างผมได้ไปเรียนต่อเมืองนอกและช่วยเหลือด้านต่างๆ จนเรียนจบ อีกทั้งในแง่ปัญญาความรู้ที่ท่านเป็นครูหนึ่งในสี่คนที่ช่วยเปลี่ยนวิธีมองโลกของผมได้แก่ครูชาญวิทย์, ครูชัยวัฒน์, ครูเบ็น และครูนิธิ

ฉะนั้น เมื่อผลงานชิ้นเอกของครูที่เป็นเพชรน้ำหนึ่งในวงวิชาการสังคมศาสตร์ของโลกได้จุติในเมืองไทย ทันให้ครูเบ็นได้เห็นและชื่นชมลูกสัญชาติไทยของครูเล่มนี้ในวาระอายุครูครบ 6 รอบพอดี ผมจึงยินดีมาก

2) ผมดีใจต่อที่สองเพราะผมเป็นอดีตสมาชิกทีมแปลที่ล้มเหลว ได้เคยพยายามร่วมทีมแปลงานชิ้นนี้ แต่ด้วยเหตุนานัปการ ผมแปลล่าช้าเกินกำหนด ไปไม่ตลอดรอดฝั่ง จนต้องบอกศาลาและรู้สึกผิดในใจเสมอมา เมื่อเห็นงานชิ้นนี้สำเร็จลุล่วงในที่สุดด้วยความเพียรพยายาม มานะอุตสาหะของทีมแปลและอาจารย์ชาญวิทย์บรรณาธิการ ก็ดีใจเป็นธรรมดา

3) สุดท้าย ผมดีใจเพราะผมใช้หนังสือเล่มนี้ของครูเบ็นเป็นตำราสอนวิชาว่าด้วยความเป็นชาติ-ชาตินิยมและการเมืองเปรียบเทียบในระดับปริญญาโท-เอกที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และที่อื่นๆ ในเมืองไทยมาหลายปี


จากประสบการณ์ ผมพบว่าความที่นอกจากเนื้อหาตำราลึกซึ้งกว้างขวางมากแล้ว การที่มันเป็นภาษาอังกฤษ นักศึกษาไทยจึงมีปัญหาทับซ้อนทวีคูณในการเข้าถึงเนื้อหาเพราะอุปสรรคด้านภาษา ต้องมัวเสียเวลาฝ่าด่านภาษาเพื่อทำความเข้าใจว่าหนังสือเขียนว่าอะไรกันแน่เป็นหลัก ทำให้ไม่มีโอกาสเวลาและพลังงานไปครุ่นคิดถกเถียงอภิปรายเจาะลึกเนื้อหาของมันในชั้นเรียนเท่าที่ควร บัดนี้เมื่อมีฉบับพากย์ไทยก็จะทำให้การสอนเรื่องนี้ของผมต่อไปข้างหน้าง่ายดายขึ้นมาก ผมขอขอบคุณทีมแปลและบรรณาธิการแทนนักศึกษาของผมไว้ในที่นี้ด้วย

ผมอยากอภิปรายเปิดตัวหนังสือชุมชนจินตกรรม” ของครูเบ็นวันนี้ ไม่ใช่ในฐานะผู้ใช้มันไปเข้าใจและวิเคราะห์วิจารณ์ชาติไทย-ชาตินิยมไทย-ความเป็นไทยดังที่เคยทำมา เพราะนึกอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่ออก

ปรากฏการณ์ชาตินิยมในการเมืองไทยระยะหลังมานี้ทำให้ผมรู้สึกคล้ายที่ Michael Palin ตลกปัญญาชนชื่อดังของอังกฤษซึ่งระยะหลังหันมาเอาดีด้านถ่ายทำและเขียนสารคดีท่องเที่ยวทั่วโลก แกรำพึงซ้ำแล้วซ้ำอีกในฉากจบซ้ำแล้วซ้ำอีกของรายการตลกทีวี Monty Python”s Flying Circus ตอนที่ 16 ซึ่งแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ BBC เมื่อ 29 กันยายน ค.ศ.1970 ว่า :

“I have this terrible feeling of d?j? vu…” (“ผมรู้สึกแย่มากคล้ายกับว่าเคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนแล้ว…”)

นอกจากนี้ ผมเชื่อว่าผู้อภิปรายท่านอื่นคงจะพูดถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็เลยอยากลองหันมาพูดถึงชุมชนจินตกรรม” ในฐานะคนสอนหนังสือเล่มนี้บ้างว่าเท่าที่ทำมาได้ประสบการณ์แง่คิดอะไรพอมาเล่าสู่กันฟัง

หนังสือ “Imagined Communities” ในสายตาอาจารย์ฝรั่ง

Fred Halliday

แรงบันดาลใจให้ผมอยากหันมาอภิปรายในฐานะคนสอนหนังสือเล่มนี้มาจากบทความชิ้นหนึ่งของศาสตราจารย์ Fred Halliday ชื่อ “The revenge of ideas : Karl Polanyi and Susan Strange”, openDemocracy, 24 September 2008, http://www.opendemcoracy.net

Fred Halliday เป็นอดีตอาจารย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชื่อดังที่ London School of Economics and Political Science แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน, อดีตสมาชิกกองบรรณาธิการ New Left Review อันขึ้นชื่อว่าเป็นวารสารวิชาการฝ่ายซ้ายชั้นนำของโลกที่ยืนนานมาร่วมกึ่งศตวรรษ, เขาเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวไอริชของครูเบ็นและปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ทำงานวิจัยอยู่ที่ The Barcelona Institute for International Relations ในสเปน

อันที่จริงบทความของ Halliday ชิ้นนี้มุ่งอภิปรายความคิดของนักเศรษฐศาสตร์การเมืองชั้นนำผู้ล่วงลับไปแล้ว 2 ท่านได้แก่ Karl Polanyi (ค.ศ.1886-1964) กับ Susan Strange (ค.ศ.1923-1998) ซึ่งต่างก็บุกเบิกการวิเคราะห์วิจารณ์เศรษฐกิจทุนนิยมตลาดเสรีโดยเฉพาะภาคการเงินทั้งในระดับประเทศและโลกอย่างสำคัญ ซึ่งความคิดดังกล่าวกลับมาสอดรับกับสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโลกปัจจุบันอย่างเหมาะเจาะสาสมยิ่ง ทว่าบังเอิญตอนต้นบทความนั้น Halliday ได้เล่าประสบการณ์สอนหนังสือ 20 กว่าปีของเขาประกอบอย่างน่าสนใจด้วยว่า : –

มีหนังสืออยู่ 3 เล่มที่ผมสอนแล้วอิ่มเอมใจยิ่งเพราะแต่ละเล่มทำสิ่งที่การศึกษาทั้งหลายทั้งปวงควรทำในแบบของมันเอง นั่นคือท้าทายบรรดาสมมติฐานที่มาจากสามัญสำนึก…

เล่มแรกคืองานคลาสสิคของ E.H. Carr เรื่อง The Twenty Years” Crisis (ค.ศ.1939)?

งานยิ่งใหญ่ที่ปลุกกระตุ้นความคิดเล่มสามคือ The Great Transformation : The Political and Economic Origins of Our Time (ค.ศ.1944) ของ Karl Polanyi…

ส่วนหนังสือสำคัญเล่มสองนั้นได้แก่ Imagined Communities (ค.ศ.1983) ของเบเนดิก แอนเดอร์สัน อันเป็นงานศึกษาว่าอารมณ์ความรู้สึกและความเกี่ยวดองเชื่อมโยงของบรรดาผู้คนที่เอาเข้าจริงไม่เคยประสบพบพานหรือติดต่อกันโดยตรงเลยนั้นมันรวมกันก่อตัวเป็นเอกลักษณ์ร่วมที่พวกเขาเข้าใจว่าเป็นเอกลักษณ์แห่งชาติได้อย่างไร, และยังศึกษาเนื้อแท้ที่มีลักษณะพลการและประดิดประดอยขึ้น (แม้บ่อยครั้งจะเหลือวิสัยจะไปยับยั้งทัดทานได้) ของการนับเนื่องสังกัดที่เพิ่งปรากฏขึ้นนี้…

การได้เอ่ยบอกคนหนุ่มสาวเรือนร้อยจากทั่วโลกว่านี่รู้ไหมชาติต่างๆ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเขานั้นอันที่จริงมันเป็นของสมัยใหม่ ไม่ใช่โบร่ำโบราณ, มันมีฐานความเป็นจริงทางภาววิสัยรองรับมากกว่าความภักดีของแฟนสโมสรฟุตบอลทั้งหลายแหล่แค่นิดเดียว, และแนวคิด “ชาติ” เองเป็นสิ่งต้องสงสัยซักถามได้ทั้งในทางการวิเคราะห์และศีลธรรมนั้น นับเป็นความสุขใจแบบไม่ถือชาติที่หาได้ยากของอาจารย์ผู้สอนเลยทีเดียว

ถ้าพวกเขาจำอะไรอื่นที่ผมสอนไม่ได้เลยละก็ ผมหวังว่าพวกเขาจะจำสิ่งนั้นได้”

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 21, 2009 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: