RSS

เตรียมพบกับ วารสารพัฒนาสังคมและชุมชน ฉบับที่ 3…….ต้นเดือนกันยายน นะคร้าบ

18 ส.ค.

วันนี้ เอาบทบรรณาธิการ มาให้ ชิม กันก่อนครับ

………………………………………………………………..

 วารสารเล่มที่ท่านถืออยู่นี้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาได้ 3 ฉบับ ก็นับว่าเป็นโชคดีอยู่ไม่น้อย ยอดจำหน่ายวารสารวิชาการเล่มเล็กๆ ที่มีเนื้อหาเฉพาะกลุ่มเช่นนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงยอดจำหน่ายครับ แต่เพื่อให้มีพื้นที่ทางวิชาการด้านชุมชนที่มากขึ้น และใช้วารสารเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์และความเคลื่อนไหวของมิตรสหายทางวิชาการและนักปฏิบัติการสายชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ พวกเราอาจารย์ในภาควิชาก็มีหน้าที่หาเงินมาเป็นทุนอุดหนุนการพิมพ์ ในฉบับนี้เรายังได้จัดทำเป็น e-journal (เหมือนกับเขาบ้าง) เผยแพร่พร้อมกันไปด้วย ทั้งนี้ก็หวังที่จะเพิ่มปริมาณการเข้าถึงให้มากยิ่งขึ้นและเพื่อความสะดวกในการใช้งาน (แม้ว่าตัวเลขการเข้าถึงทำนองนี้ จะไม่ถูกนับเป็นผลงานที่ใช้ประเมินก็ตามที)

ในฉบับนี้เรากำหนดเนื้อหาให้เป็นเรื่อง ความ (ไม่) มั่นคงของเกษตรกรไทย เพื่อขยายให้เห็นถึงความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ทางเลือก และทางรอดของเกษตรกรในยุคโลกโลกานุวัตรและในยุคอะไรๆ ก็ชุมชน โดยประกอบด้วยบทความวิชาการจากนักวิชาการรุ่นใหม่ 6 บทความ เริ่มจากบทความที่เป็นการทบทวนวรรณกรรม เรื่อง ทฤษฎีเครือข่ายผู้กระทำการ (Actor-network Theory) ในระบบอาหารและการเกษตร (Agri-food) ของ อารตี อยุทธคร ที่เสนอ ทฤษฎีเครือข่ายผู้กระทำการ หรือ ANT ที่นำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนไปของเครือข่ายการเกษตรซึ่งมิได้จำกัดอยู่แค่ในระดับชุมชนท้องถิ่นหรือประทศอีกต่อไปแล้ว แต่เชื่อมโยงกับโลกอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน อารตี ก็ได้วิเคราะห์ให้เห็นช่องโหว่ของทฤษฎี ซึ่งเธอก็มีข้อเสนอเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าวก่อนนำทฤษฎี ANT ไปใช้งาน และเรื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันแก่ชุมชนเกษตรกรไทยที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรี ของ จิรพรรณ  นฤภัทร ที่ได้นำเสนอ บทสรุปของผลกระทบจากข้อตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเกษตรขององค์การการค้าโลก พร้อมกับเสนอแนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตร

ส่วนบทความที่เหลือเป็นความต่อเนื่องจากงานวิทยานิพนธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาหารของชุมชน : มองผ่านพิธีกรรมฟ้อนผีมดบ้านดอกบัวและบทวิเคราะห์กรณีคนในเป็นผู้ศึกษา จุดเด่นของงานชิ้นนี้ คือ ผู้เขียน หรือ ณัฐภัทร์ สุรินทร์วงศ์ เป็นคนใน ในฐานะม้าขี่ในพิธีฟ้อนผีมด ซึ่งในงานวิชาการบางสาขาก็ปฏิเสธเด็ดขาดกับเรื่องแบบนี้ เพราะคาดว่าคงเต็มไปด้วยอคติที่เลี่ยงไม่ได้…แต่พูดก็พูดเถอะ มีงานศึกษาใดบ้างที่ปลอดจากอคติ หรือจริตความชอบเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยบทความเรื่อง ผักพื้นบ้าน ทางเลือกเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทย ซึ่งเขียนโดย จุไรรัตน์ ปิยะวัชร์ และ บทความเรื่อง การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาโดยชุมชน : ประสบการณ์จากบ้านจำรุง ซึ่งเขียนโดย อัมรินทรา ทิพย์บุญราช งาน 2 ชิ้นนี้ ทำการศึกษาในบ้านจำรุง ตำบลเนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง ที่พยายามเสนอให้เห็น ทางเลือกและการปรับตัวของชุมชนเกษตร จากความไม่มั่นคงที่เขากำลังเผชิญอยู่ กล่าวอย่างถึงที่สุด การแสวงหาทางเลือก ทางออกเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรและชุมชนไทยนั้น อาจเห็นเป็นเฉดของระดับการเปลี่ยนแปลง (range) ตั้งแต่การปรับที่ตัวเอง ปรับที่ระบบวิถีการผลิตในระดับไร่นา ไปเป็นแบบพอเพียง ลดการพึ่งพาภายนอก ค้นหาทางเลือกต่างๆ เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ เรื่อยไปจนถึง การมุ่งมั่นเปลี่ยนโครงสร้างและนโยบาย โดยการเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคมในชื่อกลุ่มต่างๆ หรือแม้แต่สมัชชาคนจน

และอีกหนึ่งในเฉดของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พระนิวัฒน์ จันมา ได้เสนอบทความเรื่อง แรงงานต่างด้าวในภาคเกษตรกรรมกับผลกระทบต่อชุมชน ที่ฉายภาพให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชุมชนเกษตรติดเขตชายแดนไทย – พม่า อันเนื่องมาจากการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร

และปิดท้ายกับการเสนอทางเลือกที่ป็นการสร้างตลาดน้ำของชุมชนชาวสวนกับบทสัมภาษณ์สบายๆ จากชาวสวนรุ่นสุดท้ายแห่งคลองบางระมาด ชวน ชูจันทร์  ลุงชวน ริเริ่มสร้างตลาดน้ำคลองลัดมะยมในฐานะที่เชื่อว่ามันจะทางรอดของเกษตรกรชาวสวนแบบเขาและเพื่อนบ้าน และตลาดน่าจะเป็นพื้นที่ในการสร้างสรรค์ชุมชนแบบใหม่ ชวน ชูจันทร์ เป็นอดีตนักศึกษาจากรั้วเหลืองแดงทั้งปริญญาตรีและโท ลุงชวนเล่าอย่างภูมิใจว่า เขาน่าจะเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุค 16 คนเดียว ที่ยังทำนาระหว่างเรียนหนังสือ เข้าใจชีวิตชาวนาอย่างถ่องแท้ผ่านชีวิตของตัวเอง เมื่อจบจากธรรมศาสร์ ก็ไปทำงานโรงงานน้ำตาล และนั่นทำให้ลุงชวนได้มีโอกาสสัมผัสและรู้รสชีวิตชาวไร่อ้อยที่ไม่หวานเหมือนอ้อยที่เขาขาย  ลุงชวนยังเคยเฉียดเข้าไปสู่วงการการเมืองในนามพรรคพลังธรรมระยะสั้นๆ ซึ่งเมื่อพ้นจากงานการเมือง ชีวิตกลับมีทางเลือกให้ 2 ทาง หนึ่งคือ ไปเป็นนักปกครอง เมื่อสอบได้ตำแหน่งปลัดในอันดับต้นๆ ของประเทศ สอง กลับบ้าน….ครับ ลุงชวนเลือกที่จะกลับบ้านมาเป็นชาวสวนที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะตามแบบฉบับของชาวสันติอโศก ลุงชวน เป็นทั้งนักอ่าน นักคิด นักปฏิบัติในเนื้อในตัว มุ่งมั่นที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ปฏิรูปประเทศไทยในระดับฐานล่างให้สังคมได้เห็นกัน…ลองตามอ่านเรื่องราวของชุมชนและตลาดในเล่มต่อนะครับ

ส่วนในคอลัมภ์แนะนำหนังสือนั้น ก็มีหนังสือ 3 เล่มมาแนะนำกันครับ เริ่มจาก Flexible Peasants : Reconceptualizing the Third World’s Rural Types หรือ ในชื่อไทยว่า พลวัตและความยืดหยุ่นของสังคมชาวนา : เศรษฐกิจชุมชนภาคเหนือและการปรับกระบวนทัศน์ชุมชน ที่เขียนโดย  ยศ สันตสมบัติ ตามมาด้วยหนังสือของ Jonathan Rigg ในชื่อ More than the Soil, Rural change in Southeast Asia ใครเป็นแฟนานุแฟนของ อ.Rigg ก็ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้นะครับ  ส่วนเล่มสุดท้าย คือ Social Entrepreneurship : what everyone needs to know ของ David Bornstein และ Susan Davis ใครที่ชอบงานของ Bornstein ในเรื่อง HOW TO CHANGE THE WORLD ที่มีแปลเป็นไทยแล้วในชื่อ พลังความคิดใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก ก็ไม่น่าพลาดเล่มนี้เช่นกันครับ

พระคุ้มครอง บุญรักษาผู้อ่านทุกท่านครับ

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

2 responses to “เตรียมพบกับ วารสารพัฒนาสังคมและชุมชน ฉบับที่ 3…….ต้นเดือนกันยายน นะคร้าบ

  1. webmaster

    มกราคม 6, 2011 at 12:41 pm

    ไม่ทราบว่าจะสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ไหนคะ เพิ่งมาพบ สนใจจะทำวิจัยทางด้านการศึกษา
    ด้วยการนำเอาแนวคิด actor network มาใช้ แต่ยังเิพิ่งเริ่มอ่านค่ะ ยังไม่เข้าใจหลักการที่ำสำคัญค่ะ

     
    • หมูอวบ

      มกราคม 6, 2011 at 8:45 pm

      สวัสดีครับ

      เราไม่ได้ทำระบบสมาชิกครับ ขอชื่อและที่อยู่
      เดี่ยวส่งไปให้ 1 เล่ม ละกันครับ

      sifmu@hotmail.com

       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: