RSS

อนาคตประเทศไทยกับ “วิชาพอเพียง”

15 ธ.ค.

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/analysis/20091215/91007/อนาคตประเทศไทยกับ-วิชาพอเพียง.html

สัมภาษณ์ ประภาส ชลศรานนท์

ช่วงที่ผ่านมา แนวคิดหนึ่งจากการเมืองมัก “โยนหินถามทาง” ไปถึงชนชั้นกลางในสังคมว่า กำลังทำอะไรอยู่

หรือมีส่วนในการแก้ปัญหาแค่ไหน ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่า ใครคือชนชั้นกลาง

เราต้องถามว่า ใครคือชนชั้นกลางแน่ๆ ตอนนี้มันมองไม่ออกว่า ใครคือชนชั้นกลาง ที่อยู่ในถนนใช่ไหม ที่อยู่ในการเลือกตั้งท้องถิ่นใช่หรือเปล่า หรือคนที่นั่งเงียบๆ ท้อๆ อยู่ในบ้าน ใช่ชนชั้นกลางหรือเปล่า พวกที่อยู่ในตลาดนัดล่ะ บางทีทุกคนจะบอกว่าตัวเอง คือ ชนชั้นกลาง อันที่จริงไม่ว่าในสังคมไหน คนที่อยู่ในสัดส่วนที่เยอะที่สุด หรือกลางๆ สุด เป็นคนมีบทบาทมากที่สุดอยู่แล้ว
 

ปัญหาหลายอย่างรุมเร้าประเทศไทย แต่เราไม่ควรสิ้นหวัง แม้มันจะมืด เหมือนอยู่ในห้องมืดๆ แล้วไม่รู้จะออกทางไหน
 

แต่ก็รู้แหละว่า มันมีประตูแน่ๆ อันที่จริงเราไม่ควรสิ้นหวังอะไรเลย ไม่ว่ามันจะมืดแค่ไหน ผมว่าตอนนี้ เหมือนบ้านเราเป็นโรงเรียน แล้วมีครูใหญ่คนหนึ่งบ้าปลูกต้นไม้ ก็เลยปลูกต้นไม้มันทั้งโรงเรียน ในสนามบอลก็ปลูก พออีกวันเปลี่ยนครูใหญ่คนใหม่อยากให้กีฬาฟุตบอลเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน ก็สั่งให้ตัดต้นไม้ออก เพื่อให้เด็กนักเรียนเตะฟุตบอล ผมว่าบ้านเรามันเป็นแบบนี้
 

โครงการระยะยาวเราไม่มีเลย เอนทรานซ์เปลี่ยนระบบแทบทุกสามสี่ปี เสาตอม่อรถไฟโด่เด่เต็มไปหมด เรื่องระบบขนส่งมวลชน ไม่มีใครรู้เลยว่าจะไปทางไหน ผู้คนก็เพิ่มมากขึ้น น้ำก็ท่วมทุกปี อย่าว่าแต่เรื่องเกษตรหรือเรื่องวัฒนธรรมเลย ธรรมนูญหลักของประเทศยังไม่รู้จะไปทางไหนเลย
 

เหมือนแม่คนหนึ่งไปคาดคั้นลูกชายว่า ลูกจะเลือกแฟนหรือเลือกแม่ ทำไมต้องเลือก ทั้งๆ ที่สำหรับลูกชายแล้วมันสำคัญทั้งสองอย่าง แล้วมันก็คนละเรื่องกันด้วย หลายเรื่องในบ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้ เหมาว่าเป็นเรื่องเดียวกัน 
 

ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอาจจะมองว่า การที่เกาหลีส่งท่าเต้น ส่งพระเอกนักร้องเป็นสินค้าออก คงเป็นเรื่องเล่นๆ ไม่เล่นนะครับ เขากำลังทำแบรนด์ของประเทศเขาอยู่เมื่อก่อนเราพูดถึงเกาหลี รู้สึกยังไง แล้วเดี๋ยวนี้รู้สึกยังไง
 

ถ้าพูดถึง “ท่าเต้นเกาหลี” เป็น “แบรนด์” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เราต้องส่งท่าแดนเซอร์ไปประกวดแข่งขันเขา
 

เพราะอาวุธสำคัญของเรา คือ “การเกษตร”
 

ถ้ามองอาวุธในการแง่ตั้งรับ แง่แก้ไขวิกฤตการณ์ความยากจน ผมเคยคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงานเกี่ยวกับงานส่งเสริมแนวคิดพอเพียงในแวดวงการเกษตรคนหนึ่ง สำหรับคนเมืองหรือคนชั้นกลางมักมองว่า เกษตรคือชาวไร่ชาวนา คือสวนคือการทำนากุ้ง แต่ความจริง…ไม่ใช่ 
 

คำว่าเกษตรหมายถึงวิถีเกษตร การที่เราปลูกต้นไม้หน้าบ้านก็เป็นเกษตร การเด็ดกระถินริมรั้วมาจิ้มน้ำพริกก็เป็นเกษตร การเอาใบไม้มาฝังดินทำปุ๋ยใส่แปลงดอกไม้ก็เป็นเกษตร เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศสามารถอยู่ได้สบายด้วยวิถีนี้ เศรษฐกิจมันจะตกแค่ไหนก็อยู่ได้ ในหลวงท่านพระราชทานแนวคิดนี้มาตั้งนานแล้ว พวกเราไม่ได้เอาไปใช้เป็นรูปธรรมกันเอง
 

ส่วนถ้ามองในเชิงรุก ทำไมผมจึงมองประเทศเราเป็นมหาอำนาจด้านนี้ได้ ประเทศเราทั้งความชื้น ทั้งอุณหภูมิ กลางวันกลางคืนไม่ต่างกันมาก ฤดูแต่ละฤดูก็ไม่ต่างกันมาก มีเขา มีทะเล มีที่ราบ พายุแรงๆ พัดมาก็มีกำแพงกันไว้ให้ ดินอุดม แมลงยั้วเยี้ย ปลายุ่บยั่บ ปลูกอะไรก็ขึ้นหมด
 

คนจีนสมัยไอ้หนุ่มซินตึ๊งนี่ โจษกันเลยว่าเมืองเสียมนี่เอาท่อนไม้ปัก ใบก็งอกแล้ว เอาง่ายๆ เลยป่ารกร้างทิ้งไว้นี่ ผ่านไปห้าหกปี ต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นเอง สมุนไพรทั้งนั้น มหาอำนาจด้านสมุนไพรเราเป็นได้แน่นอน แต่รัฐต้องเน้นเรื่องความคิดและการสนับสนุน และต้องสร้างค่านิยมใหม่ให้ได้ว่า คนหนุ่มสาวที่มาเรียนเกษตรนี่ เท่ และรายได้ดี
 

ประเทศไทยในอนาคต 5 ปีนับจากนี้จะเป็นอย่างไร 
 

ถ้ามองแบบธรรมดาแบบลบๆ หน่อย ก็คงจะเหมือนประเทศอื่นๆ ในโซนนี้  ที่เติบโตตามแต่ที่ประเทศแม่เขาวางมาตรฐานไว้ ทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ตัวเลขทางเศรษฐกิจตามเขา ก็วิชานี้มันของเขา ก็คงกู้เงินกันไปมา แต่ถ้าผมถามตัวเองว่าอยากให้เป็นอย่างไรนั้นนะ ผมว่าเรามีของดีอยู่ เพราะเราสามารถเป็นมหาอำนาจบางด้านได้ ถ้าเรามุ่งด้านนี้ สร้างวิชาของเราเองขึ้นมาบ้าง “วิชาพอเพียง” ที่ในหลวงท่านทรงพระราชทานมาให้ ปรัชญาที่ไม่ใช่วิชาของพวกตะวันตก

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 15, 2009 in บทความ

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: