RSS

หลากวิธีฟื้นฟูความมั่งคั่งให้กลับคืน

05 ก.ค.

ความมั่งคั่ง” ที่หลายคนสู้อุตส่าห์สะสมมา อันต้องพังทลายหายไปกับคลื่นสึนามิเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในรอบนี้ 

พอเริ่มจะลืมตาอ้าปากได้ หลายคนจึงค่อยๆ ส่งเสียงถามไถ่ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ เราๆ ท่านๆ จะมีวิธีที่จะ “Rebuild Wealth” ด้วยวิธีไหนได้บ้าง   

พูดง่ายๆ คือ เราจะมีวิธีซ่อมแซมและฟื้นฟูความมั่งคั่งให้กลับคืนมาได้อย่างไรบ้าง เช่น ต้องมาปัดฝุ่นแผนการลงทุนใหม่หรือไม่ ต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ โดยเฉพาะเงินที่ลงทุนไว้เพื่อใช้ตอนเกษียณต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร หรือในแง่มุมของหนี้สินต้องทำอะไรหรือไม่
วิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ พรากความมั่งคั่งไปจากอ้อมอกของใครหลายคน ยิ่งเป็นคนที่ลงทุนในตลาดหุ้นซะเป็นส่วนใหญ่ คุณอาจจะรู้สึกใจหาย ที่จู่ๆ ความมั่งคั่งก็หายวับไปในพริบตา 

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปที่ทวงความมั่งคั่งให้กลับคืนมา ถ้ายังจับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าจะทวงความมั่งคั่งคืนจากวิธีใดบ้าง ลองมาฟังผู้รู้ทางการเงินเหล่านี้ดู 

 

เรียกคืนจากตลาดหุ้น

บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต บอกว่า ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นขาดทุนอย่างหนักจากการลงทุนในตลาดทุนทั้งไทยและเทศ ส่วนตลาดประเภทอื่น เช่น ตราสารหนี้ ดูเหมือนจะเสียหายไม่มาก ซึ่งเกี่ยวกับหลักการลงทุนและการ Rebuild wealth ให้กลับมาใหม่นั้น บุญชัยเชื่อว่า ในระยะยาว ตลาดทุนน่าจะมีผลประกอบการที่ดีกว่าตลาดเงิน รวมการลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตร และหุ้นกู้ เพราะฉะนั้น เมื่อเสียหายในช่วงที่ผ่านมา วิธีทวงความมั่งคั่งให้กลับคืนมา ก็น่าจะต้องกลับไปลงทุนในตลาดทุนนั้น

แต่คอนเซปต์หนึ่งที่เห็นในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งก่อนและหลังวิกฤติก็คือ เราไม่สามารถซื้อหรือขายในราคาที่ดีที่สุดได้เสมอไป ซึ่งถ้าเราไม่ต้องรีบใช้เงินที่ลงทุน มีเงินเย็นเอาไว้ลงทุนแบบสม่ำเสมอ นั่นจะเป็นทางออกในการ Rebuild wealth ที่ดีที่สุดทางหนึ่ง 

ผมขอยกตัวอย่าง จากการที่ผมลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) แบบสม่ำเสมอทุกเดือน มาหลายปีแล้ว แน่นอนผมย่อมถูกผลกระทบจากวิกฤติและตลาดหุ้นในปีที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในระหว่างทางผมก็ไม่ได้เลิกการลงทุนแบบสม่ำเสมอนี้ไปเลย ซึ่งทำให้ผมมีหุ้นในต้นทุนที่ถูกถัวเฉลี่ยมาตลอดทาง เชื่อไหมครับ ปัจจุบันกองทุน LTF และ RMF ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นที่ผมถืออยู่ไม่ขาดทุนแล้ว ทั้งๆ ที่ SET index ยังกลับไปไม่ถึง peak ในอดีตเลย” 

วนา พูนผล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี เสริมว่าเราผ่านจุดต่ำสุดของวงจรเศรษฐกิจมาแล้ว ซึ่งสภาพทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ฉะนั้นช่วงนี้น่าจะลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อเรียกคืนความมั่งคั่งให้หายไปจากการลงทุนในหุ้น ส่วนจะลงทุนมากน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องของแต่ละคน เพราะแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน 

อีกอย่างหนึ่ง ที่เราจะเรียกคืนได้คือการลงทุนในพวกตราสารหนี้ ที่บางช่วง บางอายุ ผลตอบก็ถูกปรับขึ้นมาจนสูง แถมยังเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยด้วย”

 

ลงทุนสม่ำเสมอช่วยทวงคืนอัตโนมัติ

บุญชัยบอกอีกว่า เรื่องของหลักการลงทุนแบบสม่ำเสมอนั้น มีการพูดถึงหลายครั้ง และพูดกันมานานหลายปีแล้ว แต่เชื่อไหมว่า มีผู้ลงทุนเพียงน้อยรายเท่านั้นที่จะทำเช่นนั้น บางคนเห็นว่า ลงทุนไปเยอะ จะซื้อถัวทำไม เดี๋ยวก็ลงต่อไปอีกยิ่งขาดทุน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ซื้อเสียทีเพราะไม่รู้ว่า จะเริ่มซื้อตอนไหนจึงจะดี พอตลาดกลับขึ้นมาใหม่ก็ไม่ได้ลงทุนซื้ออะไรเลย เพราะมัวแต่รอ 

ผมเคยอ่านเจอข้อมูลหนึ่งของต่างประเทศ ได้ข้อสังเกตโดยอาศัยสถิติในอดีตจากตลาดหุ้นอเมริกาว่า จากข้อมูลในอดีตที่รวบรวมจากการดำเนินงานของตลาดหุ้น ในช่วงประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา พบว่าช่วงที่ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีมีไม่มากนัก (small package) จากข้อมูลในอดีตที่เก็บรวบรวมกว่า 450 เดือน มีเพียง 48 เดือน ที่ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ ซึ่งจากภาพประกอบ เป็นการแสดงผลตอบแทนของ MSCI World Index สำหรับระยะเวลาประมาณ 38 ปี คือ ตั้งแต่ 1970-2007 

จะพบว่า ผลตอบแทนต่อเดือนโดยเฉลี่ยหากพิจารณาสำหรับระยะเวลาทั้งหมด 456 เดือน อยู่ที่เดือนละเพียง 0.90% แต่หากพิจารณาเฉพาะช่วงที่ MSCI World Index ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดจำนวน 48 เดือน ผลตอบแทนต่อเดือนโดยเฉลี่ยจะเท่ากับ 7.63% ส่วนที่เหลืออีก  408 เดือน ให้ผลตอบแทนต่อเดือนโดยเฉลี่ยเพียง 0.08% เท่านั้น” 

จากข้อมูลในอดีตเหล่านี้ เนื่องจากจำนวนช่วงเวลาที่ตลาดให้ผลตอบแทนดีมากๆ มีไม่มากนัก เช่นในตัวอย่างมีเพียง 48 เดือน จาก 456 เดือน ดังนั้น หากไม่ลงทุนต่อเนื่องไป (stay invested) จึงมีโอกาสที่เราจะพลาดจังหวะที่จะได้ลงทุนในช่วงที่ตลาดให้ผลตอบแทนดีๆ 

เห็นไหมว่า ถ้าเรามัวแต่รอและคิดว่า เราจะซื้อหุ้นในราคาที่ถูกที่สุด และขายในราคาที่แพงที่สุด  เราอาจจะไม่สามารถ Rebuild wealth ของเรากลับมาได้เร็วอย่างที่คิด” 

บุญชัยยังบอกว่า ตลาดการเงินในปัจจุบัน ทั้งตลาดเงินและตลาดทุนค่อนข้างเห็นภาพชัดเจนว่า ผลตอบแทนในสินทรัพย์ไม่เสี่ยง ต่ำติดดินเหลือเกิน  ในขณะที่ผลตอบแทนในสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่ามากบ้างน้อยบ้างตามแต่ประเภทสินทรัพย์นั้นๆ  ถ้าผู้ลงทุนยังไม่รีบต้องใช้เงินภายในปีสองปีนี้ ก็ยังคงแนะนำตามมุมมองแรก คือ

 

ลงทุนต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ

แต่ถ้าคุณต้องมีความจำเป็นต้องใช้เงิน โอกาส Rebuild wealth กลับมาในระยะสั้นคงเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร หรือถ้าคุณจะลงทุนก็ต้องมั่นใจว่า มีความเร็วและมีความพอ ในการลงทุนนั้น 

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวหรือไม่ และอย่างไร ยังคงเป็นคำถามที่ยังต้องหาคำตอบอีกมาก แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดทุนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตเยอะว่า ฟื้นแบบของแท้หรือของเทียม ดังนั้น หากผู้ลงทุนผลีผลามโดยไม่พิจารณาอย่างละเอียด หรือลงทุนโดยไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะเจ็บตัวซ้ำสอง ได้ เมื่อคิดจะลงทุนเพื่อหวังจะ Rebuild wealth อย่างรวดเร็วในสภาพตลาดเช่นปัจจุบัน จึงจำเป็นที่จะต้องทบทวนในหลายๆ ปัจจัย และระมัดระวัง หรืออาจจะใช้วิธีการลงทุนแบบทยอยๆ ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดผลกระทบหาก จังหวะการลงทุนไม่ถูกต้องไปทุกครั้ง

 

สร้างความมั่นคงจากภายในก่อน

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.วรรณ ให้แง่คิดถึงการฟื้นฟูความมั่งคั่ง ว่าเวลาที่ทรัพย์สินของเราด้อยค่าลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ คือ ความอึดอัดหนักใจ ท้อแท้ใจ ขาดกำลังใจ เขากำลังจะบอกว่า สำหรับหลายๆ คน การสูญเสียความมั่งคั่งภายนอกทำให้เราพลอยสูญเสียความมั่นคงภายในไปด้วย 

ในความเห็นของ ดร.สมจินต์ ก่อนที่จะสร้างความมั่งคั่งกลับมาใหม่ เราต้องรักษาความมั่นคงจากภายในให้ได้เสียก่อน เขาชอบหลักคิดที่สำคัญของอาจารย์เปาโล ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดมีอยู่สามอย่าง คือ ความเชื่อ ความหวัง และความรัก 

เราต้องเริ่มต้นด้วยความเชื่อที่ถูกต้องว่า การก้าวไปของชีวิต อาจไม่แตกต่างจากการปีนเขา หากเราจะปีนเทือกเขาสูงซึ่งประกอบด้วยภูเขาหลายๆ ลูกต่อเนื่องกัน ลองนึกภาพดู  เวลาเราต้องไต่ขึ้นยอดเขาลูกแรก แล้วก็ต้องลงมาสู่ช่วงหุบเหวเพื่อที่จะไต่ขึ้นเขาลูกต่อไปที่สูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่เราได้มาจากการปีนเขาลูกก่อน ก็คือ ประสบการณ์ที่มากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น พร้อมขึ้นในการปีนเขาลูกต่อไปที่ท้าทายขึ้นตรงหน้า นอกจากนี้ บ่อยครั้งที่เราจะพบว่า ในช่วงหุบเหวนี้เองที่เราจะได้พบกับแหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่เราจะได้ใช้ต่อไปในการเดินทางสูงขึ้นต่อไป” 

สำหรับเศรษฐกิจก็เช่นกัน ซึ่งมีช่วงเศรษฐกิจที่ขยายตัวเหมือนดังช่วงขาขึ้นสู่ยอดเขา และก็มีเศรษฐกิจขาลงที่ให้ความรู้สึกตกต่ำเหมือนปีนลงเขา  ท่าทีที่เราควรจะมีต่อความตกต่ำของเศรษฐกิจ รวมถึงมูลค่าหุ้นที่ตกต่ำไปด้วย คือ การมองหาโอกาสที่มาพร้อมวิกฤตินั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเสมอหลังช่วงวิกฤติผ่านไป ก็คือ มีกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น เพราะพวกเขาได้โอกาสอันดีในการซื้อของถูกในช่วงเวลาดังกล่าว 

โดยสรุป ความเชื่อหรือความคิดเห็นที่สำคัญก็คือ การมองการขึ้นลงของเศรษฐกิจเป็นเรื่องธรรมชาติ เปิดใจมองข้อเท็จจริง แล้วเล็งหาโอกาสที่แฝงมาด้วย 

เรื่องต่อไปก็คือ ความหวัง เมื่อเรามีความเชื่อที่ถูกต้องแล้ว พยายามมองดูสถานการณ์อย่างสร้างสรรค์ ดร.สมจินต์มั่นใจว่าเราจะเกิดความหวังเกิดกำลังใจ ถ้ายังไม่เกิดกำลังใจ ลองเงยหน้ามองนกในอากาศ พวกมันไม่มียุ้งฉาง ไม่มีตู้เย็น แต่พระเจ้าก็ยังเลี้ยงดูนกเหล่านั้นไว้ได้อย่างดี สำหรับคนเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทย เขาเชื่อว่าพวกเราโชคดี ที่เรามีค่าครองชีพที่ไม่สูงเกินไป พวกเราอยู่ได้อย่างดี โดยไม่ต้องใช้เงินมากนัก เรามีอาหารไทยแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นข้าวไข่เจียว แกงเขียวหวาน ข้าวเหนียวหมูปิ้งและอีกสารพัดอาหารไทยที่แสนจะมีเสน่ห์ให้เราทานได้ในราคาไม่แพง 

อีกสิ่งหนึ่งที่เราอาจนึกถึงได้ในเชิงโอกาสยามวิกฤติ คือ การแสวงหาความรู้เพิ่มเติม การลงเรียนหรือสัมมนาในวิชาความรู้ใหม่ๆ การเข้าห้องสมุดเพื่อหาหนังสือดีๆ อ่าน ซึ่งสถาบัน TSI และห้องสมุดมารวยของตลาดหลักทรัพย์ก็น่าจะเป็นแหล่งความรู้ที่น่าสนใจในเวลานี้ การสร้างความมั่งคั่งรอบใหม่ด้วยความรู้ที่แน่นขึ้นย่อมจะมีความมั่นคงกว่า 

มาถึงเรื่องสุดท้ายก็ คือ ความรัก เวลาที่ภาพลบทางเศรษฐกิจรุมเร้าเรานั้น บ่อยครั้งที่ความเครียด ความกดดันทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวสูญเสียไปด้วย ท่าทีที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด คือ การโทษความผิดไปยังคนอื่น เพราะจะทำให้เกิดความร้าวฉาน ความท้อแท้ใจมากยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน การมองกันด้วยสายตาแห่งรัก เห็นอกเห็นใจกัน ให้กำลังใจกันและกัน พร้อมร่วมแรงร่วมใจกันก่อร่างสร้างสมบัติขึ้นใหม่ จะเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในเวลาอย่างนี้ 

ผมมีความเชื่อว่าพลังแห่งความรัก คือหลังที่สำคัญที่สุด หากเมื่อภรรยาเห็นใจสามีที่มีความกดดันในเรื่องการงาน แสดงความเข้าใจในภาวะที่ยากลำบาก สามารถมองตาสามีและบอกได้ว่า ไม่เป็นไร ข้าวไข่เจียวร้อนๆ ที่ทานกันพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวนำพาสันติสุขมาให้ได้ไม่น้อยไปกว่าการทานข้าวในภัตตาคารแพงๆ สามีก็จะลดความกดดัน และพร้อมขึ้นที่จะสื่อสารถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา และครอบครัวย่อมจะสามารถปรึกษาหารือเพื่อสร้างความพยายาม ความหวังที่ยังคงมีต่อไปได้ ครอบครัวควรยินดีที่จะต้องเสียสมบัติบางอย่างเพื่อจัดการกับภาระหนี้สิน การมีความเชื่อตรงกันว่า สมบัติที่มีค่าที่สุด ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่รถ ไม่ใช่หุ้น 

แต่คือความรักความผูกพันกันของทุกคนในครอบครัว ผมเชื่อว่า ภาพแห่งความรักความเข้าใจ ความทุ่มเทพยายามร่วมกันในยามยากมักจะเป็นยาวิเศษ และจะเป็นสิ่งที่ครอบครัวได้พูดถึงด้วยความตื้นตันใจในอนาคต และพลังแห่งความรักนี้แหละจะนำพาทั้งโอกาส ทั้งพละกำลังที่จะก่อร่างสร้างสมบัติขึ้นมาใหม่อย่างเป็นอัศจรรย์” 

อีกมุมหนึ่งในเรื่องความรัก คือมุมทางด้านธุรกิจ ในเวลาที่ความยากลำบากมาเยือนเช่นนี้ ลูกค้า ลูกน้อง ตลอดจนซัพพลายเออร์ต่างๆ ก็มักจะต้องเผชิญกับปัญหาอันยากลำบากนี้เช่นกัน การมองเขาเหล่านั้นด้วยสายตาแห่งรักที่เข้าอกเข้าใจ การรับฟังปัญหา การพยายามช่วยผ่อนหนักเป็นเบาให้กันได้ จะเป็นโอกาสอันดีในการสร้างรากฐานแห่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นต่อไปในอนาคต เขาเชื่อว่า คำถามทำนองว่า ลูกค้ากำลังมีปัญหาอะไรอยู่ เราจะช่วยลูกค้าเหล่านั้นแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร จะเป็นคำถามที่นำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการสร้างความมั่งคั่งกลับมาใหม่ได้เสมอ 

เมื่อคุณมีความเชื่อที่ถูกต้อง มีความหวังที่ดี และมีความตั้งใจในการทำหน้าที่ในการงานและในครอบครัวด้วยความรัก  คุณย่อมได้สร้างความมั่นคงภายในให้เกิดขึ้น มีสันติสุขตามมา รวมทั้งโอกาสแห่งการสร้างความมั่งคั่งด้วย ส่วนเรื่องการลงทุนภายนอกนั้น ก็ขอให้ยึดหลักจัดทัพลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ส่วนในการตัดสินใจลงทุนนั้นให้ยึดหลักของการมองไกลและมีความรอบคอบ อย่าปล่อยให้ความโลภและความกลัวเป็นผู้นำการตัดสินใจของเราอีกต่อไป” 

ความมั่งคั่งของแต่ละคน หายไปไม่เท่ากัน เพราะความมั่งคั่งของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน  บางคนมีแค่หยิบมือเดียว บางคนมีกองโต วิธีการจะทวงคืนย่อมแตกต่างกัน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะลงมือฟื้นฟูความมั่งคั่งของตัวเองอย่างไรดี

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 5, 2009 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: