RSS

“บทเรียนจากการทำธุรกิจไปรษณีย์ไทย”

16 พ.ค.

By kobkarn

หลายคนคิดว่าธุรกิจที่เกิดขึ้นมานาน การทำงานในระบบราชการ การค้าขายสินค้าที่มีความต้องการน้อยลง จะต้องเป็นธุรกิจที่พัฒนาต่อไปไม่ได้ เพราะจะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ยาก น่าจะเป็นธุรกิจที่ต้องล้มหายตายจากไป

ธุรกิจไปรษณีย์ไทยดูจะเข้าข่ายเรื่องพวกนี้ น่าจะเป็นธุรกิจขาลง Sunset Industry เพราะเกิดขึ้นมา 120 ปีแล้ว ดำเนินธุรกิจโดยหน่วยงานราชการ ความต้องการส่งจดหมายโดยไปรษณีย์ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัย ทั้งการส่ง E-Mail การ Chat online การใช้โทรศัพท์มือถือ การส่ง SMS การส่ง MSN การ Skype ฯลฯ มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

แล้วทำไมในวันนี้ธุรกิจไปรษณีย์ไทยยังสามารถอยู่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่อยู่รอด แต่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ แม้ในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปีนี้   สามารถสร้างการตลาดยุคใหม่ของธุรกิจไปรษณีย์ไทย  ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ สร้างความหวังใหม่ว่า การทำงานของหน่วยงานราชการก็สามารถสร้างผลงานที่สร้างสรรค์ สร้างจุดขายที่แตกต่าง ด้วยคนที่เป็นกลุ่มเดิมแต่กล้าเปลี่ยนแปลงได้

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตอนเช้าเวลาดิฉันนั่งรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน จะได้ยินโฆษณาการให้บริการใหม่ๆ ของไปรษณีย์ไทยเสมอ ด้วยความทึ่งและประทับใจ ดิฉันไม่ได้รู้จักผู้บริหารท่านใดของไปรษณีย์ไทย ไม่รู้จักองค์กรอย่างใกล้ชิด แต่ในมุมมองของผู้บริโภค และคนทำธุรกิจที่ได้สัมผัสจากสื่อโฆษณา การทำงานในที่ต่างๆ การได้พบกับหน่วยทำงานของไปรษณีย์ไทยเวลาไปทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน ทำให้ดิฉันประทับใจในทีมงานและได้ติดตามผลงานมาตลอดด้วยความชื่นชม และนำสิ่งที่ไปรษณีย์ไทยทำหลายเรื่องมาเป็นข้อคิดเวลาดิฉันพูด Morning Speech ให้พนักงานฟังอยู่หลายครั้ง

ผลงานที่ประสบความสำเร็จของไปรษณีย์ไทยที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นบทเรียน และข้อคิดที่เป็นประโยชน์กับคนทำธุรกิจทั่วไป  และคนทำงานราชการ   จากการทำงานของไปรษณีย์ไทยได้ มีดังนี้

1.การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเก่าแก่ “แสตมป์” เป็นสินค้าที่อยู่มานานมากแต่ไม่เคยตาย ถ้ารู้จักสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ โดยสร้างความต้องการใหม่ สร้างผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ทำให้ขยายตลาดเพิ่มขึ้นได้ ถึงแม้ในปัจจุบันคนเขียนจดหมายน้อยลงมาก จดหมายของหน่วยงานจะใช้การประทับตราแทนแสตมป์ แต่แสตมป์ก็ยังอยู่และมีการสร้างคุณค่า เปลี่ยนจากการเป็นเพียงแสตมป์มาติดจดหมาย กลายเป็นแสตมป์มาเก็บสะสม เพราะการออกแบบสวยงาม สร้างสรรค์ มีความหมาย ตามวาระสำคัญของหน่วยงาน บริษัทต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไปเพื่อจับตลาดทุกเพศทุกวัย หน่วยงานที่ทำแสตมป์ของไปรษณีย์ไทย สามารถปรับการทำงานให้คล่องตัว และเข้าใจในการหาตลาดใหม่ ทั้งกับหน่วยงานราชการด้วยกันและภาคเอกชนได้อย่างดี  เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงพัฒนา  ทั้งตัวสินค้าและคนทำงานจนประสบความสำเร็จ

2.การสร้างสินค้าใหม่บนเครือข่ายเดิม โครงการ “อร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์” เป็นการเอาจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยมาขาย คือเครือข่าย Logistic ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด มาเป็นจุดได้เปรียบในการทำธุรกิจ ให้คนสั่งซื้อสินค้าของกินของฝากที่มีชื่อเสียงจากที่ไกลมาส่งถึงประตูบ้าน ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ได้ของสด ไม่มีคู่แข่งไหนที่จะมาลงทุนสร้างเครือข่ายที่มีอยู่แล้วเช่นนี้ได้ง่ายๆ เป็นตัวอย่างการทำการตลาดที่ดีที่แม้กระทั่งในวิกฤตเศรษฐกิจยังสามารถสร้างการเติบโต  โดยสร้างความต้องการใหม่ให้ผู้บริโภคด้วยการให้ความสะดวก  คนไทยชอบของกินของฝาก ถ้ามีความพึงพอใจเพื่อความสุขส่วนตัวก็จะยอมลงทุน

3.การเข้าถึงตลาด สร้างโอกาส สร้างภาพพจน์ การที่ไปรษณีย์ไทยเข้าไปรับส่งหนังสือในงาน  Book  Fair  ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  โดยถ้าผู้บริโภคนำหนังสือมาถึงบูธไปรษณีย์ไทยภายในบ่าย 2 โมง  ของจะจัดส่งถึงบ้านภายในวันรุ่งขึ้น การให้บริการความสะดวกถึงที่นี่ แสดงให้เห็นถึงการใช้โอกาสที่ Book  Fair  สามารถเรียกคนมาซื้อของมากมายเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว และตอบปัญหาผู้บริโภคจำนวนมากที่ไม่กล้าซื้อหนังสือจำนวนมาก เพราะขนกลับลำบาก

เมื่อไปรษณีย์ไทยไปตั้งบูธและออกโฆษณาทางวิทยุทุกเช้า ทำให้ผู้บริโภคกล้าซื้อหนังสือมากขึ้น  ผู้ซื้อเมื่อซื้อของมาแล้วก็ไม่ลังเลที่จะใช้บริการไปรษณีย์ไทยที่มีให้บริการถึงจุดที่ขาย นอกจากน่าจะสร้างการขายที่ดี  win win situation ให้ทั้งเจ้าของงานและไปรษณีย์ไทยแล้ว  ยังสร้างความประทับใจกับผู้บริโภค เป็นภาพพจน์ที่ดี ทำให้คนอีกหลายส่วนยังไม่ลืมไปรษณีย์ไทย เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ เป็นการโฆษณาและสร้างภาพพจน์ที่ดีของจุดแข็งของไปรษณีย์ไทย ทั้งการให้บริการเป็นเลิศ  ความทันสมัยทันต่อเหตุการณ์

4.การขยายบริการเพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ การทำ “Pay  At  Post”  จ่ายค่าบริการต่างๆ ที่ไปรษณีย์ไทย  365  วัน ในหลายๆ จุดทั่วประเทศ  มีการเปิดสาขาตามห้างสรรพสินค้า มีขยายเวลาทำงานถึง 18.00 – 19.00 น. เพื่อสร้างความสะดวกให้ผู้บริโภคที่ต้องไปทำงานสามารถมาทำธุรกรรมได้ในตอนเย็นหลังเลิกงานหรือในวันหยุด เป็นการขยายธุรกิจเข้ามาประชิด เซเว่นอีเลฟเว่นและธนาคารต่างๆ  ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนทั้งหมด ถือว่าเป็นตัวอย่างการสร้างสินค้าการให้บริการใหม่ที่ประสบความสำเร็จในสายตาดิฉัน เพราะไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายเดิมอยู่แล้วมาลงทุนที่ใหม่อยู่บ้าง แต่กล้าที่จะปรับเปลี่ยนวันเวลาวิธีการทำงานให้แข่งขันได้กับตลาด สามารถสร้างกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ทำให้คนสามารถใช้บริการในส่วนอื่นๆ ของไปรษณีย์ไทยได้มากขึ้น เพิ่มการขายและสร้างการเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้

ทั้ง 4 ตัวอย่างที่ยกมาเป็นข้อคิดในครั้งนี้ ดิฉันหวังว่าจะช่วยจุดประกายให้คนทำธุรกิจ คนทำราชการ คนที่ยังลังเลว่าจะทำธุรกิจโบราณต่อจากรุ่นปู่รุ่นพ่อนั้น ธุรกิจจะขาขึ้นหรือขาลง ขึ้นอยู่กับตัวเราจะบริหารมันอย่างไร ถ้าการทำงานทุกธุรกิจมีโอกาสเปลี่ยนโฉมหน้า สร้างโอกาสในการทำงาน ถ้าเรากล้าคิดกล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง กล้าพัฒนา

ถ้าไปรษณีย์ไทยซึ่งอยู่มานานมาก เป็นหน่วยงานราชการยังทำได้ดีเช่นนี้ ทำไมคนอื่นๆ เช่นเราจะทำไม่ได้ วันนี้ถ้ามีการให้ Rating หน่วย

งานราชการที่ทันสมัยดิฉันมั่นใจว่า ไปรษณีย์ไทยน่าจะติดอันดับ Top 5, Top 10 ด้วยอย่างแน่นอน

http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=6696&user=kobk

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 16, 2009 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: