RSS

ความกล้า…โดย ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์

14 มี.ค.

ผมออกบรรยายและทํา Workshop มาได้สามปี มีคําถามหนึ่งที่มักจะได้รับจากผู้เข้าฟังอยู่เป็นครั้งคราวว่าทําไมผมถึงมี ความกล้าหาญแบบบ้าบิ่น

คําตอบของผมคือความกล้าไม่มีวางขายที่ 7-Eleven ต้องปลูกเอาไว้ใช้เอง ในอาทิตย์นี้จึงขอขยายความคําพูดของผมว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร

เมื่อสามสิบปีที่แล้ว ผมก็เหมือนผู้คนทั่วไปที่รักที่จะยืนอยู่ใน Comfort zone ไม่ได้มีความกล้าหาญชาญชัยอะไร

แต่ผมมีความแตกต่างจากคนทั่วไปอยู่อย่างหนึ่งคือ ผมมีความรู้สึกตัวว่าผมชอบอะไร และไม่ชอบอะไร มีความชัดเจนกับชีวิต และเป็นคนที่ชอบพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา

นี่เป็นประเด็นผลักดัน และบังคับให้ผมต้องเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ โดยต้องพึ่งความกล้าหาญเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

งานแรกของผมคือเป็น Management trainee ของโรงงานยาสูบ โดยมีสัญญาผูกมัดกับหน่วยงานว่า หน่วยงานนี้จะฝึกอบรมผมเป็นเวลาสามปี แล้วผมต้องทํางานต่ออีกสามปี ที่มาของสัญญานี้เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้บริหารขององค์กร เนื่องจากโรงงานยาสูบขาดแคลนผู้บริหารที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย

ผมทํางานที่โรงงานยาสูบได้สี่ปีครึ่ง ตลอดเส้นทางมีความรู้สึกตัวว่าผมอยู่ผิดที่ เพราะความที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ทําให้มีความอุ้ยอ้ายในการทํางาน วัฒนธรรมขององค์กรสวนทางกับตัวตนของผมแบบ 180 องศา สุดท้ายผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าผมยินดีที่จะตื่นนอนแล้วไปทํางานทุกวัน เสมือนหนึ่งเด็กลืมทําการบ้านหรือไม่ คําตอบคือไม่

วันที่ผมไปลาออกกับผู้จัดการโรงงาน ด้วยความหวังดีท่านบอกว่าผมคิดดีแล้วหรือ เพราะโครงการนี้จะทําให้ผมเป็นผู้บริหารของโรงงานยาสูบในเวลาอันไม่นานนัก ข้อที่สองท่านเตือนสติผมว่าผมต้องชดใช้เงินให้กับองค์กรเป็นเงินก้อนที่ใหญ่ พอสมควร เพราะผม Break contract ที่ทําไว้กับองค์กร

ผมขอบคุณในความหวังดีของลูกพี่ และบอกว่าผมยินดีที่จะจ่ายเงินชดเชยให้กับทางโรงงานยาสูบ

ผมได้งานใหม่เป็นผู้จัดการโรงงานของบริษัทเอกชน หกเดือนแรกทุกอย่างดูเหมือนจะดี พอครบหกเดือนผมรู้สึกตัวผมอยู่ในวงจรของการทําซ้ํา ทุกวันงานเหมือนกันหมด ผมเริ่มถามตัวเองว่าผมยินดีจะใช้ชีวิตอย่างนี้จนเกษียณอายุหรือไม่ คําตอบคือไม่ ทําให้ผมต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปหางานใหม่ที่ไม่ใช่งานทางด้านช่าง

แต่การเปลี่ยนอาชีพของผม หมายความว่าผมต้องไปเริ่มต้นใหม่เสมือนหนึ่งเป็น Rookie หรือผู้เล่นใหม่ที่พึ่งจบจากมหาวิทยาลัย ผมต้องไปแข่งกับเด็กอายุ 20 ทั้งๆ ที่อายุผมเข้าหลักสามสิบแล้ว ผมคิดอยู่แค่คืนเดียวก็ได้คําตอบว่าถ้าไม่ทํา ชีวิตผมต้องอับเฉาแน่

ผมเข้าสู่วงการใหม่ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่ได้ร่ําเรียนมา ในที่นี้ผมต้องขอบคุณ คุณสุนันทา ตุลยธัญ ที่เปิดโอกาสให้กับชีวิตใหม่ของผม

ผมใช้ชีวิตในวงการโฆษณาเป็นเวลาหลายปี สุดท้ายผมโชคดีได้มีโอกาสทํางานบริหารเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทข้าม ชาติบริษัทหนึ่งที่เป็นบริษัทใหญ่อันดับหนึ่งในห้าของประเทศ

Honeymoon period ของผมสั้นมาก ในช่วงปี 1995-1996 เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงขาลง ผมต้องบริหารงานภายใต้การกํากับของ Regional office เป็นการทํางานเสมือนหนึ่งว่าผมถูก Remote control

ความที่ผมขาดอิสระในการทํางาน ทําให้ผมต้องตั้งคําถามตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่าผมยินดีที่จะใช้ชีวิตเสมือน หนึ่งว่าทุกครั้งที่ผมจะไปทําธุระส่วนตัวที่ห้องน้ํา ผมต้องเขียน e-mail ไปขออนุญาต Office ที่ London/New York

คิดอยู่หนึ่งอาทิตย์ ก็ได้คําตอบว่าไม่

ผมตัดสินใจลาออก แล้วมาใช้ชีวิตเป็นโจรสลัด วันที่เดินออกมารู้สึกตัวเบา และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมก็เป็นนายของตัวเอง

ช่วงห้าปีแรกผมยินดีกินข้าวต้มทุกวันโดยไม่เบื่อ กว่าจะตั้งตัวเป็นเรื่องเป็นราวก็เมื่อเข้าปีที่หก

ประเด็นที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังคือ ผมฝึกความกล้าตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ลองทําไปเรื่อย แล้วคอยดูว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร

ความโชคดีคือความกล้าของผมมี Positive effect กับตัวผม

ทําให้ความกล้าของผมเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ประเด็นของเรื่องนี้คือถ้าใครอยากมีความกล้าติดตัวต้องหมั่นทําแบบฝึกหัด ฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา

แล้วมันจะทําให้คุณกล้าตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ของชีวิต

ในบางช่วงจังหวะของชีวิตคนเราเปรียบเสมือนว่าเรายืนอยู่ที่สี่แยก แล้วเรามีทางเลือกว่าจะยืนเฉยๆ ที่สี่แยก

หรือเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวา หรือกล้าเดินไปข้างหน้าบนถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ และขวากหนาม

การที่ผมมีความกล้าไม่ใช่พรสวรรค์ แต่มันเกิดจากความที่ผมชัดเจนกับชีวิต และเชื่อความรู้สึกของตัวเอง ทําให้ผมพยายามเปลี่ยนแปลงชีวิต

พร้อมกับทําแบบฝึกหัดตลอดเวลา ยิ่งทํา ยิ่งกล้า

แล้วสุดท้ายความกล้าจึงกลายเป็นคุณสมบัติประจําตัวของผม

ผมมีความเชื่อว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ความกล้าคืออาวุธที่สําคัญที่สุดที่ช่วยพาเราเดินผ่านทุ่นระเบิด ทําให้เรากล้ากระโดดข้ามหน้าผา แล้วสุดท้ายเดินเข้าไปในทุ่งหญ้าแห่งความรู้และความสุข

อยากมีความกล้า ต้องฝึกฝนครับ
ข้อความใต้ภาพ

ผมเชื่อว่าชีวิตคือการตั้งคําถาม ถ้าตั้งคําถามถูกชีวิตจะเดินหน้ามีความสุขความเจริญ

ผมชอบตั้งคําถามว่ามีผมกับไม่มีผม องค์กรที่ผมอยู่มีความแตกต่างหรือไม่

ในช่วงแรกของการทํางานผมตอบคําถามนี้ไม่ได้ เพราะ Contribution ของผมกับองค์กรยังอยู่ในระดับที่ต่ํามาก ในช่วงสามปีสุดท้ายที่ผมยังเป็นลูกจ้างมืออาชีพ ผมก็ยังตอบคําถามนี้ไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่งมีอุบัติเหตุของชีวิตที่ทําให้ผมรู้

คําตอบ

ตอนนั้นผมทํางานในฐานะกรรมการผู้จัดการของบริษัทและหนึ่งในผู้ใต้บังคับ บัญชาของผมเป็นชาวต่างชาติที่ทํางานไม่เข้าขากับผม จนปัญหาที่เกิดขึ้นเริ่มส่งผลกับผลงานของบริษัท ด้วยความเป็นคนตรงไปตรงมา ผมคุยกับชาวต่างชาติแบบเปิดอกว่าผมมีปัญหากับวิธีการทํางานของเขาที่ส่งผล กับผลงานของบริษัท คําตอบที่ผมได้รับคือเขาบอกว่าเขาไม่มีปัญหากับผม ผมคุยกับเขาหลายครั้ง และคําตอบที่ได้รับยังเป็นคําตอบเดิม

เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีกทําให้ผมต้องยึดประโยชน์ของบริษัทเป็น ที่ตั้ง ผมคุยกับประธานบริษัทเล่าให้ฟังถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วเสนอทางเลือกสองประการ หนึ่งผมขอให้ทีมงานของชาวต่างชาติรายงานตรงกับผม และผมขอที่จะไม่ทํางานร่วมกับชาวต่างชาติท่านนั้น สองถ้าทางเลือกแรกไม่เหมาะสม ผมขอคืนตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและทำงานในฐานะหัวหน้าแผนกคนหนึ่ง ข้อเสนอแนะของผมทั้งสองข้อไม่ได้เกิดจากอารมณ์หรือความรู้สึก แต่เป็นการพูดคุยบนเหตุและผล โดยยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ที่ผมเล่าเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาที่ต้องการโอ้อวดเรื่องของตนเอง แต่ต้องการสื่อว่าคนเราต้องกล้าตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/prasert_blacksheep/20110314/381747/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2.html

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

One response to “ความกล้า…โดย ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: