RSS

“สมอลแค็พ”แชมป์กองหุ้นปันผลครึ่งปีแรก

14 ก.ค.

สำรวจ 6 เดือนแรก “กองหุ้นปันผล” โชว์ผลงานดีสุด “กองสมอลแค็พ” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ผลตอบแทนสูงสุด 25.44%

สำรวจ 6 เดือนแรก “กองหุ้นปันผล” โชว์ผลงานดีสุด “กองสมอลแค็พ” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ผลตอบแทนสูงสุด 25.44% ด้านนักวิเคราะห์ กองทุนชี้หุ้นปันผลไม่ใช่หุ้นเป้าหมายของต่างชาติ เมื่อต่างชาติทิ้งหุ้นไทยจึงได้รับผลกระทบน้อย พร้อมมองตลาดหุ้นไทยเดือนก.ค.ความเสี่ยงยังมี แนะคงน้ำหนักลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงที่ 30%

จากการสำรวจผลการดำเนินงานของกองทุนหุ้นจำนวน 111 กองทุน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 พบว่า กองทุนหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.04% ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยรวม (SET TR) ให้ผลตอบแทน 11.78% โดยกองทุนหุ้นที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 25.44% ในขณะที่กองทุนหุ้นที่มีผลงานแย่สุดมีผลตอบแทนติดลบ 15.43% หรือมีผลการดำเนินงานต่างกันถึง 40.87%

“ในจำนวนนี้ มีกองทุนหุ้นเพียง 26 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 23.42% ที่สามารถเอาชนะดัชนีตลาดหุ้นไทยรวมได้ ในขณะที่กองทุนหุ้นที่เหลือ 85 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 76.57% มีผลการดำเนินงานแพ้ดัชนี”

สำหรับกองทุนหุ้นที่มีผลงานดีที่สุด 5 อันดับแรก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ได้แก่ อันดับ 1 “กองทุนเปิดอเบอร์ดีน สมอลแค็พ (ABSM)” ของ บลจ.อเบอร์ดีน ให้ผลตอบแทน 25.44% อันดับ 2 “กองทุนเปิดอยุธยาหุ้นปันผล (AYFSDIV)” ของ บลจ.อยุธยา ให้ผลตอบแทน 23.43% อันดับ 3 “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นแวลู (KFVALUE)” ของ บลจ.อยุธยา ให้ผลตอบแทน 22.00%

อันดับ 4 “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไฮ-ดิวิเดนด์ ฟันด์ (HI-DIV)” ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ให้ผลตอบแทน 21.84% และอันดับ 5 “กองทุนเปิดเคหุ้นปันผล (K-VALUE)” ของ บลจ.กสิกรไทย ด้วยผลตอบแทน 17.50%

ด้านนายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบในเชิงลบทั้งจากปัจจัยในประเทศจากปัญหาการเมืองรวมถึงปัจจัยภายนอก จากกรณีปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศกรีซ ทำให้ตลาดมีความผันผวนในขณะที่นักลงทุนต่างชาติเองก็มีการขายหุ้นออกไปเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา แต่กองทุนหุ้นที่สามารถทำผลงานได้ดีในช่วงดังกล่าวนี้กลับเป็นกองทุนหุ้นสไตล์เน้นคุณค่าที่เน้นการเลือกหุ้นที่ดีเพื่อลงทุนในระยะยาว เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสูงหรือเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางถึงเล็ก ซึ่งหุ้นลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นพื้นฐานที่อาจจะไม่มีสภาพคล่องมากนักและมักไม่ใช่เป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติอยู่แล้ว เมื่อตลาดปรับตัวลงจากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา หุ้นเหล่านี้จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยถึงปรับตัวลงก็จะลงไม่มากหรือลงน้อยกว่าตลาดโดยรวม

นอกจากนี้ กองทุนยังมีปันผลที่ค่อนข้างดี จากหุ้นที่ถืออยู่ด้วย ซึ่งทำให้ภาพโดยรวมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กองทุนหุ้นปันผล ที่เน้นสไตล์การลงทุนลักษณะนี้ จะมีผลการดำเนินงานออกมาที่ค่อนข้างดีในช่วงที่ภาวะตลาดโดยรวมอาจจะดูไม่ค่อยดีนักก็ตาม

“อย่างไรก็ตาม การเมืองที่นิ่งขึ้น ทำให้นักลงทุนในตลาด เริ่มหันมาให้ความสนใจ กับปัจจัยภายนอก และทำให้ตลาดเคลื่อนไหว ในทิศทางเดียวกับตลาดอื่นมากขึ้น นอกจากนี้ เริ่มเห็น การกลับมาของเงินทุนต่างชาติ แต่กระแสยังไม่ต่อเนื่อง เพราะแม้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งแต่ยังไม่มั่นใจเสถียรภาพด้านการเมืองและปัจจัยต่างประเทศที่ผันผวนคาดว่า SET ในเดือน ก.ค. อาจเห็นการเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2553 ส่วนปัจจัยภายนอกยังน่าจะสร้างความผันผวนในด้านลบมากกว่า ดังนั้นยังแนะนำนักลงทุนคงน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ 30% และสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง 70% เหมือนเดิม”

Advertisements
 
 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: