RSS

งานกับอนาคต เรากำหนดเอง (1)….พอใจ พุกกะคุปต์

08 ส.ค.

ท่านผู้อ่านที่ เป็นหัวหน้างาน คงเคยพบประสบการณ์ที่ลูกทีมถดท้อ และตัดพ้อว่าองค์กร (โดยละไว้ในฐานเข้าใจว่าต่อว่าเหมารวมตัวหัวหน้าด้วยนั่นแหละ)

ว่าองค์กรไม่เคยจริงใจ ไม่วางแผนให้ว่าจะก้าวหน้าอย่างไรในวิชาชีพ เอาว่ากะใช้ให้ตายไปวันๆ

หรือท่านที่เป็นลูกน้อง ก็อาจอยากให้เจ้านายใส่ใจดูแล  วางทางก้าวหน้า  หาทางโตในองค์กรให้ หากหัวหน้าไม่ใส่ใจ แล้วใครเล่าจะดูแลเรา  ปล่อยให้แห้งเหี่ยวเฉา ทำงานเศร้าๆไปวันๆ

ดิฉันมีข่าวดีสำหรับทั้งองค์กรและคนทำงานมาฝากค่ะ

สำหรับหัวหน้างาน จะมีวิธีการมาแบ่งเบาภาระหนักอึ้งที่ต้องนึกถึงอนาคตของลูกน้องทั้งหมด (ขณะที่อนาคตของตัวเองก็ต้องประคองให้รอด ไม่เห็นมีใครมาดูแล)

ส่วนพนักงาน ก็ไม่ต้องนั่งรองอก่องอขิง ดูความนิ่งดูดายของเจ้านายบางคน

เพราะตัวเราเองนี่แหล่ะค่ะ สามารถเป็นตัวตั้งหลักในการสร้างและปูหนทางความสำเร็จให้ตัวเองได้ ไม่ต้องง้อ ไม่ต้องรอใครให้รอเก้อ

ดิฉันเพิ่งได้มีโอกาสทำงานในสิงคโปร์กับองค์กร MNC – Multinational Company หรือองค์กรข้ามชาติในวงการอิเลคโทรนิค ชึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเอเชียที่นั่น

องค์กรนี้มีนโยบายชัดเจนว่า น้องจ๋า! ในโลกยุคใหม่ ใครต้องการอะไรต้องกล้าฝัน  กล้าฝ่าฟัน  กล้าวางแผน  กล้ารุก บุกเบิกทางให้ตัวเอง

รอแต่นั่งหวังรับ รอให้ของดีๆตกใส่ตัก รอให้ราชรถมาเกย อาจต้องรอนานมาก…จนถึงมากที่สุด

องค์กรสื่อสารชัดเจนว่า ทางที่ดี น้องต้องตั้งหลักตั้งใจไขว่คว้า กรุณากำหนด Career path เอง โดยพี่จะเป็นผู้ช่วยอยู่ข้างกาย ไม่ต้องกลัว

เราตะลุยสื่อสารและสร้างทักษะให้ทั้งทีมงานเข้าใจว่า Career path หรือ การวางแผนเติบโตในการทำงาน คือ อะไร และทำอย่างไร

ก่อนอื่นใด การที่จะมี Career path ได้ ต้องตั้งหลักว่าเป้าหมายที่เราอยากไปถึงคือจุดใดในอาชีพ อยากเป็นผู้บริหารสูงสุด? อยากไปทำงานต่างแดน? อยากเป็นผู้นำทีมขาย? อยากมีทักษะหลากหลายเพื่อนำไปประกอบอาชีพส่วนตัวในอนาคต?

จากนั้น จึงค่อยบรรจงวางกลยุทธ์ว่าจะไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร

ทางเลือกเรื่องเส้นทางก้าวหน้าไปสู่ฝันในการทำงาน มี 3 หนทางหลักคือ

1. ก้าวขึ้น เส้นทางนี้ เป็นวิถีที่คนทำงานคุ้นเคย บางท่านใช้เวลายาวนานในการขยับขยาย กว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น หลายท่านต้องคอยลุ้นว่าเมื่อใดจะมีช่องว่างให้เรา มีแล้วก็ต้องเร่งแซง กันไม่ให้ใครแย่ง เพราะตำแหน่งยิ่งสูงขึ้น ย่อมมีจำนวนน้อยลง เป็นธรรมดา ตัวอย่างการก้าวขึ้น เช่น ขยับจากพนักงาน เป็นผู้จัดการ และ เป็นผู้บริหารฝ่ายบัญชี ในที่สุด

2. ขยับข้าง อีกหนึ่งหนทางของเส้นทางขยับ คือการปรับไปข้างๆ โดยไม่จำเป็นต้องสูงขึ้นกว่าเดิม แต่ได้มีโอกาสขยายความรู้ความรู้ความสามารถ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ อาทิ ย้ายจากผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ เป็นผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

การขยับไปตำแหน่งข้างเคียง ยังเป็นโอกาสรอจังหวะ สั่งสมพลัง เพื่ออาจกลับไปขยับสู่เก้าอี้ที่สูงขึ้นในสายงานเดิม ด้วยความสามารถที่พร้อมพรั่ง นั่งได้เต็มเก้าอี้มากขึ้น

3. ลงลึก  สำหรับท่านที่รักและถนัดในสิ่งที่ทำ ประสงค์ที่จะคงความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ หนทางคือ การรู้ลึกรู้จริง รู้ในแนวดิ่งเยี่ยงผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่างมีอาทิ การเลื่อนตำแหน่งจาก นักวิเคราะห์แผน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ ถือเป็นอีกหนทางของการก้าวหน้าในอาชีพ  เพราะบางท่านอาจไม่รักที่จะเติบโตเป็นผู้บริหาร เป็นผู้จัดการคนให้สับสนวุ่นวายใจ

ไว้คุยกันต่อสัปดาห์หน้านะคะ ว่าพนักงาน กับ องค์กร จะจับมือเกี่ยวก้อยกันอย่างไร เพื่อให้คนมี Career path ที่อุ่นใจ พร้อมฝากผีฝากไข้ให้องค์กร

http://bit.ly/o4TYtD

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: