RSS

เปิดใจ”ควายลายจุด”แกนนอน”คนเสื้อแดง”…..โดย ชฎา ไอยคุปต์

12 ก.ค.

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่เพิ่งออกจากการถูกควบคุมตัวข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เพียง 2 วัน ประกาศนำผ้าแดงมาผูกที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เพื่อไว้อาลัยให้ประชาชน 90 ศพที่ถูกสังหารในเหตุการณ์สลายการชุมนุมจากเวทีผ่านฟ้าถึงราชประสงค์ ดำเนินการตามที่ได้บอกกับมิตรสหาย ว่า

ห้ามฉันพูด ฉันก็จะพิมพ์
ห้ามฉันพิมพ์ ฉันก็จะเขียน
ห้ามฉันเขียน ฉันก็จะยังคิด
หากจะห้ามฉันคิด ก็ต้องห้ามลมหายใจฉัน

เพื่อตอกย้ำการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ตามแบบฉบับของ บก.ลายจุด การผูกผ้าแดงจึงเป็นเพียงแค่ 1 ภารกิจที่เขาจะยังดำเนินการต่อและทำควบคู่กับกิจกรรมอื่นๆ เท่าที่คิดและทำได้ไม่มีทาง “หยุด”

“ตอนที่ผมถูกจับเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว ไม่แปลกใจการจับกุม แต่แปลกใจข้อกล่าวหา เขาพยายามที่จะหยุดผม แต่หลังเหตุการณ์ผมไม่หยุดเลย ได้เสนอแนวคิดทางอินเตอร์เน็ต แนวคิดเรื่องวันอาทิตย์สีแดง ต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ใช้วัฒนธรรมการแต่งกายใส่เสื้อสีแดงวันอาทิตย์และรูปพระอาทิตย์บนหน้าจอเฟซบุ๊ค” นายสมบัติกล่าวย้ำถึงแนวทางการต่อสู้

บก.ลายจุด ยังตั้งใจให้รูปพระอาทิตย์สีแดงเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ของคนเสื้อแดงแทนรูป 3 เกลอ ที่จะออกจากโลกออนไลน์ไปปรากฎทุกที่ เสาไฟฟ้า กำแพง หน้าอกเสื้อ กลายเป็นพื้นที่การแสดงออกเป็นเครื่องหมายการต่อสู้ แต่ลำพังหากทำคนเดียวคงไม่สำเร็จเพราะไม่มีองค์กรและไม่ใช่แกนนำแต่เป็น “แกนนอน”

“ผู้ชุมนุมชอบหาแกนนำ พอแกนนำถูกจับแล้วก็ไปไม่เป็น มวลชนต้องมีภาวะผู้นำเพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพาแกนนำในตอนที่ขาดแกนนำยังสามารถเคลื่อนเองได้  ผู้ที่นำตัวเองได้จึงเรียกว่า “แกนนอน” เป็นการเคลื่อนไหวไปในแนวระนาบเดียวกัน คือ มวลชนเป็นผู้ปฏิบัติ คิด อ่านโดยไม่ต้องรอแกนนำ หากแกนนำถูกเด็ดแล้ว เช่น ถ้าใครแหลมขึ้นมาจะถูกเด็ดหัวทันทีเหมือนกับผม ถ้าแกนนำถูกเด็ดแล้วทุกอย่างก็จบ  ต้องเปลี่ยนแนวคิดแทนที่จะหาแกนนำหันมาหาแกนนอน  ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองไม่ต้องรอฟังข้างบน ไม่ลิงค์ในแนวดิ่งแต่ลิงค์ในแนวระนาบแล้วต่อยอด มันจะทำให้ขบวนมีเสถียรภาพ เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ขบวนยังอยู่แต่เคลื่อนไม่ได้ มวลชนเสื้อแดงยังเหลือครบแต่ขยับไม่ได้ เพราะเสียแกนนำหลักไป 40-50 คน ก็ไปไม่เป็นตลกมากในองค์กรประชาธิปไตย” บก.ลายจุดกล่าว

นายสมบัติ อธิบายเพิ่มเติมว่าองค์กรประชาธิปไตยต้องสร้างรูปแบบที่สามารถเคลื่อนไหวเองได้ จากฐานล่างให้มวลชนเป็นหัวใจสำคัญต้องมีศักยภาพในการนำ ฉะนั้นจะกลายเป็นเบี้ยของผู้ปกครองชุดใหม่ เพราะพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อจะหลุดจากผู้ปกครองชุดเก่าเพื่อจะไปอยู่ภายใต้ผู้ปกครองชุดใหม่ แต่เราต่อสู้เพื่อเราจะเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย มวลชนควรต้องยกระดับเป็นผู้ปฏิบัติที่คิด อ่าน เป็น คิดอะไรได้ก็ทำ  ทำกิจกรรมอะไรก็ที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย 

“จริงอยู่ที่ว่าเราต้องมีศัทธาต่อผู้นำ แต่ถ้าไม่มีผู้นำต้องทำเองได้ มีก็ดีไม่มีก็ต้องทำได้”

“ผมมีความมุ่งมั่นที่จะทำมูลนิธิ 19 พฤษาคม ผมคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของประชาชนมันมีความหมาย ผมอยากจะเก็บรวบรวมเรื่องราวทำให้เป็นงานวิชาการ ส่วนหนึ่งมันมีช่องว่างความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิต อยากเก็บข้อมูลเป็นระบบไปช่วยเหลือคนอย่างน้อยทำการเชื่อมโยงติดตาม วิเคราะห์ ต้องทำเป็นรูปแบบองค์กร ทำคนเดียวไม่ไหวคิดว่าจะดึงเพื่อนอาสาสมัครมาช่วยเหลือกัน ถ้าทำให้รูปเอ็นจีโอจะทำงานได้ง่าย เรื่องนี้มันยาวสักวันมันต้องย้อนกลับมาสู่หน้าประวัติศาสตร์ วันข้างหน้าต้องถูกชำระคลี่คลายว่าเกิดอะไรขึ้นต้องรวบรวมไว้ไม่ให้กระจัดกระจายความสลับซับซ้อนมันมากมายกว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา องค์กรแบบนี้ต้องเกิดขึ้นให้ได้ก่อนเวลาจะล่วงเลยไปนานกว่านี้” บก.ลายจุดกล่าว

“ทางรัฐบาลพยายามจะเชื่อมโยงข้อมูลคนหายตอนที่ผมยังเป็นประธานมูลนิธิกระจกเงา นายกฯรองนายกฯตำรวจออกมาบอกว่ารายงานเราเชื่อถือไม่ได้เพราะว่ามีประธานเป็นคนเสื้อแดงทั้งที่เราทำรายงานคนหายมาแล้ว 7 ปี ที่ทำรอบนี้เพราะศอฉ.ประสานให้มูลนิธิฯทำให้เพราะมีชาวบ้านโทรไปสอบถามเรื่องคนหายที่ ศอฉ.แต่ ศอฉ.ไม่มีกลไกในการรองรับตรงนี้ เพราะศอฉ.มีหน้าที่ปราบอย่างเดียว จึงโยนมาที่มูลนิธิฯกระจกเงามีทั้งที่ผ่านมาทางศอฉ.และไม่ผ่านศอฉ. ซึ่งส่วนใหญ่ตรวจสอบแล้วเชื่อได้ว่าการหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง หลังจากข่าวออกมาทำให้ฝ่ายนั้นกระทบกระทั่งมาตลอด ผมเห็นว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองมันแยกยากระหว่างบุคคลกับองค์กรจึงลาออกจากประธานมูลนิธิกระจกเงา”

อดีตประธานมูลนิธิกระจกเงาเล่าย้อนไปถึงวันที่ถูกจับเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ขณะที่ไปผูกผ้าแดงที่ราชประสงศ์ ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่ามีหมายจับที่สน.วังทองหลางเป็นผู้ขอหมายจับแต่ไม่มีการแจ้งไปที่บ้านให้ทราบ แต่พอจะรู้ตัวว่าถูกติดตามแม่บ้านที่คอนโดโทรมาเล่าให้ฟังว่ามีตำรวจมาค้นที่ห้องแต่เป็นคอนโดที่ซื้อไว้นานแล้วแต่ไม่ได้อยู่ จากนั้นจึงระวังตัวตลอดเพราะก่อนหน้านี้คนเสื้อแดงที่มีบทบาทจะถูกตาม หลายคนต้องหนีไปอยู่เซฟเฮาส์ ไปต่างจังหวัดหรือไม่ก็เช่าโรงแรม  แล้วมีกิจกรรมเฉพาะออนไลน์แต่กิจกรรมโลกความเป็นจริงแทบจะไม่มีเลย  
 

บก.ลายจุด บอกว่า ตอนที่ถูกควบคุมตัวมีตำรวจมาสอบสวนทุกวันส่วนใหญ่พูดจาดี เข้ามาถามซ้ำๆวนไปวนมา เช่น “คุณรู้จักคนเสื้อดำในวันที่มีเหตุการณ์ชุมนุมทำให้ประชาชน ทหารเสียชีวิตซึ่งเป็นการกระทำของคนเสื้อดำคุณรู้จักกับคนชุดดำไหม ” เป็นคำถามประหนึ่งว่ารัฐบาลเป็นผู้สังเกตการณ์ไม่ได้ทำอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่เสียชีวิต และถามว่า “มีทัศนะอย่างไรที่จะทำให้สังคมไทยเกิดความปรองดองจะทำได้อย่างไร”   แทนที่จะไปถามรัฐบาล

“เป็นคำถามที่รู้สึกว่ามันไม่เแสดงความรับผิดชอบอะไร เหมือนจะโยนว่าผมจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น”

“วันที่ถูกจับที่แยกราชประสงค์ตรงป้ายสี่แยกหน้าห้างเกสร พลาซ่า หลังเตรียมไปผูกผ้าแดงที่เสาป้ายราชประสงศ์ เพราะผมเห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ที่คนเสื้อแดงยังระลึกถึงเหตุการณ์การชุมนุม แม้ภาพการต่อสู้จะสลายไปแล้ว แต่ความรู้สึกของคนที่เคยเข้าร่วมที่จุดนั้นจะยังมองเห็นคนเสื้อแดงนั่งอยู่เต็มถนนเป็นภาพความทรงจำที่ซ้อนขึ้นมาบนภาพที่มีรถวิ่งอยู่เต็มถนนและคนเดินไปเดินมาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับคนบางกลุ่มพื้นที่ราชประสงศ์เป็นเวทีแห่งการต่อสู้ ผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศมีคนตาย ผมจึงเห็นว่าป้ายนี้เป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับการต่อสู้ จึงไปผูกผ้าแดงไว้

ตอนที่ถูกควบคุมตัวไม่ใช่เหตุผลเรื่องการผูกผ้าแต่เป็นกิจกรรมการชุมนุมที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์วันที่ 21 อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมใต้ทางด่วนลาดพร้าว 21 พ.ค. หลังเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. ผู้คนกระจัดกระจายไม่รู้จะไปไหนเวทีย่อยแตกสลายไปหมด แต่ที่หน้าอิมพีเรียลลาดพร้าวกลุ่มคนเสื้อแดงยังไปนั่งคุยกันผมก็ไปด้วยเพราะไม่รู้จะไปไหนกัน เริ่มชวนกันมามากขึ้นวันที่ 20 พ.ค.มีประมาณ 30 คน และวันที่ 21 เพิ่มมากขึ้น 70-80 คน เอารูปมายืนคุยกันไม่ได้มีเครื่องเสียงอะไรเลย พอดีว่าชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่วัดปทุมวนารามวรวิหารที่เพิ่งออกมากำลังฟังกันอยู่ ส่วนหนึ่งก็นำภาพมาจัดกิจกรรมแปะไว้ที่เสาตอม่อ แขวนตามต้นไม้ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตำรวจมาไล่”

“ตำรวจกว่า 200 นาย มาปิดล้อมพร้อมอาวุธปืนยาว กระบอง โล่ รถจักรยานยนต์ หน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้ามาปิดล้อมสวนหย่อมน่าตกใจมากเพราะเขาคงคิดว่าคนคงเยอะตำรวจจึงมากันมากขนาดนั้น ประชาชนที่เกาะกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์ 7-8 คน สลายตัว ตัวใครตัวมัน จนถึงขณะนี้สวนย่อมแห่งนั้นถูกแผงเหล็กล้อมไว้หมดไม่มีใครเข้าไปวิ่งไปนั่งออกกำลังกายได้อีกแล้ว ทุกวันจะมีตำรวจประมาณ 12 นาย เฝ้าเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ทำเป็นเรื่องใหญ่มากผมตกใจมาก”

นายสมบัติ ยังเล่าถึงที่มาของนามแฝง “บก.ลายจุด” ว่าเมื่อ10 กว่าปีที่แล้วเขาเป็น User รายแรกๆที่ใช้อินเตอร์เน็ตทำเว็บไซต์เข้าใจว่าเว็บไซต์เหมือนหนังสือเมื่อทำหน้าที่เว็บมาสเตอร์จึงเท่ากับเป็นบรรณาธิการ และช่วงนั้นมีหนังเรื่อง “101 dalmatians”  จึงเป็นชื่อขำๆผ่านบทความที่หนักจึงตั้งชื่อ บก.ลายจุด มีโลโก้เป็นรูปควายลายจุด เคยประกาศว่าตัวเองเป็น “ควายลายจุด”  ความหมาย คือ ควายเป็นสัญลักษณ์สังคมไทย แต่คนไทยปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากทางตะวันตกพฤติกรรมบางอย่างเราเหมือนคนตะวันตก มีวิธิคิดบางอย่างที่เป็นสากลไปแล้ว ดังนั้นตัวเป็นควายลายเป็นจุดเปรียบเทียบให้เห้นว่าสังคมมันกำลังบูรณาการเข้าหากันระหว่างสังคมไทยกับสังคมตะวันตก

Advertisements
 
 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: