RSS

แกะเส้นทางเงิน ‘วินมาร์ค-แอมเพิล ริช’ โยงหุ้นชินคอร์ปยึด7.6หมื่นล้าน

23 พ.ย.

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/analysis/20091123/87693/แกะเส้นทางเงิน-วินมาร์ค-แอมเพิล-ริช-โยงหุ้นชินคอร์ปยึด7.6หมื่นล้าน.html

โดย ณัฐพล หวังทรัพย์

 

 

หลักฐานต่างๆ ที่พยานฝ่ายโจทก์ทั้ง ก.ต.ล. และ คตส. ให้ปากคำต่อศาล ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การอายัดทรัพย์

ภายหลังที่ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และ นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขึ้นให้การต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ ในคดียึดทรัพย์ จำนวน 76,621 ล้านบาท ที่มีการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่ำรวยผิดปกติ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และได้ทรัพย์สินมาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทำให้ภาพการจัดการหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูล “ลับ” ที่ ก.ล.ต.ได้อาศัยความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศ ที่นางวรัชญา ได้ให้ปากคำยืนยันต่อศาลว่า มีพยานหลักฐานบ่งชี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นเจ้าของบริษัท วินมาร์ค ที่มีบริษัท บลูไดมอนด์ ถือหุ้น 100% ขณะที่บริษัท บลูไดมอนด์ ก็ถือหุ้นโดย “ซิเนตรา ทรัสต์” 100% มีผู้รับประโยชน์ 5 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และลูกๆ ทั้ง 3 คน

ก.ล.ต.ตรวจสอบพบข้อมูลที่น่าสนใจคือ กองทุนบลูไดมอนด์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งบนเกาะบริติช เวอร์จิ้น เช่นเดียวกับวินมาร์ค โดยลงทุนและถือหุ้นในวินมาร์คผ่าน Trust company สิงคโปร์ จากนั้นในวันที่ 2 ส.ค. 2543 วินมาร์คได้เข้าไปซื้อหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์จำนวน 5 บริษัท จากพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน มูลค่า 1,500 ล้านบาท ผ่านธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ 3 แห่ง

วินมาร์คได้โอนเงินชำระค่าหุ้นให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ระหว่างวันที่ 4 ส.ค. ถึงวันที่ 15 ก.ย. 2543 เข้าบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาราชวัตร ชื่อบัญชีพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนใหญ่เป็นการรับเงินโอนจากต่างประเทศ

ส่วนคุณหญิงพจมาน วินมาร์คได้โอนเงินชำระค่าหุ้นล่วงหน้าให้คุณหญิงพจมานก่อนรับโอนหุ้นถึง 3 เดือน โดยวินมาร์คได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักรัชโยธิน ชื่อบัญชีคุณหญิงพจมาน ระหว่างวันที่ 11 พ.ค. ถึงวันที่ 2 ส.ค. 2543

จากการตรวจสอบข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ทั้ง 3 แห่งในต่างประเทศพบเอกสารหลักฐานที่เปิดบัญชี ทุกบัญชีจะระบุทั้ง 2 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณหรือคุณหญิงพจมานหรือคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของบัญชี และเงินที่วินมาร์คนำมาชำระค่าหุ้นให้กับคุณหญิงพจมานจำนวนประมาณ 307 ล้านบาท ก็เป็นเงินที่โอนมาจากบัญชีของคุณหญิงพจมาน ในธนาคารต่างประเทศ โดยรับโอนเงินจากธนาคารผู้รับโอนด้วยวิธี ONE OF OUR CLIENTS สั่ง CITIBANK N.A. Bankok ให้โอนเงิน อ้างชื่อวินมาร์ค

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า วินมาร์ค ยังเป็นผู้ถือหุ้นชินคอร์ป ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกฯ อีก 54 ล้านหุ้น

ขณะที่นายแก้วสรร ให้ปากคำต่อศาลฎีกา กรณีตรวจสอบการซื้อขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พบหลักฐานบ่งชี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงไว้ซึ่งหุ้นชินคอร์ป ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ในปี 2544-2548 คือความเชื่อมโยงระหว่างวินมาร์ค กับ บริษัท แอมเพิล ริช อินเวสต์เมนท์ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของ กรณีที่ธนาคาร ยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ได้ทำรายงาน 246-2 แจ้งต่อ ก.ล.ต. ไทย เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2544 ว่าได้ดูแลหุ้นชินคอร์ป ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเกิน 5% ตามกฎหมายกำหนด

กล่าวคือ บริษัท แอมเพิล ริช อินเวสต์เมนท์ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของ ได้โอนหุ้นชินคอร์ปจำนวน 100 ล้านหุ้น จากหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด 329 ล้านหุ้นมาให้ธนาคารยูบีเอสดูแล เมื่อรวมกับหุ้นเดิมที่อยู่ในบัญชีวินมาร์คอีก 54 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนการดูแลหุ้นชินคอร์ปของธนาคารอยู่ที่ 5.24% ยูบีเอสจึงรายงานให้ กลต.รับทราบ

เมื่อปี 2544 พ.ต.ท.ทักษิณ เคยชี้แจงต่อ ก.ล.ต. ได้ขายว่าบริษัทแอมเพิลริช ให้ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ตั้งแต่เดือนก.ย. 2543 แต่จากการตรวจสอบของ คตส.กลับไม่พบการชำระเงินค่าหุ้น มีเพียงการออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานถือไว้ แต่การตรวจสอบของ คตส.พบความไม่น่าเชื่อถือ เพราะนายพานทองแท้นำเงินปันผลหุ้นชินคอร์ปที่ได้รับแทบทุกงวดให้กับคุณหญิงพจมาน รวมแล้วสูงกว่าจำนวนหนี้ที่ระบุไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงินถึง 1,100 ล้านบาท

นอกจากนี้จากหลักฐานของธนาคารยูบีเอสเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของแอมเพิลริช ที่นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน มอบให้ คตส. ใบหนึ่ง เมื่อปี 2542 ได้ผู้มีอำนาจลงนามแทนแอมเพิลริช ชื่อ “T. Shinnavat”

นางกาญจนาภา ได้ยืนยันว่าใบระบุอำนาจลงนามระหว่างปี 2542-2548 มีเพียงใบเดียว คตส.จึงเชื่อว่าการสั่งการธุรกรรมหุ้นชินในยูบีเอสที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจาก 2542 ถึง 2548 จะต้องใช้หลักฐานใบนี้เท่านั้น ดังนั้นคนที่มีอำนาจลงนาม คือ “T. Shinnavat” มิใช่นายพานทองแท้ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าเป็นเจ้าของแอมเพิลริช

นายแก้วสรรยังให้ปากคำต่อศาลฎีกา เกี่ยวกับการตรวจสอบหุ้นชินคอร์ปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ขายให้คนในครอบครัวชินวัตร ทั้ง นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ ในราคาหุ้นละ 10 บาท ด้วยวิธีออกตั๋วสัญญาใช้เงินแทนการจ่ายเงิน

กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ 20 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นชินคอร์ป จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในราคาหุ้นละ 1 บาท จากการตรวจสอบของ คตส.พบว่าเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับเงินปันผลหุ้นชินคอร์ปแล้วก็ส่งทยอยคืนจนท่วมมูลหนี้

ขณะที่ นายบรรณพจน์ เปิดบัญชีรับเงินปันผลสะสมไว้ทั้งหมด เมื่อนำเงินปันผลส่งคืนเท่าจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินแล้ว ก็เก็บสั่งสมไว้ตลอด แต่ในที่สุดนั้น นายบรรณพจน์ก็นำเงินปันผลที่เหลือทั้งปวงแยกออกจากบัญชีส่วนตัวมาเก็บไว้ต่างหากในบัญชีใหม่เมื่อ ปี 2548 แล้วรวมกับเงินค่าขายหุ้นให้เทมาเส็กส่งออกไปให้บริษัทต่างๆ ของครอบครัวชินวัตรในที่สุด

ส่วนกรณีที่ นางสาวพินทองทา อ้างว่ามารดาให้เงินในวันเกิดมาแบ่งซื้อหุ้นจากพี่ชาย จากนั้นได้นำเงินปันผลหุ้นชินคอร์ปโอนให้วินมาร์คในลักษณะของการซื้อหุ้นบริษัทที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์จำนวน 5 บริษัทจากวินมาร์ค

หลักฐานต่างๆ ที่พยานฝ่ายโจทก์ทั้ง ก.ต.ล. และ คตส. ให้ปากคำต่อศาล ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท นับเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะนำไปสู่การอายัดทรัพย์มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท จากการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจในเครือชินคอร์ป

หากศาลชี้ขาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มาตรา 100 (3) ที่บัญญัติไว้เพื่อป้องกันการคอร์รัปชัน ของคนที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ

นี้อาจจะเป็นข้อพิสูจน์ขั้นสุดท้าย ที่จะบอกความจริงอีกหลายอย่าง ในช่วงที่ผ่านมา

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 23, 2009 in เรื่องควรรู้

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: