RSS

คิดได้ไง(วะ)ซูเปอร์สกายวอล์ค ถาม(กรู)รึยัง? เอา ‘ทางเท้าบนดิน’หรือ’ลอยฟ้า’…อดิศักดิ์ ลิมปรุงพัฒนกิจ

27 ก.พ.

เป็นบทความของคุณอดิศักดิ์ ที่ผมโคตชอบ…ครับ

จริงๆ ผมบ่นกับคนรอบข้างมานานแล้ว ว่าโคตอายตัวเองเลย ที่ผมดัน เลือก คุณชาย แกมาเป็น ผู้ว่าฯ กทม….กลุ้มใจฉิบ…เลย เลือกผิดคน

………………………………………………………………………………………………………….

ผมขออนุญาตผู้อ่านคอลัมน์นี้สักครั้งเถอะขอสบถดังๆ จั่วหัวไม่สุภาพ “คิดได้ไง (วะ)” กับโครงการซูเปอร์สกายวอล์คของผู้ว่า

กรุงเทพมหานครของเรา “คุณชาย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ที่ช่างคิดมากๆ จะให้คนกรุงเทพฯ เลิกเดินทางเท้า “บนดิน” ไปเดินทางเท้า “ลอยฟ้า” ความยาว 50 กิโลเมตร โดยจะลงทุนด้วยเงินของพวกเรามโหฬารภายใน 3 ปี รวมประมาณ 15,000 ล้านบาท

“ผู้ว่า กทม.ของเรา” คุณชายสุขุมพันธุ์บอกว่าโครงข่ายทางเดินลอยฟ้าหรือซูเปอร์สกายวอล์ค (Super Skywalk System) ของ กทม.ต้องการคืนสิทธิอันพึงมีของคนเดินถนนให้เดินเท้าได้อย่างสะดวกสบาย ไร้สิ่งกีดขวาง รวมทั้งยังมีความปลอดภัยระดับหนึ่ง เนื่องจากมีไฟฟ้าและกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง รวมระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร

โครงข่ายทางเดินลอยฟ้าจะแบ่งเป็นสองเฟส คือ เฟสแรกจะสร้างครอบคลุมถนนสุขุมวิทเกือบทั้งสาย  เริ่มจากซอยนานาไปถึงซอยแบริ่ง ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถนนรามคำแหง ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร และวงเวียนใหญ่ฝั่งธนบุรี ระยะทาง 1 กิโลเมตร  รวมระยะทางทั้งสิ้น 16 กิโลเมตร โดยจะเริ่มก่อสร้างในเดือน มี.ค. 2554 แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2555 ใช้งบประมาณก่อสร้าง 5,200 ล้านบาท
เฟสที่สองมีแผนก่อสร้างปี 2555-2557 ครอบคลุมพื้นที่ถนนราชดำริ  สีลม สาทร  เพชรบุรี  รามคำแหง ทองหล่อ  เอกมัย  พหลโยธิน  กรุงธนบุรีและบางหว้า รวมระยะทาง 32 กิโลเมตร  คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้าง 10,000 ล้านบาท รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 50 กิโลเมตรหรือเฉลี่ยกิโลเมตรละ 300 ล้านบาท
เริ่มจากประเด็น “สิทธิของคนเดินถนน” ก็เป็นวิธีคิดที่เข้าขั้นผิดอย่างมหันต์แล้ว
ถูกต้องแล้วที่ “ผู้ว่า กทม.ของเรา” รู้จักคำนึงถึง “สิทธิอันพึงมีของคนเดินถนน”
แต่ขอถามหน่อยเถอะว่า ทำไม “ผู้ว่า กทม.ของเรา” ไม่ทำหน้าที่ไปทวง “สิทธิอันพึงมีของคนเดินถนน” ของคนกรุงเทพฯ ที่ถูก “นายกรัฐมนตรีของเรา” และรัฐบาลลิดรอนไปจากโครงการประชาวิวัฒน์ โดยตั้งเป้าจะทำให้จุดผ่อนปรนหาบเร่ 250 จุด ที่เดิมเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องของ กทม.ที่ปล่อยปละละเลยให้มีหาบเร่แผงลอยยึดพื้นที่ “ทางเท้า “ของคนกรุงเทพฯ ไปจนเกือบหมดในย่านสำคัญๆ กลายเป็น “สถานที่ตั้งหาบเร่แผงลอย” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย มิหนำซ้ำ กระทรวงการคลังยังจะให้ธนาคารของรัฐปล่อย “เงินกู้” ให้ไปขยายกิจการเสียอีก

อย่าอ้างว่า “หาบเร่แผงลอย”เป็นวัฒนธรรมการค้าแบบไทยๆ จำเป็นจะต้องปล่อยให้มีต่อไปเพื่อช่วยให้เป็น “เสน่ห์กรุงเทพฯ”
ผมไม่ได้เถียงว่า “หาบเร่แผงลอย” เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของมหานครอย่างกรุงเทพฯ ที่เมืองอื่นๆ ไม่ค่อยได้เห็น แต่การปล่อยให้วางหาบเร่เกะกะบนทางเท้าโดยไม่มีการจัดระเบียบให้เป็นที่เป็น ทาง คือ “วัฒนธรรมไร้ระเบียบ” ที่ในที่สุดจะทำลาย “เสน่ห์กรุงเทพฯ” และเป็นการ “ลิดรอน” สิทธิของกรุงเทพฯ ในการเดินบน “ทางเท้า” ที่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ทางเท้า “ไม่ใช่” ทางทำมาหากิน”
เมื่อ “ผู้ว่า กทม.ของเรา” บอกว่าจะสร้างซูเปอร์สกายวอล์คเพื่อทดแทนทางเท้า นั่นหมายความว่า ต่อไปนี้ผู้ว่า กทม.ของเราจะปล่อยให้แม่ค้าหาบเร่ยึด “ทางเท้าของคนกรุงเทพฯ” ไปทั้งหมดหรือเปล่า
คนกรุงเทพฯ ไม่มีสิทธิเดิน “ทางเท้าบนดิน” อีกต่อไปแล้วใช่หรือเปล่า

คุณชายสุขุมพันธุ์คงไม่เคยลงไปเดิน “ทางเท้า” ในย่านการค้าใจกลางเมืองหลายๆ ถนนว่ายังคงเหลือ “สิทธิบนทางเท้าของคนกรุงเทพฯ” กี่มากน้อยกัน จึงไม่ได้เข้าใจ “ความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ” เอาเสียเลยว่าคับอกคับใจแค่ไหนและคงไม่มีใคร “บ้า” จะไปเดินทอดน่องบน “ซูเปอร์สกายวอล์ค” จากซอยแบริ่งถึงซอยนานาความยาว 12 กิโลเมตร

หรือว่า “ผู้ว่า กทม.ของเรา” คนนี้จะเป็น “คุณชายผู้ว่าไม่ติดดินไม่ลุยงาน” ตามเสียงนินทากันทั่วศาลา กทม.จริงๆ จึงไม่รู้สึกรู้สากับการถูกลิดรอนสิทธิบนทางเท้าของคนกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่จากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
สิ่งที่ “ผู้ว่า กทม.ของเรา” ควรจะทำอันดับแรก คือ เป็นตัวแทนของคนกรุงเทพฯ เดินนำหน้า “ทวงคืนสิทธิ” การเดินบนทางเท้าของคนกรุงเทพฯ คืนมาจากโครงการประชาวิวัฒน์ แล้วเชื่อเถอะจะมีคนกรุงเทพฯ ให้การสนับสนุนคุณชายสุขุมพันธุ์อึงมี่
แล้วเสนอโครงการปรับปรุง “ทางเท้า” ตลอดแนวถนนใหญ่ๆ ใจกลางเมืองให้ใหญ่ขึ้นและสะดวกขึ้นสำหรับคนกรุงเทพฯ ในการเดินทางหรือออกกำลังกาย  และจะยิ่งดีไปใหญ่หาก “ผู้ว่า กทม.ของเรา” จะสานต่อแนวคิด “Bicycle Way” หรือทางสำหรับการขี่จักรยานทั่วกรุงเทพฯ ที่มีคนเสนอกันหลายครั้งแต่ กทม.ไม่เคยรับลูกทำจริงจังสักครั้ง

ผมคิดว่างบประมาณในการปรับปรุง “ทางเท้าบนดิน” บนถนนสุขุมวิททั้งสายจากซอยแบริ่งถึงซอยนานาความยาว 12 กิโลเมตร เพื่อ “คืนสิทธิคนกรุงเทพ” ในการใช้ “ทางเท้า” น่าจะน้อยกว่าการสร้าง “ทางเท้าลอยฟ้า” ใต้รางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ใช้เงินถึงกิโลเมตรละ 300 ล้านบาท หรือ 3,600 ล้านบาท
รวมทั้งหาทางเอาสายไฟระโยงระยางเกะกะตลอดแนวถนนสุขุมวิทลงใต้ดิน ให้หมดหรือจัดการใหม่ไม่ให้รกหูรกตาเป็น “ทัศนะอุจาด” น่าจะทำให้ถนนสุขุมวิทที่เคยเป็น “ถนนสวยงาม” แห่งหนึ่งของการขยายกรุงเทพฯ ย่านตะวันออก แล้วเกิด “ทัศนะอุจาด” มีรางรถไฟฟ้าบีทีเอสตั้งผ่ากลางตลอดถนนที่คนกรุงเทพฯ ยอมรับไปแล้วว่าจำเป็นต้องแลกกับการแก้ปัญหาจราจรของถนนสุขุมวิทได้ไปค่อน ข้างมาก จนไม่มีคนกรุงเทพคนไหนออกปากบ่นอีกว่ารางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ตั้งกลางถนน สุขุมวิทเป็น “ทัศนะอุจาด” อีกต่อไป

แต่ถ้าหากถามต่อไปว่าคนกรุงเทพฯ จะยอมให้เกิด “รถไฟลอยฟ้า” กลางถนนสายใหญ่ๆ ของกรุงเทพฯ หรือเปล่า คงได้คำตอบชัดเจนว่าควรจะทำ “รถไฟฟ้าใต้ดิน” มากกว่า แม้ว่างบประมาณลงทุนจะแพงกว่า “รถไฟลอยฟ้า” หลายเท่าก็น่าจะคุ้มกับการรักษา “ภูมิทัศน์” ของเมืองหลวงของเราไม่ให้ “ทัศนะอุจาด” ไปมากกว่านี้
คุณชายสุขุมพันธุ์เคยถาม “คนกรุงเทพฯ” หรือยังว่าระหว่าง “ทางเท้าบนเดิน” กับ “ทางเท้าลอยฟ้า” คนกรุงเทพฯ ต้องการอะไรมากกว่ากัน ผมเชื่อโดยไม่ต้องทำสำรวจเลยว่าเกินกว่า 70-80% จะไม่มีทางเห็นด้วยกับการสร้าง “ทางเดินลอยฟ้า” เมื่อเปรียบเทียบกับการนำเงินลงทุน 15,000 ล้านบาทมาปรับปรุง “ทางเท้าบนดิน” บนถนนสายหลักๆ ของกรุงเทพมหานครให้เป็น “ทางเท้า” จริงๆ เสียทีไม่ใช่ “ทางวางหาบเร่แผงลอย”
ลองโยนไอเดียไปให้สถาปนิก ครีเอทีฟ นักออกแบบ นักภูมิสถาปัตย์และคนกรุงเทพฯ ที่อยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองสวยต่อไป ฯลฯ ระดมไอเดียว่าจะปรับปรุงทางเท้าให้คนเดินสะดวกกับการแบ่งปันพื้นที่ให้กับ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่อยู่ร่วมกันได้อย่างไร
ผมเชื่อมั่นว่าคงไม่เหลือวิสัยจะสร้างสรรค์ออกมาทำให้ทุกคนอยู่ ร่วมกันได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณ 15,000 ล้านบาทที่ผู้ว่าสุขุมพันธุ์ ตั้งไว้แล้วน่าจะเหลือด้วยซ้ำในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ “ทางเท้าบนดิน” ระยะทาง 50 กิโลเมตรให้สามารถ “แบ่งปัน” ใช้ประโยชน์ได้กับทุกฝ่าย แล้วน่าจะทำให้ “เสน่ห์กรุงเทพฯ” เพิ่มมากยิ่งขึ้นเสียอีก
หากมองในเชิงวิถีชีวิตแล้วโครงการ “ซูเปอร์สกายวอล์ค” น่าจะเป็นโครงการ “แบ่งแยก” คนกรุงเทพฯ ให้เกิดชนชั้นมากกว่าการเสริมสร้างความรู้สึก “แบ่งปัน” ในการใช้ประโยชน์จาก “ทางเท้า” เพื่อทำให้ทุกชนชั้นดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขตามวิถีคนเมืองหลวง
ผู้ว่าสุขุมพันธุ์คงจะไม่เข้าใจวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ส่วนใหญ่ยังเป็น “มนุษย์เดินดิน” กินข้าวแกง จากหาบเร่แผงลอย จึงมุ่งมั่นในการ “แบ่งแยก” พื้นที่การใช้สอยระหว่าง “ทางเท้าบนดิน” ให้กลายเป็นพื้นที่ทำมาหากินของหาบเร่แล้วสร้าง “ทางเท้าลอยฟ้า” หวังจะให้เป็นพื้นที่ทางเดินของคนกรุงเทพฯ ที่ปลอดจากหาบเร่วางเกะกะ
เศร้ามากยิ่งขึ้นเมื่อได้ฟังจากปากผู้ว่าสุขุมพันธุ์ยกตัวอย่าง “พื้นที่อโศก” ว่าในปี 2520 มีผู้พักอาศัยและทำมาหากินในย่านนี้ประมาณ 50,000 คน  แต่ปัจจุบันมีผู้คนเข้ามาอาศัยในพื้นที่มากถึง 1 ล้านคนต่อวัน  เพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า  ซึ่งระบบสาธารณูปโภคทุกอย่างมีการขยายและพัฒนาหมด  เว้นแต่ “ทางเท้า” ที่ยังเท่าเดิม
ผู้ว่าสุขุมพันธุ์เคยไปเดินในย่านอโศกในแต่ละวันบ้างหรือ เปล่าว่าผู้คนแถวนั้นที่บอกว่าแต่ละวันมีผู้คนเข้ามามากถึง 1 ล้านคน  จะมีสักเท่าไรกันอยากจะให้ กทม.สร้าง “ทางเท้าลอยฟ้า” เพื่อให้เดินเล่นไปในย่านอโศกที่มีปัญหาใหญ่กว่านั้น คือ ปริมาณรถยนต์วิ่งเข้าออกผ่านไปมามากกว่า “พื้นที่ผิวจราจร” ทำให้ปัญหา “รถติด” สาหัสในย่านนี้แทบจะตลอดทั้งวันเป็นปัญหาใหญ่สาหัสกว่ากับการไม่มี “ทางเท้า” เดินไปเดินมาในย่านอโศก
อยากให้ลองคิดคำนวณเอาเงินงบประมาณสร้าง “ทางเดินลอยฟ้า” มาหาทางตัดถนนทะลุซอยทางลัดหรือขยายพื้นที่ถนนอโศกให้รองรับปริมาณรถยนต์ที่ วิ่งเข้าวิ่งออกย่านธุรกิจสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ  น่าจะ “ตรงใจ” เสียงส่วนใหญ่ 1 ล้านคนที่ผู้ว่า กทม.บอกว่าเข้ามาทำงานพักอาศัยในพื้นที่อโศกแต่ละวัน
เอาอีกประเด็นที่ออกจากปาก “ผู้ว่า กทม.ของเรา” ที่ทำให้ผมต้องอุทานคำไม่สุภาพออกมาว่า “คิดได้ไงวะ”  ผู้ว่า กทม.มั่นใจว่าโครงข่ายใหม่ทางเท้าลอยฟ้าจะเป็นแรงจูงใจให้คนเลือกเดิน  แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวแถมไม่ต้องกลัวแดดกลัวเปียก เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ
ผู้ว่าสุขุมพันธุ์ท่าจะเป็นพวกไม่ “ติดดิน” ยังเป็นผู้ดีตีนแดงจริงๆ  ทำไมจะต้องคิดแทนคนกรุงเทพฯ ว่า “กลัวแดดกลัวเปียกฝน”
ทำไมวิธีคิดเป็น “มิติเดียว”  ควรจะลอง ลงมา “เดินดิน” ถามชาวบ้านแถวซอยนานาว่าวิธีไหนจะทำให้คนกรุงเทพฯ เอารถยนต์ส่วนตัวเก็บไว้ที่จอดรถหากต้องการไปซอยอโศกน่าจะได้ไอเดียดีๆ มากกว่าคิดแทนว่า “กลัวแดดกลัวฝน” เช่น
1. อยากให้ กทม.สร้างซูเปอร์สกายวอล์คใต้รางรถไฟฟ้าบีทีเอส เพราะพวกเราคนกรุงเทพฯ เป็นคนผิวบางกลัวแดดกลัวฝน
2. อยากให้ กทม.ปรับปรุงพัฒนา “ทางเท้าบนดิน” ให้กว้างขวางไม่มีหาบเร่เกะกะแล้วทำร่มเงาเพื่อให้เหมาะกับการเดิน
3. อยากให้ กทม.สร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะระยะสั้น  เช่น รถรางไฟฟ้าระยะสั้น รถเมล์ระยะสั้นวันเวย์ ฯลฯ
เงินงบประมาณ 15,000 ล้านบาท น่าจะทำอะไรได้ประโยชน์มากมายและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าสร้าง “ซูเปอร์สกายวอล์ค” 50 กิโลเมตร เพื่อ “คืนสิทธิทางเท้า” ให้คนกรุงเทพฯ เช่น  เงินก้อนนี้น่าจะสร้างคอนโดเพื่อ “คุณภาพชีวิต” ชุมชนแออัดได้ไม่น้อยกว่า 50 อาคาร  เงินก้อนนี้น่าจะเวนคืนที่ดินใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อ “พื้นที่สีเขียว” สวนสาธารณะได้อีกหลายร้อยไร่ เงินก้อนนี้น่าจะปรับปรุงและสร้างเพิ่ม “โรงเรียน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย กทม.” ยกระดับ “ทุนมนุษย์” เงินก้อนนี้น่าจะทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่มีระบบไฮสปีดอินเทอร์เน็ตคลุม พื้นที่มากที่สุดในโลก ฯลฯ
คนกรุงเทพฯ และคนที่เข้ามาอาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลรวมแล้วไม่น่าจะน้อยกว่า 10 ล้านคน น่าจะ “ช่วยกันคิด” แทนผู้ว่า กทม.ของเราคนนี้ที่ดูเหมือนจะ “สิ้นคิด” อับจนปัญญาในโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองหลวง จนต้องไปสร้าง “ทัศนะอุจาด” ให้เมืองหลวงของเรา และยัง “แบ่งแยก” คนกรุงเทพฯ มากกว่าหาหนทาง “แบ่งปัน” ให้ดำรงอยู่ด้วยกันได้

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/re-think/20110227/379278/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%87%28%E0%B8%A7%E0%B8%B0%29%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%84-%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%28%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B9%29%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87–%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.html

Advertisements
 
1 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 27, 2011 in บทความ, เรื่องควรรู้

 

ป้ายกำกับ: , ,

One response to “คิดได้ไง(วะ)ซูเปอร์สกายวอล์ค ถาม(กรู)รึยัง? เอา ‘ทางเท้าบนดิน’หรือ’ลอยฟ้า’…อดิศักดิ์ ลิมปรุงพัฒนกิจ

  1. wanorawan

    มีนาคม 4, 2011 at 3:15 pm

    อาจารย์ไม่ผิดหรอกค่ะที่เลือกคุณชาย แหม จะให้ไปเลือกอย่างอื่น ตอนนั้นอันนี้ก็ดูดีสุดแล้ว
    คุณชายคงอยากทำอะไรที่มัน”ใหญ่ๆ”บ้าง ระลึกถึงตอนที่โดนวางตัวให้เป็นอะไรที่ใหญ่กว่านี้

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: