RSS

ครูเบ็นมองไทยศึกษา: จาก14ตุลาฯถึงปัจจุบัน

03 มิ.ย.

โดย เกษียร เตชะพีระ


ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.1973 ระบอบทหารก็พังทลายลงเบื้องหน้าการชุมนุมแสดงพลังขนาดยักษ์ และสองปีครึ่งถัดจากนั้นประเทศไทยก็ได้ประสบพบกับประชาธิปไตยจริงๆ เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย พรรคสังคมนิยมสองพรรคชนะเลือกตั้งเข้าสภาด้วยจำนวนที่นั่งมากพอควร เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน สหภาพแรงงานและองค์การชาวนาแพร่ขยาย สื่อสิ่งพิมพ์ ค่อนข้างเสรี ฯลฯ

แต่ แล้วถึงปลายปี ค.ศ.1976 หลังสหรัฐพ่ายหนีจากเวียดนาม และสามชาติอินโดจีนตกอยู่ใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ก็เกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงในกรุงเทพฯ และที่อื่นๆ นักศึกษาหลายคนถูกฆ่าอย่างสยดสยอง และอีกมากหลายกว่านั้นหนีเข้าไปอาศัยการคุ้มครองของ พคท.ใต้ดิน หรือในป่าเขา

แต่ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะเวียดนามรุกรานกัมพูชาและโค่น ระบอบพอลพตลง แล้วจีนก็แก้เผ็ดโดยพยายามรุกรานเวียดนามบ้าง (แต่ไม่สำเร็จ) ทางการปักกิ่งจึงต่อรองตกลงกับทางการกรุงเทพฯ และหยุดสนับสนุน พคท.อย่างจริงจัง

จังหวะเดียวกันนั้น พคท.ก็พลอยถูกถีบส่งออกจากฐานที่มั่นในลาวและกัมพูชาด้วย ส่งผลให้ พคท.ถึงแก่แตกสลายและระบอบทหารใหม่ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างชาญฉลาดให้แก่ บรรดาผู้ยอมวางอาวุธ

ฉะนั้นเอง ต้นคริสต์ทศวรรษที่ 1980 นักศึกษาเอียงซ้ายรุ่นเยาว์จำนวนมากจึงออกเดินทางไปเรียนต่อระดับบัณฑิต ศึกษาในยุโรป, ออสเตรเลีย, และสหรัฐอเมริกาเพื่อเลียแผล และครุ่นคิดหาสาเหตุของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับตน เกษียรกับเสกสรรค์ซึ่งเรียนที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ทั้งคู่ได้ผลิตวิทยานิพนธ์ที่เป็นต้นแบบแรกเริ่มออกมา


(ซ้ายบน) เสกสรรค์ ประเสริฐกุล (ขวาบน) ธงชัย วินิจจะกูล (ซ้ายล่าง) ผาสุก พงษ์ไพจิตร (ขวาล่าง) ศริส เบเกอร์

เสกสรรค์ศึกษาการเงินการคลังของในหลวงรัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นพระมิ่งขวัญของฝ่ายนิยมอนุรักษ์ และสามารถแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจร่วมกับจักรวรรดิอังกฤษ ลึกซึ้งเพียงใด ขณะที่พวกต่อต้านทุนนิยมอังกฤษอย่างจริงจังนั้น กลับมาจากชนชั้นพ่อค้า “นายหน้า” เจ๊กที่ถูกรังเกียจเดียดฉันท์ว่าไม่ใช่ไทยแท้

ส่วนเกษียรก็เขียนงาน ศึกษาแฝงนัยอันหลักแหลม (ตีพิมพ์เป็นหนังสือในเวลาต่อมา) เกี่ยวกับนักเขียนและผู้พิมพ์หนังสือมาร์กซิสต์ในประเทศไทยช่วงคริสต์ทศวรรษ ที่ 1940 และ 1950 ที่ออสเตรเลีย ธงชัย วินิจจะกูล เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสิ้น ซึ่งไประบือลือเลื่องเมื่อตีพิมพ์ (ที่สหรัฐ) ในเวลาต่อมาภายใต้ชื่อ Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation

ธงชัยเองเคยถูกไต่สวนคุมขังในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพภายหลังเหตุปราบปรามนองเลือด 6 ตุลาคม ค.ศ.1976 ไม่นาน


ครูเบ็นหรือศาสตราจารย์เบเนดิกท์ แอนเดอร์สัน

(ใน ตอนท้ายธงชัยย้ายไปสอนที่สหรัฐอเมริกา ทว่าไม่อาจทำอะไรเพื่อไทยศึกษาที่นั่นได้มากนัก ส่วนเสกสรรค์กับเกษียรกลับมาสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเขียนหนังสือ บทความ ความเรียง ไหลหลากออกมามากมายตามหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารฉบับต่างๆ ถึงทุกวันนี้)

ภาย หลังวิกฤตการเงินตกดิ่งในปี ค.ศ.1997 อันส่งผลกระทบอย่างมหันต์ต่อชนชั้นผู้มีทรัพย์ในประเทศไทย วิกฤตความชอบธรรมที่ใหญ่โตกว่าก็เริ่มพัฒนาขึ้นมา ซึ่งยังคงลุกลามลุ่มลึกยิ่งขึ้นในขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ นับเป็นบุคลิกแบบฉบับของสังคมวัฒนธรรมไทย ที่วารสารน่าสนใจที่สุดสองฉบับในประเทศทุกวันนี้ ได้แก่ ฟ้าเดียวกัน (ว่าด้วยการเมืองและประวัติศาสตร์เป็นหลัก) และอ่าน (ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงวัฒนธรรมและสังคม) ซึ่งต่างก็ไม่ใช่วารสารวิชาการ หากพุ่งเป้าไปที่สาธารณชนผู้รอบรู้ โดยหลีกเลี่ยงภาษาเฉพาะวงวิชาการ ไม่ว่าอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ ต่างก็ไม่มีวารสารประเภทนี้ซึ่งสืบทอดโดยตรงจาก สังคมศาสตร์ปริทัศน์

สุดท้ายที่ควรต้องเอ่ยถึงคือทีมคู่สามีภรรยาผู้ปราดเปรื่อง อันได้แก่ คริส เบเกอร์ (นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ) กับ ผาสุก พงษ์ไพจิตร (นักเศรษฐศาสตร์ไทยแหวกแนวหัวก้าวหน้า) ผู้ได้ตีพิมพ์บรรดาหนังสือดีที่สุดหาใครเทียบมิได้ในภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ประเทศไทยยุคหลัง 1997

จุดอ่อนของไทยศึกษายุคปัจจุบัน

จุด อ่อนที่เห็นชัดที่สุดได้แก่ผลของกฎหมายที่มุ่งเอาโทษอย่างเข้มงวดกวดขันใน ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แม้แต่นักเขียนที่มีทรรศนะเปลี่ยนแปลงอย่างขุดรากถอนโคนที่สุด ก็ยังต้องระมัดระวังมากเมื่อเขียนถึงพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับบทบาทฐานภาพนักการเมือง

หนังสือเพียง เล่มเดียวที่ว่าด้วยเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงต้องเขียนขึ้นโดยผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน และตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเยล ระบอบปกครองไทยทุ่มแรงกดดันมหาศาลให้ทางมหาวิทยาลัยเยลเลิกพิมพ์หนังสือเล่ม นี้เสีย

แต่เป็นโชคเคราะห์ที่ทางเยลขัดขืนไม่ยอมตาม หนังสือเล่มนี้ต้องห้ามในเมืองไทย แม้ว่าจะมีฉบับภาษาไทยเผยแพร่ใต้ดินอย่างกว้างขวางรวมทั้งทางอินเตอร์เน็ต

คัด สรรเรียบเรียงจากบางตอนของบทสัมภาษณ์ “Benedict Anderson, Comparatively Speaking: On Area Studies, Theory, and Gentlemanly′ Polemics”, Philippine Studies, 59: 1 (20ཇ), 107 – 139) ต่อจากตอนต้นเมื่อสัปดาห์ก่อน: –

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1307100330&grpid=&catid=02&subcatid=0207

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 3, 2011 in บทความ

 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: