RSS

ชวนคุย จิตสำนึกสาธารณะ

27 ส.ค.

เมื่อวาร 26 สิงหาคม 2552 ผมได้มีโอกาสไปเสนองาน เรื่อง จิตสำนึกสาธารณะ : ประสบการณ์จากต่างประเทศ ที่สถาบันพระปกเกล้า เนื่องในงานประชุมประจำปีของวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น

แต่แท้จริงแล้ว ผมไม่ได้ไปเสนอเนื้อหาวิชาการอะไรเลยครับ ไปแบบชวนคุยมากกว่า โดยสรุปผมมีประเด็น 3 ประเด็นที่พยายามชี้ให้ ผู้บริหารท้องถิ่นเห็น คือ

1) จิตสำนึกสาธารณะ หรือ จิตสำนึกเพื่อส่วนร่วม เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ สังคมที่น่าอยู่ แข็งแรง ต้องมี give economy พอๆ กับ commodity economy ผมเอาภาพแผนที่โลกที่แสดง Gini_coefficient ปี 2006 เทียบกับ แผนที่โลก HDI ก็จะเห็นว่า ประเทศที่มีช่องว่างรายได้แคบๆ นั้น คือประเทศที่มี HDI สูงๆ ทั้งนั้น ครับ

gini_HDI2006

2) กิจกรรมเพื่อสาธารณะ ที่เราเห็นนั้น แม้จะ เหมือนกัน หรือคล้ายกัน แต่ mental model หรือตัววิธีคิดนั้น อาจแตกต่างกันมาก…และนั้นสำหรับผม คือ สาระสำคัญ
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะ…เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองระยะสั้น ไม่ว่าเป็น
…….การทำบุญ คนจำนวนไม่น้อย ยินดีบริจาคเงินสร้าง มหาเจดีย์มูลค่านับพันล้าน มากกว่า จะให้เงินเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ของวัดพระบาทน้ำพุ
……เรา สวมหมวกกันน๊อค เพราะว่า เรากลัวตำรวจจะจับเรา หรือกลัวว่าศรีษะเราจะได้รับอุบัติเหตุ มากกว่า กลัวว่าเราจะต้องไปแย่งที่คนไข้ หรือผู้บาดเจ็บคนอื่น จากอุบัติเหตุที่ป้องกันไม่ได้ หรือไปแย่งใช้งบประมาณส่วนกลาง
…… เราเก็บขยะที่ขายได้ เพราะ เราเอาไปขายแล้วได้เงิน เข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่ใช่ เพราะว่าจะช่วยทำให้คนเก็บขยะ กลับบ้านเร็วขึ้น หรือได้อยู่กับครอบครัวนานขึ้น
บุญ

…… เราต่างทำกิจกรรมสาธารณะ แต่ตัวเองกับใหญ่ขึ้น…….

ต่างจาก คำอธิบายในสังคมอื่น ที่เขาทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมเพราะว่าจะทำให้ คนอื่น หรือส่วนรวม ได้ประโยชน์ เมื่อส่วนรวมได้ประโยชน์ ตัวเอง ก็จะได้ประโยชน์ด้วย = ผลประโยชน์ตัวเองระยะยาว ……ไม่ใช่ ผลประโยชน์ระยะสั้นแบบคนไทย

นั่น นำไปสู่ปัญหาที่สำคัญ เลยละครับ เพราะมันทำให้เราส่วนใหญ่เชื่อว่า คนที่ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ทำไปเพราะ เอาหน้า เอาประโยชน์เข้าตัว เมื่อเชื่อกันแบบนี้ มันจึงมี สมมติฐานสำคัญ 2 ประการ กล่าวคือ

1. หลายคนไม่กล้าทำดี หรือทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม เพราะ อาย ……เกรงว่าคนอื่นจะบอกว่า ทำเอาหน้า….งั้นไม่ทำดีกว่า
2. หรือ ถ้าใครทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ใครเป็นอาสาสมัคร ก็จะเชื่อว่า ต้องไม่เอาประโยชน์ส่วนตัว ต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมจริงๆ

สมมติฐานทั้ง 2 นี้ สำหรับผมคิดว่ามันเป็นอุปสรรคอย่างมากในการพัฒนางานเรื่องจิตสำนึกสาธารณะ

3) ผมตั้งคำถามสำคัญกับผู้บริหารท้องถิ่น ครับว่า เราจะจัดบริการสาธารณะอย่างไร ที่ไม่ทำให้ ผู้บริโภค (ที่หวังประโยชน์แต่ตัวเอง) กลายเป็นปัจเจก ที่ไม่สน ส่วนรวม แต่ทำให้ ผู้บริโภค หรือปัจเจก กับ ส่วนรวมเชื่อมโยงกัน


อย่างกรณี การทำโครงการขยะทองคำ
เป็นไปได้ไหม ที่เราจะสร้างเงื่อนไขให้ ผู้ที่นำเอาขยะรีไซเคิลมาขาย ต้องบริจาคส่วนหนึ่งเป็นกองทุนกลางสำหรับชุมชน หรือทำให้ Give economy โตพอๆ กับ Commodity economy นั่นเอง

อันนี้เป็น file  ที่ผมใช้นำเสนอครับ

Advertisements
 
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: