RSS

พลังสีแดง : การจัดตั้งของภาคการผลิตไม่เป็นทางการ (2)

10 เม.ย.

คราวที่แล้ว ได้กล่าวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงมีที่มาจากไหนหรืออยู่ตำแหน่งแห่งที่ในระบบเศรษฐกิจอย่างไร

ซึ่งผมอธิบายไว้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นกลุ่มที่อยู่ในภาคการผลิตไม่เป็นทางการซึ่งต่างคับข้องใจจากความรู้สึกว่าถูกปิดโอกาสในการเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจจากรัฐบาล

คำถามต่อมา คือ แล้วพวกเขาเข้ามาสร้างการเคลื่อนไหวทางการเมืองใหญ่นี้ได้อย่างไร 

คำตอบทั่วไปของปัญญาชนคนชั้นกลางในเมืองมักจะออกมาในรูปของคนพวกนี้ถูกจ้างมา คนพวกนี้ตกอยู่ในวังวนระบบอุปถัมภ์หรือนโยบายประชานิยมจนมองไม่เห็นความเลวของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

คำตอบเหล่านี้ แม้ว่าอาจจะทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าทำให้เข้าใจปรากฏการณ์ได้ระดับหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรอบการอธิบายเช่นนี้กลับมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งพอที่จะทำให้เกิดแรงผลักทางปัญญาให้เกิดการปรับตัวของสังคมไทยเพียงพอ

กลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้หญิงอายุกลางคนขึ้นไป ผู้หญิงกลุ่มนี้คือคนที่ต้องดูแลเศรษฐกิจของครอบครัวตามวัฒนธรรมไทย ดังนั้น การดำรงอยู่ทางเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง การเมืองของคนเสื้อแดงจึงเป็นการเมืองของผู้หญิงในภาคการผลิตไม่เป็นทางการโดยแท้

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงไทยถูกวัฒนธรรมสร้างให้เป็นผู้ดูแลภายในครอบครัวเป็นหลัก ส่วนผู้ชายในวัฒนธรรมถูกคาดหมายให้เป็นผู้ที่ต้องออกไปข้างนอกเพื่อแสวงหาเกียรติยศและศักดิ์ศรี ดังนั้นสิ่งที่ต้องตอบให้ได้ก็คือ อะไรเป็นความเปลี่ยนแปลงพื้นฐานให้ผู้หญิงกลุ่มนี้ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกครอบครัวเช่นนี้

การขยายตัวของการผลิตไม่เป็นทางการเป็นปัจจัยนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะและความสัมพันธ์ระหว่างงานภายนอกกับงานภายในครอบครัว โดยการผลิตไม่เป็นทางการทำให้เส้นแบ่งระหว่างภายนอกกับภายในครอบครัวพร่ามัวและไม่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจนอีกต่อไป เพราะฐานการผลิตกลับอยู่ในครัวเรือนมากกว่าอยู่ข้างนอก ความรู้ความชำนาญที่ใช้ในการผลิตก็ประยุกต์มาจากงานของผู้หญิงในครอบครัวแบบเดิมมาสู่ตลาดที่กว้างขวางขึ้น

นอกเหนือไปจากความเปลี่ยนแปลงของความเป็นผู้หญิงในการผลิตไม่เป็นทางการ การขยายตัวของการผลิตไม่เป็นทางการได้ทำให้เกิดพื้นที่ทางสังคมเศรษฐกิจแบบใหม่ของผู้หญิงและนำมาสู่การจัดตั้งทางสังคมของภาคการผลิตไม่เป็นทางการ

การขยายตัวของการผลิตไม่เป็นทางการได้ทำให้เกิดการขยายตัวของพื้นที่ทางสังคมเศรษฐกิจแบบใหม่ของผู้หญิง ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการผลิตไม่เป็นทางการทำให้ผู้หญิงจำนวนมากต้องถักสานความสัมพันธ์ทางสังคมกันใหม่ จากเดิมที่อาจจะจำกัดตนอยู่ในละแวกบ้านก็เปิดกว้างขวางมากขึ้น ตัวอย่างเช่น แม่ค้าในตลาดนัดก็ได้สร้างเครือข่ายของแม่ค้าที่จะทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับการค้าขายในแต่ละตลาดกระจายไปสู่กัน รวมทั้งการสร้างความช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันระหว่างแม่ค้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการจองพื้นที่ในตลาดนัด การฝากร้านของตนเองในบางช่วงเวลา 

เครือข่ายของการผลิตไม่เป็นทางการนั้นเอื้ออำนวยให้แต่ละคนสามารถปรับตัวได้รวดเร็วตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะการผลิตไม่เป็นทางการนั้นอ่อนไหวต่อความต้องการในตลาดสูงมาก ประกอบกับทุนที่จะต้องลงไปในการผลิตนั้นมีไม่มากนัก จึงต้องการการปรับตัวที่รวดเร็วและยืดหยุ่น เพราะไม่สามารถรองรับการขาดทุนได้อย่างต่อเนื่องหลายวัน

เครือข่ายของภาคการผลิตไม่เป็นทางการที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นจึงเหนียวแน่นและมีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมาก เพราะเป็นเสมือนฐานที่สำคัญของการอยู่รอดของกลุ่มตน รวมทั้งเครือข่ายเช่นนี้จะระดมออกมาต่อสู้กับรัฐในบางกรณีด้วย เช่น รวมกันเพื่อต่อสู้กับตำรวจเทศกิจที่ไล่จับกลุ่มตนเอง เป็นต้น

หากพิจารณากันอย่างจริงๆ จังๆ แล้ว  เครือข่ายทางสังคมเศรษฐกิจเช่นนี้ก็เป็นเสมือนองค์กรทางธุรกิจเช่นเดียวกันกับสมาคมธนาคารพาณิชย์ หอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด ฯลฯ เพียงแต่ว่ารัฐไม่เคยเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนอะไร มิหนำซ้ำรัฐยังคอยรังแกเป็นครั้งเป็นคราวเรื่อยมา

ช่วงเวลายี่สิบปีของการขยายตัวของการผลิตไม่เป็นทางการนี้ ได้ทำให้เครือข่ายทางสังคมเศรษฐกิจภาคการผลิตไม่เป็นทางการนี้เข้มแข็งมากขึ้น จนทำให้กลายเป็นเสมือนการจัดตั้งทางสังคมของกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในภาคการผลิตไม่เป็นทางการ

การจัดตั้งทางสังคมหมายความว่าคนทั้งหมดได้สร้างระบบที่ทำให้เข้าใจและหมายรู้ได้ว่าตนเองอยู่ในกลุ่มทางสังคมกลุ่มเดียวกันนี้  ลองนึกถึงคนชั้นกลางที่เข้าร่วมอยู่ในสมาคมต่างๆ เป็นระยะเวลานานๆ ทุกคนก็จะเข้าใจและหมายรู้ได้ว่าตนเองอยู่ตรงจุดไหนของสังคม (ภาษาวิชาการสมัยใหม่อาจจะเรียกลักษณะหมายรู้ของการอยู่ในองค์กรจัดตั้งเช่นนี้ว่า “อัตลักษณ์” ซึ่งมีความหมายว่ากลุ่มของตนคือใคร และสังคมทั่วไปก็รับรู้ว่าตนคือใคร ซึ่งการจะรับรู้เช่นนี้ได้ก็ต้องผ่านความสัมพันธ์ทางสังคมกันมายาวนานพอสมควร)

เครือข่ายทางสังคมเศรษฐกิจของภาคการผลิตไม่เป็นทางการได้ก่อให้เกิดการจัดตั้งทางสังคมของคนกลุ่มใหม่ที่มีระบบการสื่อสารกันระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นระบบปากต่อปากหรือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

ที่สำคัญ การจัดตั้งทางสังคมของเครือข่ายการผลิตไม่เป็นทางการนั้น ทำให้คนในเครือข่ายได้เริ่มมองเชื่อมตนเองในฐานะปัจเจกบุคคลเข้ากับจินตนาการสังคมที่กว้างไกลมากขึ้น การพูดคุยกันถึงส่วนรวม (หรือสังคมในความหมายทางวิชาการ) กลายเป็นเรื่องปรกติมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเพียงเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องในครอบครัวตนเอง (ไม่ได้หมายความว่าการนินทาผัวจะหมดไปนะครับ แต่มีความหมายน้อยกว่าหรืออาจจะสนุกน้อยกว่าการพูดคุยกันถึงส่วนรวมหรือการนินทาเมียน้อยๆ ของคนสาธารณะ) 

ความเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทางสังคมเศรษฐกิจแบบใหม่ของผู้หญิงและการจัดตั้งทางสังคมของภาคการผลิตไม่เป็นทางการได้กลายเป็นฐานของการรวมกลุ่มเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง ซึ่งสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากฐานของการรวมกลุ่มเพื่อขับเคลื่อนทางการเมืองแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องอธิบายอีกด้วยว่าปัจจัยอะไรเป็นการจุดประเด็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนในภาคการผลิตไม่เป็นทางการนี้ ขออนุญาตต่อคราวหน้านะครับ

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/attachak/20100408/109089/พลังสีแดง-:-การจัดตั้งของภาคการผลิตไม่เป็นทางการ-(2).html

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 10, 2010 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: