RSS

บุคคลสาธารณะ……

08 เม.ย.

ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์

 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1239172187&grpid=01&catid=01

การแสดงออกซึ่งความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์สิ่งต่าง ๆ เป็นสิทธิพื้นฐานและเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ  อย่างไรก็ตามเสรีภาพของบุคคลย่อมสิ้นสุดเมื่อไปกระทบกับสิทธิของผู้อื่นเข้า  ก็จะกลายเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย  (abuse of  right)


การแสดงความคิดเห็นจนเป็นข่าวสาธารณะปรากฏตามสื่อต่าง ๆ รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของสมาชิกสภานิติบัญญัติอาจเสี่ยงต่อความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาตามมาตรา  328  ได้


แต่กระนั้น กฎหมายหมิ่นประมาทก็ยังเปิดโอกาสให้อำนาจบุคคลในการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ได้


(1)  เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามครองธรรม  เช่นการไปแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หรือเป็นพยานในศาล การให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนเรื่องทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลอื่น


(2)  ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่  เช่นพนักงานสอบสวนรายงานข้อความหมิ่นประมาทพระบรมเดชานุภาพ เพื่อให้มีการดำเนินการต่อไป  ไม่ทำให้เขากลายเป็นผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสียเอง


(3)  ติชมด้วยความเป็นธรรม  ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ  ข้อนี้คือการแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตตามเสรีภาพในรัฐธรรมนูญนั่นเอง  โดยเฉพาะการ
วิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ  (public  figure)  ซึ่งจะเป็นประเด็นหลักในบทความนี้


(4)  ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม


ตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ใน (3) ข้างต้น หมายถึง การวิพากษ์ติชมบุคคลสาธารณะ  ซึ่งหมายถึงบุคคลที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน  เช่น  ดารา  นักแสดง  หรือผู้ซึ่งการกระทำของเขามีผลกระทบต่อสาธารณะ  เช่น ครู  อาจารย์ นักการเมือง โดยเฉพาะผู้มีตำแหน่งบริหารในราชการ บุคคลสาธารณะ อาจแยกเป็นลักษณะได้ดังนี้


1)  บุคคลสาธารณะที่มีลักษณะหรือแสดงออกซึ่งความเป็นบุคคลสาธารณะอย่างชัดเจน (Obvious  public  figure)  บุคคลสาธารณะประเภทนี้ถือได้ว่า เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์มหาชนโดยตรง  ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ได้อีก ดังนี้


1.1)  บุคคลที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะในระดับต่าง ๆ  ได้แก่  นักการเมืองหรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับประชาชน  เช่น  นายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรี  วุฒิสมาชิก  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ตลอดจนนักการเมืองระดับท้องถิ่นต่าง ๆ


1.2)  บุคคลที่ให้บริการสาธารณะหรือเกี่ยวข้องกับประชาชนในฐานะที่เป็นข้าราชการประจำ  เช่น  ข้าราชการฝ่ายปกครอง  ข้าราชการทหาร  ข้าราชการตำรวจ  ข้าราชการตุลาการ  ข้าราชการครู  หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สังกัดส่วนราชการต่าง ๆ  เพราะนโยบายหรือการปฏิบัติงานของเขากระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยทั่วไป


2)  บุคคลสาธารณะที่จำกัดตามวัตถุประสงค์ของการแสดงออกซึ่งความเป็นบุคคลสาธารณะนั้น ๆ  (Limited-purpose public figure)   บุคคลประเภทนี้จะถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะเฉพาะในเรื่องที่ได้แสดงออกตามที่ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือการดำเนินการนั้น ๆ หรือในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้น  ได้แก่


2.1)  บุคคลที่อาสาตนเข้ามาดำเนินกิจกรรมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง  เช่น  ผู้นำกลุ่มผลประโยชน์หรือตัวแทนในการต่อสู้เรียกร้องทางการเมืองเพื่อบรรลุขอบวัตถุประสงค์ในเรื่องที่กลุ่มของตนต้องการ  นักวิชาการอิสระที่เข้ามาเป็นสื่อกลางหรือกลไกในการเผยแพร่ความคิดเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง


2.2)  บุคคลผู้ประกอบอาชีพในด้านสันทนาการและให้ความบันเทิงแก่ประชาชน  เช่น  ดาราภาพยนต์  ศิลปิน  นักร้อง  นักแสดง  นายแบบ  นางแบบ  นักพูดทอล์กโชว์  นักกีฬาอาชีพ


2.3)  บุคคลผู้ประกอบวิชาชีพในด้านสื่อสารมวลชน  เช่น  ผู้ดำเนินรายการหรือผู้สื่อข่าววิทยุโทรทัศน์  และนักหนังสือพิมพ์หรือคอลัมนิสต์


2.4)  บุคคลที่ทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนทางศาสนาหรือปฏิบัติธรรมจนเป็นยอมรับของประชาชนโดยทั่วไป  เฉพาะบุคคลที่เปิดเผยตัวต่อสาธารณชน  เช่น  พระเกจิอาจารย์  พรนักเทศน์


2.5)  บุคลที่เปิดเผยตัวให้ปรากฏต่อสาธารณะหรืองานสังคมต่าง ๆ  ในฐานะที่เป็นบุคคลระดับสูงในสังคม  (hi-society)  เช่น  นักธุรกิจชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ  หรือผู้ที่สืบเชื่อสายมาจากตระกูลอันทรงเกียรติซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างทางสังคมหรือมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจกรรมสาธารณกุศลต่าง ๆ เพื่อสังคม


3)  บุคคลสาธารณะที่ไม่ได้เข้ามาโดยสมัครใจหรือบุคคลสาธารณะโดยบังเอิญ  (Involuntary  limited-purpose  public  figure  or  By  change  public  figure)  บุคคลประเภทนี้  ก็คือคนธรรมดาทั่วไปที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะในแง่ของความเป็นอยู่ของประชาชนแต่อย่างใด 

 

แต่สถานความเป็นบุคคลสาธารณะของเขาได้ปรากฏเมื่อเรื่องราวของเขาได้ถูกเสนอเป็นข่าวทางสื่อมวลชนต่าง ๆ  ซึ่งสถานะความเป็นบุคคลสาธารณะของบุคคลประเภทนี้จะมีระยะเวลาไม่คงทนถาวร  เนื่องจากประชาชนจะให้ความสนใจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอันจำกัดเท่านั้น  เมื่อหมดความสนใจความเป็นบุคคลสาธารณะก็จะหมดไปทันที  ยกตัวอย่างเช่น  คนขับรถแท็กซี่ซึ่งเก็บกระเป๋าเงินที่ผู้โดยสารลืมไว้ในรถแท็กซี่ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคืนให้แก่เจ้าของ  เด็กนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ  ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวและมีการแถลงข่าวการจับกุมต่อสื่อมวลชน  และผู้ที่ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์รายวัน  ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่ตกเป็นข่าวทางอินเตอร์เน็ตตามwebsite ต่าง ๆ  ซึ่งมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในเรื่องของเขา  เป็นต้น
 

ดังนั้น  บุคคลสาธารณะเหล่านี้จึงอาจถูกตำหนิติชมในส่วนที่แสดงออกต่อสาธารณะ  เช่น  กล่าวหาว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีทุจริต  เพราะปรากฏรอยร้าวบนรันเวย์  รัฐมนตรีหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะฟ้องร้องผู้กล่าวว่าหมิ่นประมาทไม่ได้  เพราะรอยร้าวทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่าอาจมีทุจริตเช่นนั้น  ผู้เกี่ยวข้องคงมีหน้าที่เพียงชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงให้สาธารณชนหายข้องใจเท่านั้นเพราะข้อมูลมีอยู่ในอำนาจของตนฝ่ายเดียว


เมื่อเป็นเช่นนี้ หากปล่อยให้บุคคลสาธารณะเหล่านี้เที่ยวฟ้องหมิ่นประมาทพยานเอกชน หรือสื่อมวลชนต่าง ๆ เพื่อปิดปากผู้เปิดโปง การทุจริต ฉ้อโกงของบุคคลเหล่านั้นกันอย่างพร่ำเพรื่อ บุคคลสาธารณะ สระ  “ อะ คงจะหาย

 

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 8, 2009 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: