RSS

พลังสีแดง : การจัดตั้งของภาคการผลิตไม่เป็นทางการ (3)

16 เม.ย.

เขียนโดย อ.อรรถจักร สัตยานุรักษ์

คราวก่อนหน้านี้ ผมได้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของการทำมาหากินในภาคการผลิตไม่เป็นทางการ ที่ส่งผลทำให้คนจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนแปลงวิธีคิด

วิธีรู้สึกที่มีตัวตนของตนเอง โดยได้เชื่อมต่อตนเองเข้ากับสังคมที่กว้างขวางขึ้น พร้อมกับได้ก่อสร้างองค์กรเครือข่ายอย่างไม่เป็นทางการขึ้นมา ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ เพื่อเอื้อให้การผลิตไม่เป็นทางการนั้นดำเนินไปอย่างดีที่สุด

ที่กล่าวมาทั้งหมด ก็คือ โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มการผลิตภาคไม่เป็นทางการ ที่ได้สร้างสมขึ้นมาอย่างยาวนานในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่ปัญหา ก็คือ คนกลุ่มนี้ได้เข้ามาสู่การเคลื่อนไหวการเมืองครั้งใหญ่นี้ได้อย่างไร อะไรเป็นพลังในการจุดชนวนให้เกิดการปะทุขึ้นมาได้ใหญ่โตขนาดนี้

ผมคิดว่าประเด็นแรกสุดที่ต้องทำความเข้าใจ ก็คือ ความเปลี่ยนแปลงของการเป็นพลเมืองที่ไม่กระตือรือร้นมาสู่การเป็นพลเมืองที่กระตือรือร้น (Passive Citizenship to Active Citizenship) 

การเชื่อมต่อตนเองเข้ากับสังคมที่กว้างขวาง ได้ทำให้คนในภาคการผลิตไม่เป็นทางการเริ่มตระหนักถึงความเป็นพลเมืองในรัฐไทยมากขึ้น เพราะชีวิตการทำมาหากินได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐมากกว่าเดิม อาทิเช่น สถานที่วางขายของ การเคลื่อนย้าย และขนส่งสินค้า ฯลฯ 

การก่อตัวของความสำนึกพลเมืองในระยะแรก แม้ว่ายังคงอยู่ในลักษณะของสำนึกพลเมืองที่ไม่กระตือรือร้น กล่าวคือ ยังคงยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ไม่ได้เกาะกลุ่มกันถกเถียง หรือแสดงตนต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพตนเองแต่อย่างใด แต่ขณะเดียวกัน การขยายพื้นที่การดำรงอยู่ร่วมกับสังคมที่เพิ่มมากขึ้น ก็นำมาสู่การเริ่มต้นสำนึกถึงความเท่าเทียมกัน ในความเป็นพลเมืองภายใต้ความแตกต่างระหว่างชนชั้นมากขึ้นตามไปด้วย

ความสำนึกเช่นนี้ปรากฏชัดเจนในชีวิตประจำวันที่พวกเธอและเขาต้องพบปะกับลูกค้าชนชั้นกลางที่แสดงตนเองว่าอยู่คนละพวกหรือคนละชั้นกับเธอ การโอภาปราศรัยระหว่างลูกค้ากับแม่ค้าไม่ได้เป็นไปในระนาบเดียวกัน การใช้สรรพนามเรียกอย่างนับญาติไม่ใช่เรื่องปกติที่จะใช้กันได้ ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็แสดงความเหนือกว่ากว่าเสมอมา

ตัวอย่างที่ชัดเจนมากกว่าเพียงแต่อาจจะไม่ตรงกับประสบการณ์การค้าในภาคการผลิตนอกระบบนัก ก็คือ การแบ่งชนชั้นระหว่างข้าราชการชั้นประทวนกับข้าราชการชั้นสัญญาบัตร ซึ่งเป็นเรื่องดำเนินมาอย่างปกติยาวนาน ทุกคนยอมรับความแตกต่างนี้ แต่ในปัจจุบัน เมื่อเกิดสำนึกในพลเมืองที่เท่าเทียมกันเกิดขึ้น จึงทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างทางสถานะและชนชั้นนี้ชัดเจนมากขึ้น

จนไม่น่าแปลกใจหากข้าราชการชั้นประทวน จะเข้าร่วมกับการเคลื่อนไหวเสื้อแดงนี้มากมาย เพราะที่สำคัญ ก็คือ ภรรยาของข้าราชการชั้นประทวนซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นผู้ประกอบการในภาคการผลิตไม่เป็นทางการจะเป็นผู้ที่มีความสำนึกเช่นนี้สูงกว่าสามี และมักจะเป็นผู้กระตุ้นเร่งเร้าให้สามีรู้สึกถึงความแตกต่างนี้ และเมื่อภรรยาเป็นปัจจัยกระตุ้นเช่นนี้ มีหรือสามีไทยจะกล้าปฏิเสธได้

ความแตกต่างทางชนชั้นที่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันเช่นนี้ ได้กลายมาเป็นความคับข้องใจฝังอยู่ในระบบอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด และเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือเกิดการจุดประเด็นใดก็ตามที่เกี่ยวข้องอยู่กับความแตกต่างทางชนชั้นเช่นนี้ ก็จะสามารถกลายเป็นเชื้อไฟจุดเอาความคับข้องใจให้ปะทุมาโดยง่าย ลองนึกถึงปฏิกิริยาของผู้คนตอนนายหมูแฮมที่ขับรถชนคนจนตาย หรือจะย้อนไปไกลหน่อย อาทิเช่น คำว่า “สินค้าแบกะดิน” ได้ทำให้กลุ่มพลังธรรมชนะเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น 

ในช่วงแรกของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร ฝ่ายเสื้อแดงรุ่นแรกๆ ซึ่งเป็นปัญญาชนได้พยายามเคลื่อนไหวด้วยประเด็นของประชาธิปไตย ซึ่งก็ได้ผลระดมคนได้ไม่มากนัก แต่ภายหลังมาเมื่อกลุ่มนักการเมืองเสื้อแดงที่มาจากสมาชิกสภาแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่ได้มีฐานเสียงระบบอุปถัมภ์แบบสมาชิกสภาแบบเขตพื้นที่ นักการเมืองกลุ่มนี้น่าจะมีความรู้สึกสอดคล้อง หรืออย่างน้อยน่าจะมีความรู้สึกร่วมกับคนที่อยู่ในภาคการผลิตไม่เป็นทางการ การเคลื่อนไหวทางการเมือง จึงได้เปลี่ยนแปลงจากการรณรงค์ประเด็นประชาธิปไตยแบบชนชั้นกลาง มาสู่การสร้างชุดคำอธิบายการเคลื่อนไหวการเมืองประชาธิปไตยแบบเน้นความแตกต่างทางชนชั้น ซึ่งได้แก่ “อำมาตย์-ไพร่”

พลังดึงดูดและแรงผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มออกมาสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเช่นนี้ จึงไม่ใช่แค่ประเด็นของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะรอเสียงของอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคืน แต่ลึกลงไปนั้นเป็นประเด็นของความคับข้องใจที่ฝังอยู่ในระบบอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดมาเนิ่นนาน

หากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ มีโอกาสกลับมาสู่การเมืองจริงๆ (ซึ่งผมคิดและพูดมานานแล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้) การบริหารงานแบบทักษิณ ก็จะทำให้คนกลุ่มนี้หันหลังให้แก่เขาในเวลาไม่นานนัก 

ดังนั้น ไม่ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้จะจบลงอย่างไร รัฐบาลที่จะเข้ามามีอำนาจต่อไปจำเป็นต้องคิดในประเด็นความแตกต่างทางชนชั้นนี้ให้มาก เพราะไม่ใช่เพียงแค่การช่วยเหลือทางด้านการกระจายรายได้เท่านั้น หากแต่ต้องทำความเข้าใจในเรื่องที่ลึกลงไปในระบบอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของสังคมเลยทีเดียว

พลังสีแดง (2) https://wwisartsakul.wordpress.com/2010/04/10/

พลังสีแดง (1) https://wwisartsakul.wordpress.com/2010/04/04/

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 16, 2010 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: