RSS

ชนชั้น : สัมภาษณ์ อคิน รพีพัฒน์ เจ้าที่ทำตัวเป็นไพร่

03 พ.ค.

คำว่า ชนชั้นในสังคมได้กลายเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งทางการเมือง เรื่องนี้นักมนุษยวิทยารุ่นบุกเบิกที่เป็นเจ้า แต่ชอบทำตัวเป็นไพร่…มีมุมชวนคิด

แม้จะผ่านช่วงวัย 77 ปีมาไม่นาน แต่นักมนุษยวิทยาคนนี้ ยังห่วงใยสังคม และทำงานเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง ดร.ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ เป็นที่รู้จักในเครือข่ายชุมชนและนักวิชาการเป็นอย่างดี

ท่านเป็นโอรสในหม่อมเจ้าเพลิงนภดล รพีพัฒน์ (พระโอรสในพระเจ้าเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และหม่อมอ่อน)กับ หม่อมเจ้าหญิงทรงอัปสร กิติยากร ท่านมีฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้า แต่ชอบทำตัวเป็นไพร่

 ปัจจุบันท่านเป็นประธานมูลนิธิชุมชนไท และที่ปรึกษาด้านชุมชน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นนักวิชาการรุ่นแรกๆ ที่ทำวิจัยเชิงคุณภาพ เคยทำงานองค์การพัฒนาเอกชนเกี่ยวกับชุมชนและเอดส์ มีผลงานเขียนมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง “สังคมไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ 2325-2416” หนังสือหนึ่งในร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน

ในช่วงที่ท่านอายุมากขึ้น จึงทำงานชุมชนน้อยลง แต่ยังคงทำงานกับคนยากจนอย่างต่อเนื่อง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช บอกว่า ท่านเป็นนักเล่านิทาน เล่าเรื่องสลัมตรอกใต้ นางเลิ้ง ด้วยการตีความตามความเป็นจริง และไม่ชอบพูดภาษาวิชาการที่ฟังดูยากๆ

หากอยากรู้ว่า ทำไมเป็นเจ้าแล้วชอบทำตัวเป็นไพร่ อาจารย์บอกว่า “ลองไปอ่านที่ผมเขียนในหนังสือ ‘มองสังคมผ่านชีวิตในชุมชน’ แล้วจะเข้าใจผม”

หากมีคนพูดถึงนักวิชาการที่เป็นเจ้า แต่อยากเป็นไพร่ นั่นหมายถึงอาจารย์ใชไหมคะ

ในยุคหนึ่งกลุ่มชนชั้นสูงก็มองว่าผมเป็นแกะดำ เวลาผมอยู่กับชนชั้นระดับเดียวกัน ผมจะรู้สึกวางตัวไม่ค่อยถูก ผมจะคุยกับคนในสลัมได้ดีกว่านายทุนหรือนักธุรกิจ สมัยหนึ่งผมทำงานกับอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ทำให้ผมเข้าใจคนยากคนจน

สมัยเรียนที่อังกฤษ ผมเรียนวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมาก ตอนนั้นเสด็จปู่ผมก็เรียนที่นั่น มีทั้งพวกผู้ดีอังกฤษ และนักเรียนทุน ถ้าผมเดินมากับเพื่อนนักเรียนทุน กลุ่มเพื่อนที่เป็นผู้ดีจะไม่ทักผม เพราะในอังกฤษมีความต่างทางชนชั้นสูงมาก

เป็นนักวิชาการที่เข้าใจคนระดับรากหญ้าเป็นอย่างดี ? 

ตอนเด็กๆ ช่วงที่พ่อผมเป็นผู้พิพากษา ผมต้องมาคอยพ่อที่ศาลเพื่อกลับบ้านกับพ่อ ผมชอบเดินไปคุยกับนักโทษที่ถูกคุมขัง ผมสนใจชีวิตคนที่มีปัญหา การที่ผมเป็นนักมนุษยวิทยา ผมต้องทำการค้นคว้าที่ลึกซึ้ง โดยให้สนใจชีวิตคนยากไร้ ตอนผมทำวิจัยปริญญาเอกผมทำเรื่องชุมชน ผมยังจำได้ว่า ตอนเข้าไปทำงานสลัมแถวนางเลิ้งสองปี ตอนนั้นบ้านผมอยู่แถวนั้น พอดึกๆ คนในสลัมก็เดินมาส่งผม พวกเขามีน้ำใจมาก แต่คนในสลัมก็กลัวคนข้างนอก

แล้วอาจารย์มองเรื่องชนชั้นในสังคมอย่างไรคะ

เรื่องชนชั้นพูดยากครับ แล้วคุณหมายความชนชั้นว่ายังไง ตอนนี้มีการเอาเรื่องชนชั้นมาเป็นเครื่องมือ แต่ชาวบ้านคิดอีกแบบ เพราะมีการบิดทางวาทกรรม ผมคิดว่าคำว่า อำมาตย์ ชาวบ้านไม่รู้จักหรอกครับ จริงๆ แล้วชาวบ้านไม่ชอบข้าราชการ อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบ แต่มีคนมาเปลี่ยนใช้คำว่า อำมาตย์ เพราะมุ่งประเด็นที่สูงกว่านั้น แม้กระทั่งนักวิชาการก็ให้ความหมายชนชั้นไม่เหมือนกัน จริงๆ แล้วชาวบ้านไม่ได้คิดเรื่องชนชั้น แต่มีคนจับเรื่องชนชั้นขึ้นมา เพราะคนร่ำรวยเป็นที่พึ่งไม่ได้ มักจะเอาเปรียบคนจน

แม้กระทั่งคำว่าชนชั้นในสังคมก็ยังตีความต่างกัน ?

คือเรามีนักวิชาการหรือนักการเมืองที่ฉลาดพยายามปั้นแต่งคำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ความขัดแย้งจริงๆ ในระบบชาวบ้าน ไม่ใช่อำมาตย์กับชาวบ้าน ชาวบ้านขัดกับคนสองพวกคือ ข้าราชการกับนายทุน เวลามีปัญหา ข้าราชการมักไปช่วยนายทุน ชนชั้นที่เกิดขึ้นจริงๆ ผมว่าเป็นชนชั้นนายทุนกับชาวบ้าน

ในทัศนะของอาจารย์ ชนชั้นเป็นปัญหาหรือไม่ เพราะมีการถกเถียงในสังคมมากในเรื่องนี้

สมัยรัตนโกสินทร์มีไพร่ มีเจ้านาย สมัยนั้นมีการแบ่งแยกระหว่างขุนนางกับพระเจ้าแผ่นดิน โดยระบบสถาบันพระมหากษัตริย์เข้าไปค้านอำนาจเพื่อไม่ให้ขุนนางที่มีอำนาจกดขี่ขูดรีดไพร่ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สถาบันกษัตริย์เป็นที่เคารพของประชาชน เพราะพระมหากษัตริย์ไม่ได้เข้าข้างขุนนาง

แต่พอมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่พวกเจ้านายก็ยังคุมขุนนางอยู่ จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ขุนนางเริ่มมีอำนาจมากและระบบสถาบันกษัตริย์จะค้านอำนาจพวกอำมาตย์หรือข้าราชการเหมือนสมัยโบราณไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างไร ระบบอุปถัมภ์ก็ยังคงอยู่ในสังคม

คำว่า ชนชั้นในสังคมไทย กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ?

ถ้าชนชั้นหมายถึงคนที่มีฐานะไล่เลี่ยกัน มีความเป็นอยู่คล้ายๆ กัน มีความคิดเห็นร่วมกันว่าเป็นพวกเดียวกัน ส่วนระบบอุปถัมภ์ มีผู้อุปถัมภ์ ผู้เป็นนาย และผู้รับการอุปถัมภ์ รูปแบบนี้เรียกว่าความสัมพันธ์แนวตั้ง แต่ความสัมพันธ์ชนชั้นเป็นความสัมพันธ์แนวราบ

ถ้าเราเป็นสังคมแบบอุปถัมภ์จริงๆ ก็จะไม่มีชนชั้น ถ้าความสัมพันธ์แนวราบมีมาก และความสัมพันธ์แนวตั้งมีน้อย ถึงจะมีชนชั้น เมืองไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่เป็นระบบอุปถัมภ์มาสู่สังคมอีกแบบ เราพบว่า คนที่มีความสัมพันธ์ที่เป็นระดับเดียวกันจะมารวมตัวกันมากขึ้นและต่อต้านคนอีกชั้น ระบบทุนนิยมทำให้เกิดการแบ่งแยกแบบนี้มากขึ้น ทั้งๆ ที่สมัยก่อนสังคมไทยไม่มีชนชั้น เพราะเป็นสังคมแนวตั้งมากกว่า แต่ตอนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน

เป็นช่วงที่สังคมกำลังเปลี่ยนแปลง ?

ในกรุงเทพฯ มีชนชั้นกลางและพวกทุนนิยมจำนวนมาก คนกรุงเทพฯ มีระบบอุปถัมภ์น้อยกว่า พวกเขาเลือกผู้แทนเพื่อเป็นตัวแทน แต่คนต่างจังหวัดบางแห่ง ไม่ได้เลือกผู้แทน แต่เลือกผู้อุปถัมภ์

จะเรียกว่า สังคมไทยมีการจัดลำดับชนชั้นด้วยอำนาจและเงินจะได้ไหม ?

เมื่อก่อนไม่ได้เป็นอย่างนี้ ผมจะเล่านิทานให้ฟังเรื่องหนึ่ง จะได้ไม่พูดเชิงนามธรรมอย่างเดียว เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ผมทำงานที่กองคดีศาลแขวง มีเศรษฐีคนหนึ่งมาหาหัวหน้ากอง เขาเดินเข้ามาในห้องที่มีตำรวจ ตำรวจพวกหนึ่งยกมือไหว้อย่างนอบน้อม อีกพวกถอยหลังมา แล้วบอกว่า “จะไหว้มันดีไหม เพราะมันรวยมหาศาล แต่เลวระยำ” สมัยก่อนเรายังจัดลำดับคนด้วยคุณธรรม แต่ปัจจุบันสังคมเปลี่ยน คนเห็นเงินสำคัญมากขึ้น

ระบบอุปถัมภ์ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างไรคะ

ระบบอุปถัมภ์สมัยโบราณยังใช้ได้ คนร่ำรวยมีฐานะไม่รู้จะเอาเงินไปใช้ทำอะไร ก็แจกจ่ายแบ่งปันให้คนอื่น และค้ำจุนพุทธศาสนา สมัยก่อนเราวัดคนคุณภาพด้วยความดี และธรรมะ เวลาเลือกคนมาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ต้องเลือกคนที่มีคุณธรรม เคยบวชเป็นพระ แต่ตอนหลังเลือกคนมีเงิน จากฐานที่เคยยึดว่าต้องเป็นคนที่มีคุณความดีเปลี่ยนมาเป็นคนมีเงิน เพราะสมัยนี้ระบบทุนนิยมเข้ามาครอบงำ สะสมเพื่อตัวเอง ใช้เงินซื้ออุปกรณ์เพื่อความสุขทุกอย่าง

หลายคนคิดว่า เรากำลังสู้กับชนชั้นที่ไม่เป็นธรรมในสังคม ?

ผมไม่รู้ว่า พวกที่ออกจากป่าคิดยังไง มีหลายคนเคียดแค้นสถาบัน คิดว่า สถาบันมีส่วนเกี่ยวข้อง มีความแค้นอยู่ในใจ มีความคิดจะต่อสู้ ผมคิดว่า ถ้าเมืองไทยไม่มีสถาบันกษัตริย์จะลำบากมาก คนไทยจะฆ่ากันมากขึ้น เมื่อก่อนสยามประเทศจะมีหลายเผ่าพันธุ์ แต่มาอยู่ร่วมกันเพราะสวามิภักดิ์ต่อสถาบันเดียวกัน 

จำได้ว่า หลังสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พวกอเมริกันพยายามมากในการดึงให้คนไทยไปเรียนต่อต่างประเทศ ผมอยู่ต่างประเทศนานจนมองเห็นความบกพร่องของสังคมตะวันตก ถ้าคุณไปเรียนเมืองนอกนานๆ สิบหรือยี่สิบปี เมื่อคุณกลับมาอยู่เมืองไทย คุณจะเรียนรู้สังคมไทยมากขึ้น แต่ถ้าไปแบบที่อเมริกันพยายามทำ คือไปเรียน 2 -3 ปี ก็เหมือนถูกล้างสมอง จะเห็นอเมริกาวิเศษ จะไม่พยายามเข้าใจคนไทย

แล้วสังคมไทยมีจุดร่วมตรงไหนคะ

สมัยก่อนจุดร่วมของคนไทยคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ตอนนี้มีคนนำเรื่องสถาบันกษัตริย์มาเล่น ซึ่งในประวัติศาสตร์ไม่เคยปรากฏ สืบเนื่องมาจากความคิดระบบสังคมนิยมหรืออิทธิพลความคิดจากตะวันตก แต่ผมให้ข้อสังเกตว่า สถาบันกษัตริย์ของไทยไม่เหมือนต่างชาติ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ผมคิดว่าไม่ได้อยู่ในความคิดของคนรากหญ้า แต่เป็นเรื่องชนชั้นกลาง

ถ้าไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ เมืองไทยก็ไม่ต่างฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย แถบนั้นคนฆ่ากันตายเยอะ ฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากอเมริกา ลึกๆ แล้วคนไทยต้องการความสงบและเลื่อมใสพุทธศาสนา แต่องค์กรพุทธศาสนาก็ตกอยู่ในบ่วงทุนนิยม

จะเรียกว่า ผิดพลาดตั้งแต่การเลือกผู้แทนของประชาชนได้ไหมคะ

คนไทยคิดแต่จะเลือกคนมาเป็นที่พึ่ง ผมเคยไปศึกษากลุ่มเกษตรกรที่ปากช่องเจ็ดกลุ่ม ผมเคยออกแบบสอบ แล้วถามว่า การเลือกประธานกรรมการต้องเป็นคนแบบไหน ทุกคนตอบว่า เลือกคนซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต ผมก็ไปศึกษาประวัติคนที่พวกเขาเลือกมาปรากฏว่า ไม่มีคนซื่อสัตย์เลย มีแต่คนรวย มีเส้น มีสาย

เรื่องนี้ผมมีคำอธิบายคือ ผมไม่ได้เรียกคนเหล่านั้นว่า คนโกหก พวกเขาตอบแบบสอบถามตามแบบอุดมคติ ไม่ได้ตอบตามความจริง ผมกลับไปถามพวกเขา พวกเขาหัวเราะแล้วบอกว่า ต้องเลือกคนที่เราพึ่งได้ คนรวยๆ นี่แหละ แต่ในทางตรงกันข้าม ชาวบ้านเลือกคนพวกนี้ ก็ต้องมานั่งยองๆ ยกมือไหว้

แล้วจะแก้ไขอย่างไรคะ

ต้องทำให้ชาวบ้านพึ่งพาตัวเองให้ได้ ในความคิดของผม ถูกหรือผิดผมไม่ทราบ ประชาชนในภาคเหนือ อีสานและภาคใต้ไม่เหมือนกัน คนภาคใต้เป็นนักสู้ เวลาข้าราชการกดขี่ข่มเหง พวกเขาจะสู้เลย แต่คนภาคอีสานจะเป็นคนสุภาพ ซื่อสัตย์ กตัญญู ความคิดในการพึ่งคนอื่นมีมากกว่า จะเคารพคนมีสูงศักดิ์ และเคารพข้าราชการมาก พวกเขาจึงเสียใจมากที่ถูกดูถูกว่า โง่ จน เจ็บ ทำให้รู้สึกผิดหวังกับระบบ

กลุ่มเครือข่ายที่มูลนิธิชุมชนไททำงานด้วย มีทางออกกับปัญหาให้คนรากหญ้าอย่างไรคะ

เราจะรวมกลุ่มคนทำงานเพื่อชุมชน และได้พบกับนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยมีนักวิชาการอาวุโส นักธุรกิจเพื่อสังคม ผู้แทนเครือข่ายชุมชน นักพัฒนา เพราะนักการเมืองมุ่งที่จะต่อสู้กันเอง เพื่ออำนาจและกลุ่มตัวเอง น่าจะมามุ่งเพื่อปฏิรูปสังคมและการเมือง อยากให้นายกรัฐมนตรีปฏิรูปประเทศไทยจริงจัง เราจะจัดให้มีการพูดคุยกับชาวบ้านว่าปัญหาคืออะไร ชาวบ้านจะเป็นฝ่ายไหนผมไม่รู้ แต่พวกเขาเดือดร้อน เราต้องดึงจากปัญหาการเมืองมาสู่การแก้ปัญหาสังคม พวกชุมชนหรือเครือข่ายก็จะคุยกันเรื่องการสร้างสังคมใหม่ที่น่าอยู่ ชาวบ้านหลายแห่งก็คุยกันเรื่องนี้ อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก

แต่พอมาเถียงกันว่ายุบสภาหรือไม่ยุบสภา ผมว่าเรื่องนี้ไม่มีทางจบ เพราะแต่ละฝ่ายไม่มีเหตุผล ต้องแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน แล้วใครล่ะจะแก้ปัญหานี้  ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง คนกลุ่มนี้ต้องมีพลัง ..

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: