RSS

พิพิธภัณฑ์กับความทรงจำร่วมกันของสังคม โดย : อรรถจักร สัตยานุรักษ์

19 พ.ย.

ผมคิดว่าคนในสังคมไม่รู้สึกแปลกใจเลย ที่รู้ว่าคนไทยเข้าไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์น้อยลงทุกปี

เพราะเราท่านก็ไม่ได้ไปมานานมากแล้ว ผมจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าได้พาเพื่อนฝูงญาติมิตรไปชมพิพิธภัณฑ์ครั้งสุดท้ายเมื่อสักสิบปีก่อน
 

ท่านอธิบดีกรมศิลปากรได้แสดงความกังวลในเรื่องนี้และมีความคิดที่จะปรับ ภาพลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์เสียใหม่เพื่อจะแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะเอาเข้าจริงๆ ปัญหานี้มีมานานมากแล้ว และก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจที่จะดูแลแก้ไข หากท่านอธิบดีกรมศิลปากรสามารถที่จะแก้ไขได้บ้างก็คงจะดีมากขึ้น 
 

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะปรับภาพลักษณ์ของอะไรก็ตาม เราต้องทำความเข้าใจ “สิ่งนั้นๆ” ให้ชัดเจนก่อน ไม่เช่นนั้น การปรับภาพลักษณ์ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเฉพาะภาพภายนอกซึ่งก็จำไม่นำไป สู่ความเปลี่ยนแปลงอันใด
 

เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจความหมายของ “พิพิธภัณฑ์” (รวมอุทยานประวัติศาสตร์) กันก่อนว่า “พิพิธภัณฑ์” เป็นแบบจำลองของ “ประวัติศาสตร์” ซึ่งในแบบจำลองนี้จะ “ฝัง/จารึก” ความทรงจำหลักร่วมกันของสังคมนั้นๆ เอาไว้ ดังนั้น ในทุกๆ พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์จึงไม่ใช่เพียงแค่สถานที่วางแสดง “ของเก่า” เท่านั้น หากแต่เป็นการจัดวางความทรงจำให้โลดแล่นอยู่ในจินตนาการของผู้ชมในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์กับความต้องการจะสร้างหรือตอกย้ำความทรงจำหลักร่วมกันของสังคมจึง เป็นเรื่องเดียวกัน
 

ในทุกสังคมการเมือง “พิพิธภัณฑ์” จึงเป็นการลงทุนเพื่อจรรโลงสังคมการเมืองนั้นๆ โดยผ่านการผลิตซ้ำความทรงจำร่วมกันของสังคมนั้นเอง
 

แม้ว่าข้อมูลจะไม่ชี้ให้เห็นว่าการที่คนในสังคมไทยไม่สนใจเข้าพิพิธภัณฑ์ นั้น เกิดขึ้นเพราะอะไร แต่เราก็น่าจะลองเดาว่าทำไมคนไทยจึงไม่สนใจไปดูแบบจำลองของ “ประวัติศาสตร์-ความทรงจำร่วม” ซึ่งความเป็นไปได้ของการที่คนไม่สนใจในเรื่องนี้ น่าจะมาจากสาเหตุปัจจัยสองประการซึ่งสอดคล้องกัน
 

ประการแรก บุคลากรในกรมศิลปากรที่ดูแลในเรื่องนี้ไม่มีความสามารถเพียงพอในการทำความ เข้าใจในกระบวนการ “ฝัง/จารึก” ความทรงจำร่วมกันของสังคม จึงทำให้การแสดงงานต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น เช่น การจัดวางสรรพสิ่งในพิพิธภัณฑ์ไม่สอดคล้องและไม่ก่อให้เกิดจินตนาการเชื่อม ต่อระหว่างผู้ชมกับความทรงจำร่วมกันของสังคม 
 

หากเป็นเพราะสาเหตุนี้ ทางแก้ไขก็คงไม่ยากนัก เราสามารถที่จะแสวงหาความร่วมมือจากนักวิชาการสาขาอื่นๆ ที่เขาสามารถคิดเป็น “ภาพ” และสามารถสร้างให้ “ภาพ” ก่อเกิดจินตนาการเชื่อมต่อระหว่างคนกับสิ่งที่จัดวางไว้ได้
 

แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เพียงแค่บุคลากรของกรมศิลปากรไม่มีฝีมือ หากแต่เป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจก่อให้เกิดคนกลุ่มใหม่ๆ ในสังคมและคนกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการที่ทางในประวัติศาสตร์/ความทรงจำร่วม ซึ่งทำให้ไม่สามารถเชื่อมต่อตัวเองกับความทรงจำร่วมแบบเดิม  และลึกลงไปแล้วคนกลุ่มใหม่นี้ต้องการความทรงจำร่วมกันชุดใหม่ หรือจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเป็นความทรงจำร่วมกันแต่ ปัจจุบันกลับไม่ใช่อีกต่อไป เสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์จึงลดลงมาโดยตลอด
 

เราจำเป็นที่จะต้องคิดแก้ไขปัญหาสาเหตุของความไม่สนใจพิพิธภัณฑ์ในประการ ที่สองนี้ให้จริงจังมากขึ้น การคิดเพียงแค่การปรับภาพลักษณ์จะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหานี้เลย และที่สำคัญ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของกรมศิลปากรหรือส่วนงานพิพิธภัณฑ์ หากแต่เป็นปมปัญหาของสังคมไทยเลยทีเดียว 
 

ปมปัญหานี้ก็คือเราจะสร้างความทรงจำร่วมกันของสังคมที่ทำให้คนทุกกลุ่มมี ส่วนร่วมกันได้อย่างไร เพราะการมีส่วนร่วมกันตั้งแต่อดีต เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จะทำให้เราทั้งหมดมีจินตนาการถึงอนาคตร่วมกัน
 

แนวคิดในการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่จะฝัง/จารึกความทรงจำร่วมกันชุดใหม่ที่ ครอบคลุมคนทุกกลุ่มในสังคมไทยให้มีที่มีทางในอดีต จะต้องเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีกรอบคิดหลักเป็นแกนกลาง ได้แก่ เป็นพิพิธภัณฑ์ของสังคมทั้งหมด (Total Museum) ซึ่งหมายความว่าอดีตคนทุกกลุ่มในสังคมจะถูกจัดวางไว้ในพิพิธภัณฑ์อย่างมี ความสัมพันธ์กัน และสัมพันธ์กันในทุกมิติของชีวิตในอดีต
 

แม้ว่ายังจำเป็นจะต้องมีพิพิธภัณฑ์เฉพาะด้าน เช่น ด้านสังคม หรือเฉพาะที่ เช่น เชียงใหม่ อยุธยา แต่ทั้งหมดจะต้องถูกสร้างในกรอบที่จะต้องเชื่อมโยงทุกมิติของสังคมอย่างมี พลวัต เพื่อที่จะทำให้เห็นว่าคนกลุ่มต่างๆ ในอดีตได้ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมมาได้อย่างไร เผชิญปัญหาอะไรร่วมกันและได้ร่วมกันแก้ปัญหามาอย่างไรจนมาถึงทุกวันนี้
 

การคิดถึงการสร้างพิพิธภัณฑ์ของสังคมทั้งหมดจำเป็นที่จะต้องระดมความคิด เห็นจากสังคมให้กว้างขวางและลึกซึ้ง คงจะต้องเรียกกันให้เหมาะสมกับยุคนี้ก็คือต้อง “ปฏิรูป” การสร้างความทรงจำร่วมกันเพื่อนำไปฝัง/จารึกไว้ในพิพิธภัณฑ์
 

ขณะนี้เราเผชิญปัญหาความแตกแยกทางสังคมไม่ใช่เป็นผลมาจากสถานการณ์ ปัจจุบันหรือแค่ห้าหกปีเท่านั้น แต่ความแตกแยกนี้ส่วนสำคัญนั้นเกิดจากความทรงจำร่วมกันฉบับทางการนั้นคับแคบ และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม 

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/attachak/20101119/363532/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1.html

Advertisements
 
2 ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 19, 2010 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

2 responses to “พิพิธภัณฑ์กับความทรงจำร่วมกันของสังคม โดย : อรรถจักร สัตยานุรักษ์

  1. Jaturawit7

    พฤศจิกายน 19, 2010 at 1:31 pm

    ผมคิดว่า ปัญหาหนึ่งมาจาก perception ของคนที่มีต่อ “พิพิธภัณฑ์” ด้วยครับ เพราะคนส่วนใหญ่จะคิดว่า มันเป็นการแสดงของเก่า ไปดูวัตถุโบราณ ภาพเก่าๆ อะไรทำนองนั้น แต่ความจริงแล้วพิพิธภัณฑ์สามารถเป็นได้มากกว่านั้น พิพิธภัณ์เป็นเพียงศูนย์รวม แต่จะนำเสนออะไร ในแนวไหน รูปแบบได ในเวลาไหน เทศกาลอะไร ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้จัดแสดงว่าจะสามารถนำเสนอแก่ผู้ชมได้มากแค่ไหน และกำจัดภาพลักษณ์เดิมๆออกไปได้หรือไม่

    ผมคิดว่าการสื่อสารให้ประชาชนทราบนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้านำเสนอได้น่าสนใจแล้ว อย่างไรคนก็อยากเข้าไปดู

     
  2. nong

    พฤศจิกายน 20, 2010 at 10:37 pm

    ไม่ได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์นานมากแล้ว และเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวคิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจเพิ่มเติมจากที่เคยไปเที่ยวครั้งแรก ปรากฎว่าการประชาสัมพันธ์การให้ความรู้ต่าง ๆ ไม่ค่อยน่าประทับใจ มันเป็นสถานที่แสดงของเก่าจริง ๆ แต่ถ้าต้องการให้มีใครเข้าชมมากกว่านี้ต้องเริ่มที่ตัวเราว่าเข้าไปดูเพราะอะไร ออกมาแล้วได้อะไรเพิ่มขึ้น แต่ถ้าไปดูแล้วในความมรู้สึกบอกว่ามันคือของเก่าที่มาดุกี่ครั้งก็เป็นเช่นเดิม คิดว่าคงไม่มีใครย้อนกลับไปดูอีก มันต่างจากที่ไปเที่ยววัดพระแก้ว ที่อยากไปอีกตลอดเวลานอกเหนือจากการไปไหว้พระ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: