RSS

แด่ บัณฑิตธรรมศาสตร์

08 ส.ค.

เมื่อปีพ.ศ. 2550 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ประเมินตัวเลขนักศึกษาเข้าใหม่ระดับปริญญาตรี ระหว่างปี 2550-2559 คาดว่าจะมีจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ปีละประมาณ 5 แสนคน และในช่วงปีเดียวกันจะมีบัณฑิตปริญญาตรีจบใหม่ปีละประมาณ 3-4 แสนกว่าคน  ซึ่งจากงานศึกษาของ TDRI เรื่อง “แผนพัฒนากำลังคนของประเทศไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” เมื่อปี พ.ศ. 2549 กลับประมาณว่าความต้องการแรงงานตามสาขาการผลิตหลักและระดับการศึกษาใน 10 ปีข้างหน้า อยู่ในระดับประมาณ 140,000 – 160,00 คนต่อปี นั่นหมายถึงว่าในแต่ละปีบัณฑิตที่จบใหม่จะต้องแย่งชิงงานในตำแหน่งงานต่างๆ ในอัตราประมาณ 3 : 1 ด้วยการใช้ (1) ความรู้ ความสามารถของตัวบัณฑิตตามที่ปรากฎบนใบทราน์สคริปท์ และ (2) ใช้ยี่ห้อของสถาบันเป็นเครื่องรับรอง…และ “ฉันรักประชาชน” ก็เป็นยี่ห้อหนึ่งของธรรมศาสตร์…..แต่เงื่อนไขทั้งสองนี้ก็เป็นเงื่อนไขที่มีข้อจำกัดโดยตัวมันเองโดยไม่เกี่ยงว่าคุณจะจบมาจากสถาบันไหน

ในฐานะอาจารย์ที่รับเงินเดือนด้วยการสอนหนังสือในธรรมศาสตร์ ผมก็มีความคาดหวังต่อบัณฑิตเช่นคนอื่น ซึ่งผมมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเด็น คือ เรื่องของความรู้ และเรื่องของจิตวิญญาณธรรมศาสตร์

ในประเด็นของความรู้  ผมคาดหวังว่า บัณฑิตจะใช้วิชาความรู้และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มา ใช้ไปในทำงานให้เต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ เต็มเรี่ยวเต็มแรงของพลังแห่งคนหนุ่มคนสาว

แต่มีสิ่งที่เธอต้องพึงระมัดระวังให้มาก ก็คือ ศาสตร์และศิลป์ส่วนใหญ่ที่พวกเธอได้ร่ำเรียนจากรั้วมหาวิทยาลัย เป็นความรู้และประสบการณ์ชุดหนึ่ง ที่คนในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง เก็บเกี่ยวและบันทึกเอาไว้ว่ามันสามารถใช้เผชิญหน้ากับปัญหา จัดการกับสถานการณ์ที่ต้องการแก้ไขได้ และถูกถ่ายทอดส่งต่อมาถึงเธอ  กล่าวให้รวบรัด ก็คือ สิ่งที่เธอได้เรียนไปนั้น เป็นความรู้ในอดีต เกิดขึ้นและดำรงอยู่ในบริบทแบบอดีต ซึ่งผมเองไม่การันตีเลยว่า มันจะเอาไปใช้ในอนาคตได้ทั้งหมด 

อีกทั้ง ผมยังอยากให้ บัณฑิตทุกท่านพึงระวังว่า ความรู้เก่าๆ ที่เธอได้เรียนรู้ในมหาวิทยาลัยนั้น อาจกลายเป็น กำแพงสูงที่คอยขวางกันไม่ให้เธอมองเห็นทางเลือกหรือความรู้ใหม่ๆ สำหรับอนาคต หรือแม้แต่ยอมรับกับสิ่งที่มันดำรงอยู่ในปัจจุบัน

ดังพวกเธอจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันยังมีปัญหาสังคมอยู่อีกมากมาย ที่สติและปัญญาของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองนี้ ไม่สามารถใช้สติปัญญาความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันแก้ไขได้ …แล้วเธอจะเชื่อมั่นได้อย่างไรต่อความรู้ที่เคยเรียนกันมาในมหาวิทยาลัย

สำหรับเรื่องของความรู้ ในฐานะครูคนหนึ่ง ผมเพียงอยากให้เธอมีสติระลึกรู้ทันเสมอเมื่อเธอกำลังใช้ความรู้ การรู้ทันมันจะช่วยให้เธอเห็นว่าความรู้ที่เธอใช้นั้น ตั้งมั่นอยู่บนฐานคิดชนิดใด บนความเชื่อแบบใด บนอคติเช่นใด ที่สำคัญจะได้ตระหนักถึงข้อจำกัดของมันด้วย และผมยังอยากให้เธอจินตนาการถึงสังคมใหม่อยู่เสมอๆ เพราะจินตนาการใหม่ หรือดวงตาใหม่ จะทำให้เธอเห็นโอกาสและหนทางสำหรับสังคมที่เธอควรจะได้อยู่ในอนาคต

ในประเด็นจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ หรือยี่ห้อของธรรมศาสตร์ ผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกเป็นความโชคดีหรือโชคร้าย ที่เธอได้เข้ามาเรียนธรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยที่มีที่มา มีพื้นที่ทางกายภาพและพื้นที่ทางความคิดเกี่ยวข้องกับการบ้านการเมืองไทยมาโดยตลอด มีนักศึกษารุ่นพ่อและแม่ที่ต่อสู้เพื่อประชาชนคนรากหญ้าอย่างแข็งขัน และต่อสู้เพื่อคำว่าประชาธิปไตยอย่างไม่หวั่นแม้ชีวิต ..และนั่นทำให้ข้อความที่ว่า “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”  ดังก้องเต็ม 2 หูนักศึกษาธรรมศาสตร์ทุกคน (และยังกังวานก้องอยู่ในความคิดของสังคมไทยอยู่ไม่น้อย) แต่บัณฑิตหลายคนเฉื่อยช้าเกินจะเข้าใจนัยยะของมัน ในขณะที่บัณฑิตอีกจำนวนไม่น้อยและน่าจะมากกว่ากลุ่มแรกสมาทานกับรูปคำและตัวอักษร จนกลายเป็นเลือดเป็นเนื้อเป็นลมหายใจเลยทีเดียว

ประเด็น ก็คือ สำหรับบัณฑิตกลุ่มหลัง ความดังกล่าวก็อาจกลายเป็นชนักปักหลัง หรือกรงขังความรู้สึกผิดชอบได้โดยง่าย มโนสำนึกของบัณฑิตหลายคนจึงถูกโบยตีจากการเงียบงันของอาจารย์ในธรรมศาสตร์ จากการที่มหาวิทยาลัยไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ ไม่ได้แสดงจุดยืนที่เคียงข้างกับประชาชนต่อเหตุการณ์การเมืองในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา

ในทัศนะผมแล้ว คนหนุ่มคนสาวเช่นเธอที่ไฟแห่งการสร้างสรรค์ยังลุกโชน และไฟแห่งการค้นหาเพิ่งถูกจุด อย่าได้ยินยอมกับมโนสำนึกความถูกผิดที่เธอไม่ได้สร้างขึ้นมา อย่าอ่อนข้อให้กับสิ่งเหล่านี้ เธอไม่ได้เกิดและเติบโตในสังคมที่ขาดแคลนสิทธิเสรีภาพ แต่เธอเกิดและเติบโตอยู่ในยุค web 2.0 และ 3.0  เธอใช้ BB แช้ดกันระหว่างเรียนในห้อง ใช้ BB ส่งรายงานให้ผม ……แต่พวกเธอยังบ่นเสียงดังเสมอว่า ดินแดนเสรีภาพทุกตารางนิ้วในธรรมศาสตร์ไม่กว้างพอสำหรับเธอ…ผมเพียงอยากให้เธอพึงเข้าใจว่าเมื่อเงื่อนไขของบริบทมันเปลี่ยนแปลงไป อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม แม้แต่สิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” เองก็เปลี่ยนรูปและกำลังกลายเป็นปัญหาไปทั่วโลก 

แต่การไม่เหมือนเดิมของบริบท เป็นคนละเรื่องกับจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ที่บัณฑิตควรมี สำหรับผมแล้วจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ เป็นเรื่องภายใน เป็นจิตที่หนักแน่นและตั้งมั่นเพื่อคนอื่น เพื่อส่วนรวม คนรุ่นเธอไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยการเดินขบวน นอนหน้าทำเนียบหรือไปทำงานในสลัมเพื่อการรับใช้มวลชนแบบคนรุ่นตุลา ที่แน่ๆ ผมเชื่อว่ามวลชนในยุคนี้ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เขาเติบโตและเรียนรู้กับการเปลี่ยนไปของสังคม และก็คงไม่ได้อยากให้คุณมารับใช้อะไรแบบเดิมอีกต่อไป แต่ทั้งเขาและผมอยากเห็นการแสดงออกที่สร้างสรรค์ ที่แตกต่าง ที่สอดคล้องกับยุคสมัยของปัจจุบันและอนาคตที่คุณจะต้องอยู่และทำให้มันดีขึ้นกับมือทั้ง 2 และจิตที่ตั้งมั่นเพื่อส่วนรวมของคุณ

พวกเรา (รวมทั้งผมด้วย) ล้วนได้รับโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้ใช้ทรัพย์สมบัติส่วนกลางของสังคมมากกว่าคนอื่น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากที่เรามีหน้าที่ต้องคืนสิ่งที่เราเคยได้ ต่อคนอื่น ต่อสังคมและโลกที่เราอยู่ เราสามารถลงมือทำเรื่องเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องอาศัยตำแหน่งหน้าที่ใดๆ และไม่ต้องใช้โอกาสวันสำคัญใดๆ อีกด้วย

สุดท้าย ผมขอเอาขี้ปากของ Paul Hawken  ตอนหนึ่ง ที่กล่าวในวันรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยพอร์ทแลนด์ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีที่แล้วมาบอกแก่พวกเรา เขาบอกว่า “The earth needs a new operating system. You are the programmers and we need it within a few decades.” ซึ่งผมคิดว่าพวกคุณคงเข้าใจกันดีว่าโลกและสังคมเลวร้ายมากขนาดไหน

บุญรักษาครับ

Advertisements
 
1 ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 8, 2010 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

One response to “แด่ บัณฑิตธรรมศาสตร์

  1. AUSTIN

    สิงหาคม 13, 2010 at 8:29 am

    บางครั้งชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเลือกเดินไปสู่จุดที่สูงที่สุด แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกเดินในแบบฉบับของเราโดยเหมาะกับศักยภาพของตัวเราที่เราพึงมี เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและกระทำ แต่ต้องถามกลับมาว่าเราคิดและกระทำเพื่อใคร? แล้วเรารู้จักตัวเราเองได้ดีแล้วหรืองยัง? เพราะทุกคนจะบอกว่า”ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” หากวันนี้คุณยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ประเด็นตรงจุดนี้คงไม่สามารถทำให้คุณเรียนรู้ประเด็นนี้ได้อย่างท่องแท้และก้าวไปสู่สังคมอย่างภาคภูมิใจ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: