RSS

เรียนรู้จากความสำเร็จ…ดร.พสุ เดชะรินทร์

23 มี.ค.

ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนเมษายนที่จะถึงนี้มีความน่าสนใจอยู่ครับ

 

เนื่องจากทั้งฉบับนั้นมี แต่บทความที่เกี่ยวกับเรื่องของความล้มเหลวขององค์กรต่างๆ โดยมีบทความหนึ่งเขียนโดย Francesca Gino และ Gary Pisano ในชื่อเรื่องว่า Why Leaders Don’t Learn from Success ซึ่งเมื่อผมอ่านแล้วคิดว่าให้มุมมองใหม่ๆ ที่ดีพอสมควรจึงอยากจะขอนำมาแบ่งปันสำหรับท่านผู้อ่านในสัปดาห์นี้นะครับ โดยปกติแล้ว เรามักจะถูกสอนให้เรียนรู้จากความล้มเหลวต่างๆ ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งมีคนไปแต่งเป็นเพลงอกหักเคล้าน้ำตาก็หลายเพลงที่สอนให้เราเรียนรู้ จากสิ่งที่พลาดไป แต่เรากลับมักจะละเลยการเรียนรู้จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น และการที่เราไม่สามารถที่จะหัดที่จะเรียนรู้จากความสำเร็จนั้น ท้ายสุดแล้ว ก็อาจจะนำองค์กรสู่ความล้มเหลวโดยไม่รู้ตัว โดยปกติเรามักจะมองหรือพิจารณาข้อมูลต่างๆ เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่เรามักจะไม่พิจารณา หรือวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน เมื่ออยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ดี

ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูก็ได้นะครับว่าทั้ง บุคคลและองค์กรที่ประสบความล้มเหลวจำนวนมากนั้น จะเป็นพวกที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน แสดงให้เห็นว่าสาเหตุของความล้มเหลวของพวกที่ประสบความสำเร็จมาก่อนนั้นไม่ ได้อยู่ที่การไม่มีความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาดหรือล้มเหลวนะครับ แต่เกิดขึ้นจากการขาดความสามารถในการเรียนรู้จากความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายคนและหลายองค์กรแล้ว เมื่อเราประสบความสำเร็จ เรามักจะมีความเข้าใจ พฤติกรรมหรือการกระทำบางอย่างที่ผิดแปลกออกไป

จะพบว่าพวกที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนนั้น (โดยเฉพาะประสบความสำเร็จอย่างมากๆ) หลายคน (องค์กร) มักจะเกิดความเข้าใจผิดและหลงตัวเองว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นมาจากทักษะ ความสามารถส่วนบุคคล หรือกลยุทธ์ที่เหนือชั้นกว่าผู้อื่น โดยมักจะไม่ค่อยมองว่าความสำเร็จนั้นอาจจะมาจากสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวย หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเอง นอกจากนี้ การที่เรา หรือองค์กร ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นก็จะยิ่งทำให้เราเกิดความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว การมีความมั่นใจในตนเองก็ถือเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพียงแต่เมื่อประสบความสำเร็จและมั่นใจแล้วก็จะทำให้เราเชื่อว่าไม่ต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรแล้ว เนื่องจากสิ่งเดิมๆ ที่ทำอยู่ก็ทำให้เราประสบความสำเร็จไปได้เรื่อยๆ

สุดท้ายเมื่อเราหรือองค์กรประสบความสำเร็จเราก็มักจะเลิกที่จะตั้งคำถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาคำถามว่าที่ผ่านมานั้นเราประสบความสำเร็จได้เพราะ อะไร และการเลิกตั้งคำถามก็คือการเลิกที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่คุ้นเคย

มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นครับว่าคนส่วนใหญ่นั้น จะมีความคิดว่าเมื่อองค์กรประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน ก็เปรียบเสมือนเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์หรือสิ่งที่องค์กร ดำเนินการอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีข้อมูลและองค์ความรู้ต่างๆ ที่ดีและจำเป็นอยู่แล้ว ดังนั้น บริษัทจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรับฟังผู้อื่นหรือแสวงหาความรู้จากที่อื่น เนื่องจากความสำเร็จขององค์กรที่ผ่านมาในอดีตเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่าง ชัดเจน ซึ่งจริงๆ แล้วความคิดเหล่านี้อาจจะไม่ถูกเสียทีเดียว เนื่องจากยิ่งองค์กรประสบความสำเร็จเท่าใด องค์กรก็ยิ่งควรจะทราบว่าการที่จะรักษาความสำเร็จไว้ได้นั้นไม่ใช่เรื่อง ง่าย ดังนั้น เมื่อองค์กรประสบความสำเร็จแล้ว องค์กรก็ยิ่งควรที่จะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งการเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ เมื่อบริษัทประสบความสำเร็จ บริษัทก็จะฟังความเห็นจากบรรดาที่ปรึกษาหรือบุคคลภายนอกลดลง ทั้งนี้ เมื่อองค์กรประสบความสำเร็จแล้ว ผู้บริหารก็จะมีความเชื่อมั่นต่อความคิดเห็นของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับความเห็นจากที่ปรึกษาที่เป็นบุคคลภาย นอกแล้ว ผู้บริหารก็จะมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนเองคิดนั้นเป็นสิ่งที่ถูก (เนื่องจากทำให้ประสบความสำเร็จมาก่อน) ทั้งๆ ที่ถ้ารับฟังความเห็นของบุคคลอื่นจะช่วยทำให้การตัดสินใจดีขึ้น ทำให้เกิดปัญหาหนึ่งที่มักจะพบในผู้บริหารบางคนที่ประสบความสำเร็จ นั่นคือ การไม่ฟังผู้อื่น เคยพบเจอนะครับ ที่ผู้บริหารบางท่านนั้นก่อนที่จะประสบความสำเร็จก็จะชอบขอความรู้และรับฟัง ความคิดเห็นจากผู้อื่น แต่เมื่อประสบความสำเร็จแล้วดูเหมือนพฤติกรรมและทัศนคติจะเปลี่ยนไป จะมีความเชื่อมั่นในความเห็นของตนเองมากขึ้น และเลิกหรือไม่สนใจที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

นอกจากจะไม่รับฟังความเห็นของผู้อื่นแล้ว ยังพบอีกนะครับว่าถ้าผู้บริหารมีความมั่นใจมากขึ้นจากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ยังจะทำให้ผู้บริหารท่านดังกล่าวพูดมากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการประชุมทีม หรือกลุ่มผู้บริหารระดับสูงด้วยกัน ทำให้แทนที่จะทำให้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็นที่สำคัญจากผู้เข้าร่วมประชุม แล้ว ตัวเองกลับเป็นผู้ผูกขาดการพูดเสียหมด

ผมเคยอ่านเจอกรณีของบริษัทยีนส์ยี่ห้อหนึ่งที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาดมาช้า นานในอดีต และเป็นยีนส์ที่เรียกได้ว่าเป็นยีนส์ในตำนาน แต่เมื่อบริษัทประสบความสำเร็จแล้ว บริษัทก็จะคิดตลอดเลยครับว่าตนเองนั้นรู้ดีที่สุด (เนื่องจากเป็นที่หนึ่งมาตลอด) บริษัทไม่จำเป็นต้องดูว่าผู้อื่นทำอะไร แต่ผู้อื่นจะต้องเป็นผู้คอยติดตามว่าบริษัททำอะไรบ้าง สุดท้ายก็ทำให้บริษัทแห่งนี้มียอดขายและส่วนแบ่งตลาดที่ตกลง เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าที่เริ่มเปลี่ยนแปลง และกว่าจะรู้ตัวและปรับกลยุทธ์นั้น ก็ต้องถือว่าเหนื่อยกันพอสมควรเลยครับ

หวังว่าท่านผู้อ่านที่ประสบความสำเร็จคงจะได้มีโอกาสกลับไปเรียนรู้และ ทบทวนถึงสิ่งที่ทำให้ตนเองสำเร็จนะครับ รวมทั้งการเปิดและพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น เพื่อที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปครับ

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/pasud/20110322/382960/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88.html

 

 

Advertisements
 
1 ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 23, 2011 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: ,

One response to “เรียนรู้จากความสำเร็จ…ดร.พสุ เดชะรินทร์

  1. แมวน้อย ^^

    มีนาคม 27, 2011 at 9:27 pm

    ขยันเขียนบล็อกจริงๆ ท่าน Professor

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: