RSS

Climategate ลับ ลวง พรางเพื่อโลกร้อน

06 ธ.ค.

เนื้อหาที่ผมนำมาเล่าในที่นี่ ได้รับการเผยแพร่โดยคุณกาลามะชนใน http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8581568/X8581568.htmlเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมเพียงทำหน้าที่เรียบเรียงและเพิ่มเติมบางส่วน และนำมาสื่อสารผ่านหน้าหนังสือพิมพ์อีกต่อหนึ่งเท่านั้น

กล่าวอย่างรวบรัด ทฤษฎีโลกร้อนที่สร้างขึ้นโดย IPCC (คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) และที่พวกเราเชื่อกันอยู่นั้น อธิบายว่า โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วนับจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซค์ ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่ากิจกรรมเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลของมนุษย์เป็นสาเหตุหลักของโลกร้อน

ประเด็นก็คือ หากเราเข้าใจสาเหตุของปัญหาผิดไป กล่าวคือ เชื่อตามข้อมูลที่ IPCC เสนอ และพยายามแก้ไขที่สาเหตุดังเช่นที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บภาษีคาร์บอน คาร์บอนเครดิต การเรียกเก็บเงินค่าปรับมหาศาลจากชาวบ้านที่ตัดต้นไม้โดยอ้างเรื่องการดูดซับกาซคาร์บอน เป็นต้น ผลก็คงไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก และมาตรการดังกล่าวได้กลายเป็นเครื่องมือทางการค้า และที่สำคัญคือกลายเป็นเครื่องมือที่บีบคั้นคนจนมากขึ้น

ข้อมูลโลกร้อนของ IPCC ได้รับการทักท้วงในเวทีโลกให้มีการตรวจสอบทั้งจาก NGO นักภูมิศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ มาโดยตลอด แต่ไม่เป็นผล และยิ่งเมื่อ Al Gore นำข้อมูลของ IPCC มาเสนอผ่านสารคดี “The Inconvenience Truth” กลับยิ่งตอกย้ำให้เข้าใจว่าโลกร้อนเกิดจากมนุษย์ ความตระหนกของคนทั่วโลกมีผลให้ Al Gore และ IPCC ได้รับรางวัลโนเบล ปี 2007 ไป

แต่ผมไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้ เมื่อกรณี “climategate”  หรือ “การตุกติกข้อมูลวิจัยให้โลกร้อนเกินจริงและร้อนจากฝีมือมนุษย์นั้น” ถูกเปิดออกมา ผลจะเป็นอย่างไรต่อไป Climategate เริ่มเมื่อ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์ Hadley หน่วยวิจัยสภาพภูมิอากาศโลก (Hadley – CRU) ของมหาวิทยาลัย East Anglia ซึ่งเป็นดั่งศูนย์กลางงานวิจัยเรื่องโลกร้อน ถูกมือดีเจาะข้อมูลในระบบดึงเอา e-mail และเอกสารวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกมาจำนวนมาก ซึ่งพบข้อความในe-mail ที่ชี้ให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งสมคบคิดกัน (ไม่อยากใช้คำนี้เลยจริงๆ ) เพื่อทำในสิ่งที่น่าหดหู่ 3 ประการ

1) พยายามปกปิดข้อมูล  ไม่ให้ฝ่ายที่ไม่เชื่อว่าโลกร้อนเกิดจากมนุษย์ดูข้อมูลดิบและงานวิจัยต่างๆ และถึงแม้จะใช้กฎหมาย Freedom of Information ก็ไม่เป็นผล และล่าสุด หน่วยวิจัยฯ เริ่มอ้างว่าข้อมูลส่วนใหญ่ได้ถูกทำลาย หรือสูญหายไปแล้วด้วยสาเหตุต่างๆ ….เช่น กรณีที่ Tom Wigley นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ หารือกับ Philip Jones ผู้อำนวยการ CRU ในการใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกปิดข้อมูลวิจัย http://www.eastangliaemails.com/emails.php?eid=485&filename=1106338806.txt

2) ตุกติกบิดผลการวิจัย เพื่อให้โลกดูร้อนขึ้นเร็วกว่าปกติ  ข้อเท็จจริงนี้ถูกพบและถูกตั้งข้อสังเกตมาก่อนแล้วหลายครั้ง แต่ฝ่ายโลกร้อนก็ยืนยันเถียงด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น กรณีที่ Philip Jones เขียนถึง Micheal Mann ผู้บริหารระดับสูงของ IPCC และเป็นเจ้าของผลงานไม้ตีฮอกกี้เจ้าปัญหา และคนอื่นๆ โดยบอกว่า เขาได้ใช้ การแก้ไข ตกแต่งข้อมูล เพื่อซ่อนอุณหภูมิที่ลดลง http://www.eastangliaemails.com/emails.php?eid=154&filename=942777075.txt

3) ปิดพื้นที่การสื่อสารของพวกที่ไม่เชื่อว่าโลกร้อนเกิดจากมนุษย์ ด้วยวิธีการต่างๆ  เช่น  กรณีที่มีความพยายามของ Mann ที่จะทำให้วารสารที่มี peer-review อย่าง climate research ตกกระป๋อง เพราะลงบทความวิจัยที่ตั้งข้อสงสัยเรื่องโลกที่ร้อนขึ้นอย่างผิดปกติของ IPCC  โดยการชักชวนให้นักวิทยาศาสตร์ไม่ส่งผลงานไปตีพิมพ์ http://www.eastangliaemails.com/emails.php?eid=295&filename=1047388489.txt

หรือกรณีที่ Mann บอกว่าเขาคิดจะคุยกับ Richard Black ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวสิ่งแวดล้อมของ BBC เพื่อหาว่าทำไม BBC ถึงปล่อยให้มีบทความโต้เถียงเรื่องโลกร้อนออกมา..ยังมี E-mail ร้อนๆๆๆๆ อีกเป็นจำนวนมาก ที่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำสมคบคิดกันสร้างภาพให้โลกร้อนเร็วขึ้นกว่าปกติ โปรดติดตามใน http://wattsupwiththat.com/2009/11/22/bishop-hills-compendium-of-cru-email-issues/

ถามว่าเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวในแวดวงนักวิทยาศาสตร์โลกร้อนแล้วเกิดอะไรตามมาบ้าง

  • หากเรา search ข้อความ climategate ผ่าน google จะพบว่าข้อมูลนี้กำลังกระจายไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีมากถึง 27.4  ล้านหน้า (วันที่ 7 ธ.ค.)
  • ชาวอังกฤษได้ทยอยเข้าไปลงชื่อ http://petitions.number10.gov.uk/UEACRU/  เพื่อให้รัฐบาลทำการสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น และระงับการนำผลงานวิจัยของ Hadley-CRU ไปใช้ จนกว่าจะได้มีการตรวจสอบ
  • 4 ธ.ค. ประธาน IPCC  สัญญาว่าจะสอบสวนกรณีที่ Hardley – CRU กล่างอ้างว่า โลกร้อนเกิดขึ้นจากมนุษย์ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
  • 5 ธ.ค. อุตุนิยมวิทยา ของอังกฤษ ประกาศตรวจสอบข้อมูลอุณหภูมิย้อนหลัง 160 ปี และจะนำข้อมูลสถานีตรวจวัดอุณหภูมิกว่าพันแห่งขึ้น website เพื่อให้สาธารณะเข้าถึงและตรวจสอบได้
  • มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเสตรท ซึ่งมี Micheal Mann  เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ระบบโลก ประกาศที่จะตรวจสอบงานของ Mann โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับวิธีวิทยาที่ Mann ใช้
  • มหาวิทยาลัย East Anglia ตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น ในขณะที่ Philip Jones ผู้อำนวยการ Hardley – CRU ประกาศพักงานชั่วคราวเพื่อรอผลการตรวจสอบตั้งแต่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา
  • Al Gore ยกเลิกกำหนดการที่จะไปปาฐกถาในงาน Copenhagen Climae Change ครั้งที่ 15 (COP 15) ในวันที่ 16 ธันวาคม 2552 เรียบร้อยแล้ว ว่ากันว่าที่ปรึกษาของ Gore ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในกลุ่มที่ได้ชื่อว่า ตุกติกข้อมูลวิจัย เช่นกัน

 สนใจติดตามเรื่องอื้อฉาวนี้ต่อที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Climatic_Research_Unit_e-mail_hacking_incident

ในแวดวงวิชาการ การตุกติก แก้ไขข้อมูลวิจัยหรือปกปิดข้อมูลของอีกฝ่าย ด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรม ถือเป็นผิดบาปมหันต์ ผิดจรรยาบรรณยิ่ง และแม้ว่าเรื่องอื้อฉาวนี้จะผ่านมา 2 สัปดาห์แล้วก็ตาม ผมก็ยังรอคอยอย่างมีความหวังว่าหน่วยงานและนักวิทยาศาสตร์ในบ้านเราจะออกมาให้ความเห็นต่อกรณีนี้บ้าง….

Advertisements
 
1 ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 6, 2009 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

One response to “Climategate ลับ ลวง พรางเพื่อโลกร้อน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: