RSS

ถึงเวลาอุดมศึกษา “ยูเทิร์น” โดย ดร.พิภพ อุดร

30 มิ.ย.

ยิ่งนับวัน มาตรฐานอุดมศึกษาไทยก็ยิ่งเข้ารกเข้าพง ด้วยหลงงมงายในความเชื่อพื้นฐานผิดๆ ที่อาจจะนำพาการศึกษาไทยให้ถอยหลังไปกว่าครึ่งศตวรรษ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ความพยายามในการสร้าง “กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.)” ที่บังคับกะเกณฑ์ ให้ทุกมหาวิทยาลัยที่จะให้ปริญญาเดียวกัน ต้องมีโครงสร้างหลักสูตร เหมือนๆ กันทั่วทั้งประเทศ ทำราวกับว่าเป็นระบบ “การผลิตแบบเหมาโหล” ที่ผู้มีอำนาจออกใบสั่ง ให้แต่ละมหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิตออกมารับใช้ตลาดได้โดยมีคุณสมบัติเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะผลิตจากมหาวิทยาลัยใดก็ตาม
เท่ากับตีราคาว่ามหาวิทยาลัยก็มีคุณค่าไม่ต่างจาก “โรงงานรับจ้างผลิต” ซึ่งเป็นนโยบายที่สวนทาง กับการส่งเสริม “ความงอกงามทางปัญญา” อันเป็นหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง

เคยสงสัยไหมว่า ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ เกษตร มหิดล เป็นมหาวิทยาลัยที่ต่างตั้งขึ้นมาเพื่อด้วย วัตถุประสงค์เฉพาะที่แตกต่างกัน เพื่อทำหน้าที่ เป็น “ขุมปัญญา” แก่สังคมในด้านที่แตกต่างกัน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อันเป็นการใช้งบประมาณและทรัพยากรของรัฐ ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด เวลาผ่านมาไม่กี่สิบปี ตอนนี้ทุกมหาวิทยาลัยสอนเหมือนกันหมด มีหลักสูตรแบบเดียวกันหมด

มาวันนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ทบทวนว่ามีอะไรผิดพลาดกับทิศทางที่กำลังมุ่งไป กลับซ้ำเติมให้หนักหนากว่าเดิมด้วยการทำให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องใช้หลักสูตร เดียวกัน เพื่อทำให้เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะกำหนดโครงสร้างหลักสูตรไว้เหมือนกัน ใช้ชื่อวิชาเดียวกัน คำอธิบายรายวิชาเดียวกัน
ซึ่งเป็นความพยายามที่กำลังทำให้ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ทางการศึกษากลายเป็น “มาตรฐานขั้นสูง” กำลังให้คุณค่า “ความเหมือน” มากกว่า “ความต่าง” และเป็นความหลงผิดในสาระสำคัญอย่างสิ้นเชิงว่า “เขียนหลักสูตรไว้ให้เหมือนๆ กัน” แล้วจะทำให้เกิด “มาตรฐานคุณภาพแบบเดียวกัน”

ทำไม “เชียงใหม่” จะต้องใช้หลักสูตรเดียวกับ “สงขลา” ทำไม “อุบล” จะต้องเหมือน “บูรพา” ทำไม “ภูมิภาค” จะต้องเหมือน “ส่วนกลาง” ทำไมไม่ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งงอกงามตามศักยภาพ และทำหน้าที่ในการตอบสนองต่อสังคม และชุมชนในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ ทำไมไม่สนับสนุนการแข่งขันเพื่อ พัฒนาให้เกิดความแตกต่างทางการศึกษา อันจะนำมาซึ่งความงอกงามทางปัญญา

ทำไมจึงดูถูกสถาบันการศึกษาว่า หากไม่กำหนดไม้บรรทัดไว้ แล้วแต่ละมหาวิทยาลัยจะเหลวไหล ทำไมดูแคลนประชาชนไทย ว่าจะไม่มีวิจารณญาณดีพอที่จะเลือกได้ว่าสถาบันไหนดี และเหมาะสม กับเป้าหมายในชีวิตของตนเอง

ทำไมรัฐบาลจึงไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะทำในการสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยการ สนับสนุนทุน การศึกษาแก่นักศึกษาทุกคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และต้องการความช่วยเหลือ ทางการเงิน
ทำไมไม่สนับสนุนเงินทุนวิจัยให้เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่าเพื่อให้เกิดการ สร้างองค์ความรู้เพื่อแก้ ปัญหาสังคมไทย มากกว่าที่จะส่งเสริมให้ไปลอกความรู้ฝรั่งมาท่องสอนในห้องเรียน

ทำไมไม่สนับสนุนให้แต่ละมหาวิทยาลัยทุ่มเทไปในความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจน เป็นที่ประจักษ์ มากกว่าที่จะมาคอยบังคับให้ทำอะไรเหมือนๆ กัน โดยไม่มีอะไรโดดเด่นสักอย่าง

ทำไมไม่สร้างระบบจูงใจให้มหาวิทยาลัยแข่งขันกันเพื่อสร้างความเป็นเลิศ ทางวิชาการให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และอย่างน้อยเป้าหมายเฉพาะหน้าที่สำคัญคือเป็นผู้นำทางการศึกษาในระดับ อาเซียน มีองค์ความรู้ด้านอาเซียน มีการสอนภาษาอาเซียน ฯลฯ

ทำไมมัวมาสร้างกฎเกณฑ์บนกระดาษที่เสียเวลา และสิ้นเปลืองทรัพยากร ด้วยการบังคับให้กรอก แบบฟอร์ม มคอ. ทั้งหลายทั้งปวง ราวกับมหาวิทยาลัยเป็นเด็กอนุบาลที่ต้องคัดลายมือเป็น การบ้านส่งอาจารย์ ซึ่งไม่ได้ช่วยประกันการสร้างคุณภาพให้การศึกษาแม้แต่น้อยนิดแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังเป็น อุปสรรคใหญ่หลวงต่อความยืดหยุ่น และรวดเร็วในการปรับหลักสูตรการศึกษาให้ เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำหนด “กรอบมาตรฐานหลักสูตร” เป็นประกาศของกระทรวง ก็ยิ่งเท่ากับ เป็นการใส่ “โซ่ตรวน คุมขัง” พัฒนาการแห่งการศึกษา เพราะทุกคนก็รู้ว่าระเบียบราชการแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ยากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีระเบียบราชการที่ล้าหลังเต็มประเทศไทยไปหมด ในทุกวันนี้ จะแก้ไขอะไรก็ใช้เวลาเนิ่นนาน และทำได้ยากเย็นแสนเข็ญ

ขอตั้งคำถามถึงบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งกันทุก วันนี้ ว่ามีพรรคใดหรือไม่ ที่นอกเหนือจากการลดแลกแจกแถมเงินรายเดือน ยกเว้นดอกเบี้ย ยกเว้นภาษี ให้กับประชาชนทุกอาชีพ ทุกช่วงอายุแล้ว จะยังให้ความสำคัญกับพัฒนาสติปัญญาของคนในชาติให้งอกงาม และกอบกู้ความหลงผิดในทิศทางของอุดมศึกษาไทยให้คืนกลับมาโดย “การยกเลิก การบังคับใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.)” ที่นอกจากจะไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางการศึกษาแล้ว ยังเป็นภาระที่ถ่วงความก้าวหน้าทางวิชาการอีกด้วยได้หรือไม่

หากนักการเมืองคนใดที่ถูกวางตัวไว้ให้รับตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาคนใหม่” จะประกาศนโยบายนี้ให้ชัดเจน ก็จะขอสนับสนุนให้ผู้คนที่ใส่ใจ และห่วงใยในการศึกษาของชาติ ไปเลือกท่านมาเป็นรัฐบาลเพื่อฉุดรั้งการศึกษาไทยไม่ให้หลงทางมากไปกว่านี้ โดยทั่วกัน

กรุงเทพฯ ธุรกิจ วันที่ 30 มิ.ย. 54

http://goo.gl/waWg8

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 30, 2011 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: