RSS

“มหาวิทยาลัยไทย” ในยุคของ”การเปลี่ยนแปลง”

30 ส.ค.
โดย สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
 
ความเปลี่ยนแปลงแบบรอบด้านทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสังคม มิได้ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรในวงการธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่วงการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา ก็ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จนทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน โดยนำหลักการบริหารจัดการใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
“ทิศทางการบริหาร มหาวิทยาลัยในกระแสความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน” นอกจากมหาวิทยาลัยจะต้องให้ความสำคัญในการใช้เทคนิคและแนวคิดการบริหารสมัย ใหม่ที่เน้นด้านการจัดระบบภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น การบริหารความเสี่ยง การบริหารการเปลี่ยนแปลง การจัดการความรู้ หรือแม้แต่การจัดการอนาคตแล้ว เทคนิคในการบริหารเชิงการตลาด หรือการหาลูกค้า ถือเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการที่ไม่อาจมองข้ามได้ (เพราะหากไม่มี “ลูกค้า” หรือ “นักศึกษา” มหาวิทยาลัยก็ยากที่จะ “อยู่รอด”…)

กลยุทธ์ ของการบริหารเชิงการตลาดตามทฤษฎีนั้น มีมากมายหลากหลายให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเลือกใช้ ทั้งแบบดั้งเดิม ซึ่งได้แก่ “กลยุทธ์ทะเลสีแดง” (Red Ocean Strategy) อันเป็นแนวคิดทางบริหารการตลาดที่มีการเอาชนะคู่แข่งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อแย่งลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และอาจจะเลือก “กลยุทธ์การแข่งขัน” (Business Strategy) ได้เพียง 1 อย่างจาก 3 อย่าง ได้แก่

การใช้ Cost Leadership ผู้นำด้านต้นทุนเน้นขายสินค้าปริมาณมากๆ ราคาถูก การใช้ Differentiation การสร้างความแตกต่างสินค้านวัตกรรม หรืออาจใช้การ Focus หรือการเจาะกลุ่มบางส่วนโดยกลยุทธ์ที่ส่วนใหญ่ที่ผู้บริหารเลือกใช้จาก “กลยุทธ์ทะเลสีแดง” นั้น คงหนีไม่พ้นการรับนักศึกษาจำนวนมาก แต่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาไม่สูง เพื่อเป็นการดึงลูกค้าเป็นหลัก…

แบบ กลางเก่ากลางใหม่ ได้แก่ “กลยุทธ์ทะเลสีคราม” (Blue Ocean Strategy) ซึ่งเป็นการบริหารการตลาดด้วยการคิดนอกกรอบ ไม่มุ่งเน้นที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีอยู่เดิม แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรืออุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่มีอยู่ เป็นการสร้างความต้องการของลูกค้าและตลาดใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อองค์กรและลูกค้า โดยลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากสินค้าที่มีความแตกต่าง ขณะที่องค์กรจะได้ลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยโดยส่วนมากจะนิยมใช้ “กลยุทธ์ทะเลสีคราม” พิจารณาได้จากในขณะนี้หลายๆ มหาวิทยาลัยต่างพยายามเปิดหลักสูตรใหม่ๆ หรือแม้แต่การสร้างอัตลักษณ์ ความโดดเด่นเฉพาะทาง และความถนัดของตนเอง เพื่อสร้างความต้องการให้แก่ผู้เรียน

ส่วนกลยุทธ์ใหม่ล่าสุดที่ได้ รับการกล่าวถึงมากที่สุด ณ วันนี้ คงหนีไม่พ้น “กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว” (White Ocean Strategy) ซึ่งมีแนวคิดว่า

กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว คือ การกำหนดพื้นฐานการบริหารองค์กรแบบองค์รวม ครอบคลุมตั้งแต่วิสัยทัศน์ นโยบาย พันธกิจ กลยุทธ์การดำเนินงาน ไปจนถึงแนวทางในการปฏิบัติทุกภาคส่วนขององค์กร ตั้งแต่การบริหารงานบุคคล การตลาดและการขาย การปฏิบัติการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ องค์กรสีขาวไม่ได้มองว่า “ตัวเอง” เป็นศูนย์กลางผลกำไรที่ผู้ถือหุ้นได้รับ ไม่ใช่สิ่งสำคัญสูงสุด แต่จะให้ความสำคัญกับสังคมในทุกภาคส่วน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราไปพร้อมๆ กัน

แนวทางการดำเนินงาน ของ White Ocean นอกจากจะให้ความสำคัญกับ 3P คือ People (คน) หมายถึง พนักงานในองค์กร ลูกค้าทางตรงและทางอ้อม ไปจนถึงสาธารณชน Planet (ทรัพยากร) และ Peofit (ผลกำไร) แล้ว ยังเป็นแนวคิดพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้การประยุกต์ใช้ กลยุทธ์การตลาดสีใดก็ตาม มีความมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืน (ดนัย จันทร์เจ้าฉาย)

เมื่อพิจารณาจากคำจำกัดความแล้ว คงต้องยอมรับว่า “กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว” ดูเหมือนค่อนข้างจะมีความเหมาะสมต่อการนำมาใช้ในการบริหารมหาวิทยาลัย เพราะ “กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว” จะเน้นการดำเนินงานที่คำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งภายในและภายนอกองค์กร จึงสร้างให้เกิดความใกล้ชิด ประทับใจ และความไว้วางใจ แล้วหากผู้บริหารนำศาสตร์ของการวิจัย

ซึ่งการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม กรณีนี้ อาจจะ “เรียนลัด” โดยการใช้โพล เพราะโพลเป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) มาประยุกต์ใช้เพื่อสำรวจความคิดเห็นควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ได้แนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยที่ “ตรงทฤษฎี…ตรงใจ” บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

จากการสำรวจความคิดเห็นอาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียนและนักศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 1,029 คน ของ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในประเด็น “มหาวิทยาลัยแบบใด?” ที่อาจารย์ ผู้ปกครอง นักเรียนและนักศึกษาต้องการ พบว่า

“มหาวิทยาลัย” ที่ “อาจารย์” ส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.48 อยากสอนมากที่สุด คือ มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านงบประมาณ สื่อการเรียนการสอน อาคารสถานที่ และอีกร้อยละ 25.81 ต้องการผู้บริหารที่มีศักยภาพ ฯลฯ

“มหาวิทยาลัย” ที่ “ผู้ปกครอง” ส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.25 อยากให้บุตรหลานเรียนมากที่สุด คือ มหาวิทยาลัยที่สร้างให้ผู้เรียนมีคุณภาพทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม เป็นคนดีของสังคม ตามมาด้วยอาจารย์ที่คุณภาพ ร้อยละ 19.61 ฯลฯ

“มหาวิทยาลัย” ที่ “นักเรียน” ส่วนใหญ่ ร้อยละ 27.53 อยากเรียนมากที่สุด คือ มหาวิทยาลัยที่มีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และคณาจารย์ที่มีคุณภาพทั้งด้าน ความรู้ และมีวิธีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ และร้อยละ 24.64 อยากเรียนมีบรรยากาศที่ดี ร่มรื่น อาคารเรียน ห้องเรียนสะอาด เป็นระเบียบ ฯลฯ

ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ แม้จะเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นที่เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ ความรู้ของผู้เขียน เพื่อให้ได้ “ทิศทางการบริหารมหาวิทยาลัยในกระแสความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน” ซึ่งยังไม่อาจ “ฟันธง” ได้ว่าเป็นแนวคิดที่ “ถูก…ผิด” “เหมาะสม…ไม่เหมาะสม” “ใช้ได้…ใช้ไม่ได้” กับการบริหารมหาวิทยาลัยไทย

แต่ สิ่งที่ผู้เขียนคาดหวังจากข้อเขียนนี้ คือ การกระตุ้นเตือนให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาและ เสริมศักยภาพ เพื่อให้มหาวิทยาลัยไทยทะยานสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก โดยการทะยานสู่การเป็นมหาวิทยาลัยโลก สามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้น ได้แก่ การประกาศตัวว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยโลก การทะยานไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก และการเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกโดยสมบูรณ์

ณ วันนี้ คงต้องยอมรับว่า ยังไม่มีมหาวิทยาลัยไทยแห่งใดที่มีความพร้อมเพียงพอต่อการเป็นมหาวิทยาลัย โลกโดยสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยก็อยากให้มหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งมีจุดยืนชัดเจนในการประกาศตัวว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยโลกในอนาคต…

เพราะหากมีมหาวิทยาลัยแห่งใด “กล้าพอ” ที่จะประกาศอย่างชัดเจน ก็ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของ “ข้อเขียน” นี้แล้ว!!

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act05300852&sectionid=0130&day=2009-08-30

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 30, 2009 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: