RSS

ดร. สมเกียรติ เปิดวิวาทะสุดฮอต ดร. วรเจตน์ ชำแหละ คดียึดทรัพย์”ทักษิณ” 4.6 หมื่นล้าน

01 เม.ย.

อ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.prachachat.net/

ปลายเดือนที่แล้ว ประชาชาติธุรกิจ สัมภาษณ์พิเศษ ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ประเด็นวิพากษ์คำพิพากษาคดียึดทรัพย์ อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลายประเด็น พาดพิงถึง ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์จากทีดีอาร์ไอ. ขอโอกาส ประชาชาติฯ ชี้แจงในประเด็นสำคัญ เราเชื่อว่า วิวาทะทางวิชาการครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ใครเป็นแฟนสมเกียรติก็รีบต้องอ่าน ใครเป็นแฟนวรเจตน์ ยิ่งต้องอ่านโดยพลัน

@ บทวิเคราะห์ของอาจารย์วรเจตน์และเพื่อนอาจารย์ ที่พาดพิงดร.สมเกียรติ  อาจารย์เห็นไม่ตรงในส่วนไหนบ้าง
ก็มีหลายประเด็นมากนะครับ  แต่ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนครับว่า ผมนับถืออาจารย์วรเจตน์  โดยส่วนตัวเป็นเพื่อนกัน เคยร่วมงานกัน ถึงแม้ไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ผมคิดว่าอาจารย์วรเจตน์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความกล้าหาญ ผมคิดว่า การที่คนกลุ่มหนึ่ง เช่น 5 อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จะออกมาสวนกระแสสังคมในเรื่องที่คนจับตามองเยอะและมีความเห็นแตกต่างกันมากขนาดนี้  ผมเห็นว่าเป็นความกล้าหาญ  เป็นเรื่องที่ผมให้เครดิต  แล้วงานของทีม 5 อาจารย์ โดยเฉพาะอาจารย์วรเจตน์ ที่ผ่านมาหลายเรื่องผมอ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ

เช่น การวิเคราะห์เรื่องการอุทธรณ์ในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เป็นอุทธรณ์ตามหลักกฎหมายทั่วไปจริงหรือเปล่า  ประเด็นนี้ผมอ่านแล้วได้ความรู้ ฉลาดขึ้นเยอะ   ก็เลยดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนกับอาจารย์วรเจตน์  และผมคิดว่าอาจารย์น่าจะดีใจด้วย เพราะเป็นคนชอบวิชาการเหมือนกัน และผมเชื่อเจตนาดีของอาจารย์วรเจตน์

ที่ผมจะพูดนี้ก็ขอแสดงความเห็นต่อทั้งส่วนที่อาจารย์สัมภาษณ์พาดพิงถึงผม และส่วนที่อาจาย์และคณะวิจารณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์   ก็ลำบากนะครับที่จะแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน เพราะหลายเรื่อง เช่น เรื่องภาษีสรรพสามิต หรือเรื่องการลดค่าสัมปทานพรีเพด  ความเห็นของอาจารย์ก็ปรากฏอยู่ทั้งสองที่  แล้วการที่ผมแย้งอาจารย์ โดยไม่สามารถแยกออกจากกันว่าเป็นการแย้งในกรณีที่พาดพิงผม หรือกรณีที่อาจารย์วิจารณ์คำพิพากษาของศาล  ก็อาจจะไม่เป็นธรรมกับอาจารย์บ้าง  เพราะมาตรฐานในการโต้แย้งสองส่วนนี้คงไม่เหมือนกัน ต้องขออภัยด้วย 

ก่อนอื่น มีประเด็นที่อาจารย์พาดพิงผมเล็กน้อยว่า ที่ผมให้ความเห็นต่างๆ เรื่องโทรคมนาคมนั้น ผมคิดเอาเองหรือ  ไม่ได้ฟังผู้ประกอบการอีกซีกหนึ่งหรือเปล่า   ผมขอเล่าให้ฟังว่า ในการทำงานวิจัยเชิงนโยบายของผม จะมีคนมาขอพบผมเยอะมาก ด้วยหลายจุดประสงค์ต่างๆ ทั้งมาขอข้อมูล มาขอความเห็น หรือ มาล็อบบี้ ซึ่งล็อบบี้ก็ไม่ได้แปลว่าอะไรไม่ดีเสมอไป  แต่คือการให้ข้อมูลในมุมของเขา   ฉะนั้น แค่ผมอยู่เฉยๆ ก็จะมี นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กองทุนต่างๆ และผู้ประกอบการเข้ามาพบอยู่เรื่อยๆ

เช่น ล่าสุด ทำกฎหมาย กสทช. อยู่ในสภา   ก็จะมีนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มาถามว่ากฎหมายจะเสร็จเมื่อไหร่ ออกมาแล้วใครกระทบยังไง    มีเปลี่ยนหน้ามาหลายบริษัท ทั้งไทยและฝรั่ง นักวิเคราะห์หลักทรัพย์พวกนี้ก็คือ คนที่ไปคุยกับบริษัทโทรคมนาคม และเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะว่าเขาต้องบอกกองทุนและนักลงทุนที่เป็นลูกค้าเขาว่า ควรเอาเงินไปลงบริษัทไหน   แล้วมันจะได้เงินหรือเสียเงิน ฉะนั้นพวกนี้ไม่ใช่พวกมั่ว      มีโอเปอร์เรเตอร์มาคุยกับผมด้วย เพราะเขาอยากจะแชร์ไอเดียในมุมของเขาว่าเขาคิดอย่างนี้  บางคนก็มากับไอเดียว่า อยากจะแปรสัญญาอย่างโน้น อยากจะให้ออกใบอนุญาต 3G อย่างนี้ ก็มาเรื่อยๆ แล้วก็ไปเจอตามเวทีต่างๆ อีกเยอะแยะ ฉะนั้นผมไม่ได้นั่งเทียนเดาอยู่คนเดียวนะครับ (หัวเราะ)

ล่าสุด เมื่อมีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ออกมา มีผู้บริหารระดับสูงของโอเปอร์เรเตอร์รายหนึ่งมาบอกว่า ผมวิเคราะห์ได้ถูกต้องเรื่องภาษีสรรพสามิตกีดกันการแข่งขัน   มาบอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง    

ผมคิดว่า  ในคดียึดทรัพย์นี้ ศาลมีความพยายามมากในการตัดสินให้ดีที่สุด  แต่จะเรียกว่าสมบูรณ์แบบคงไม่ใช่ ผมเองอ่านแล้วก็มีเครื่องหมายคำถามบางจุด   ยังมีบางจุดที่คิดว่าจุดนี้ถ้าตัดสินแบบเดียวกัน แต่ให้เหตุผลให้หนักแน่นขึ้นก็จะดีขึ้น หรือถ้าอธิบายละเอียดขึ้น ก็จะดีขึ้น  

load เอาฉบับเต็มไปอ่านครับ ยาว 14 หน้า A4

อ.สมเกียรติ์

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: