RSS

แนวทางการสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับเมือง ตอนที่ 1 พื้นที่สาธารณะ: พื้นที่พิเศษของเมือง

19 ก.ย.

แนวทางการสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับเมือง ตอนที่ 1  พื้นที่สาธารณะ: พื้นที่พิเศษของเมือง
โดย
Project for Public Space, Inc
แปลโดย วีรบูรณ์ วิสารทสกุลและสุมนา สุวรรณอำภา
โครงการชีวิตสาธารณะและท้องถิ่นน่าอยู่ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

บทนำ

บทความชุดแนวทางการ สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับเมือง  ผู้เขียนได้สรุปใจความสำคัญจากบทความของ Project for Public Spaces และบทความต่างๆ ที่ปรากฏในเว็บไซท์การพัฒนาเมือง เช่น Smart Growth Online, Smart Growth America รวมทั้งเว็บไซท์อื่นๆ โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 ตอนประกอบด้วย

ตอนที่ 1 เรื่อง พื้นที่สาธารณะ: พื้นที่พิเศษของเมือง ซึ่งบทนี้ได้กล่าวถึงบทบาทความสำคัญของสถานที่สาธารณะ (Public Spaces) ที่มีต่อเมืองและการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ตอนที่ 2 เรื่อง หลักการสร้างสถานที่สาธารณะให้มีสำคัญและสัมพันธ์กับการพัฒนาเมือง  ในบทนี้จะได้กล่าวถึงเกณฑ์ (Principles) และนโยบาย (Policy) ในการปรับปรุงฟื้นฟูสถานที่สาธารณะซึ่งเนื้อหาจะมีลักษณะกึ่งแนวทางการออก แบบและวางผัง (Planning and Design Guidelines) ที่ใช้ประชาชนเป็นแกนนำในการพัฒนา  และ

ตอนที่ 3 เรื่อง กลยุทธ์การปรับปรุงฟื้นฟูและประเมินสถานที่สาธารณะ ในบทนี้จะกล่าวถึงวิธีการนำเกณฑ์และนโยบายลงสู่การปฎิบัติ โดย บทความตอนที่ 1 และ 2 เรียบเรียงโดย วีรบูรณ์ วิสารทสกุลและสุมนา สุวรรณอำภา  ส่วนบทความตอนที่ 3 เรียบเรียงร่วมกันโดย  วีรบูรณ์ วิสารทสกุล, สุมนา สุวรรณอำภา และฐาปนา บุณยประวิตร  ทั้ง นี้บทความทั้ง 3 ตอนจะได้ทำความเข้าใจต่อสาธารณะถึงความเป็นไปได้ของการสร้างและปรับปรุง ฟื้นฟูสถานที่สาธารณะให้มีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดความสดใสและความมีชีวิต ชีวา สร้างสุขภาวะ เพิ่มพื้นที่และโอกาสในการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืน ต่อไป

ภาพสถานที่สาธารณะที่พัฒนาตามรูปแบบถนนทางเดินขนาดใหญ่ (Pedestrian Mall)  เมือง Santa Monica,

ทื่มา : http://members.virtualtourist.com/m/p/m/12f180/

ทำไม “สถานที่” จึงสำคัญสำหรับเมือง

ไม่กี่ปีมานี้ เมืองต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มจะมีหน้าตาไม่แตกต่างกันมากนัก ในขณะที่ สถานที่หลายแห่ง ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน ร้านค้า ตึกรามบ้านช่อง หรือแม้แต่ถนนหนทางตามเมืองต่างๆ ก็หาความแตกต่างจากกันได้น้อยลง การจราจรกลายเป็นเรื่องหลักสำหรับการดำเนินชีวิต ไม่เว้นแม้แต่เมืองขนาดเล็ก การขับขี่ยานพาหนะ เป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทาง ส่วนการเดินเท้านั้น เป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่กำลังสูญหายไปทุกที

ลองนึกภาพเมืองอีกแบบ หนึ่ง ที่การเดินเท้ากลายมาเป็นวิถีชีวิตปกติ ส่วนถนนและทางเท้าก็เอื้อแก่การเดินแบบทอดน่อง อ้อยอิ่ง หรือทำกิจกรรมทางสังคม

ลองนึกภาพ ธุรกิจที่เจ้าของเป็นคนท้องถิ่น ที่มีบุคลิกและท่าทางเป็นของตัวเอง และคุณรู้จักชื่อพวกเขา  มีตลาดสดที่เต็มไปด้วย พืชผักผลไม้สดๆ ของท้องถิ่นวางขาย

ลองนึกภาพ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่สามารถ ลอกแบบไปทำในอีกเมืองหนึ่งได้ เพราะการใช้งานที่สัมพันธ์กับสถานที่ที่ปลูกสร้าง

ลองนึกถึงสวนสาธารณะ และย่านการค้าที่เป็นศูนย์กลางของเมือง ที่ให้ชุมชนได้ใช้เพื่อประโยชน์ในทางสังคม วัฒนธรรม และส่วนรวม

เมื่อคุณคิดถึงชุมชนที่น่าอยู่อาศัย มีพื้นที่สาธารณะชนิดใดบ้าง ที่อยู่ในใจของคุณ

บทความนี้ไม่ได้กล่าว เฉพาะชุมชนแบบใดแบบหนึ่ง แต่กำลังกล่าวถึงชุมชนทุกๆ แห่ง เพราะเราเชื่อว่าด้วยหลักการเดียวกัน เราสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น ย่านใจกลางเมือง  เมืองเล็กๆ หรือ ชานเมือง ชุมชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดี่ยวๆ ในแต่ละชุมชนย่อมมีหนทางและศักยภาพที่จะคิดสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะด้วยคน ในชุมชนเอง

ภาพจาก The Perth Cultural Centre is seen here in full bloom during CHOGM 2011 / Photo: Metropolitan Redevelopment Authority

ที่มา : http://www.pps.org/creativity-placemaking-building-inspiring-centers-of-culture/

บทบาทสำคัญของพื้นที่สาธารณะในชุมชน

พื้นที่สาธารณะ เป็นสถานที่สำหรับการมีและการใช้ชีวิตสาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ เป็นที่ที่เราอาจใช้ในการเฉลิมฉลอง เป็นจุดเข้าเส้นชัยของการวิ่งมาราธอน เป็นที่ที่เด็กจะได้เรียนรู้ทักษะการกีฬา เป็นที่ที่จัดงานเทศกาล งานวัฒนธรรม หรือ จะเป็นท้องถนน ริมฟุตบาตทางเดินหน้าบ้าน ร้านรวง ที่ที่เพื่อนๆ จะเดินทางไปพบปะเจอะเจอกัน เป็นที่ที่จะเกิดการปะทะสังสรรค์ ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือ จะเป็นอาคารสถานที่ อย่างหอประชุมเมือง ศาลาประชาคม ห้องสมุด ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งเป็นที่ที่เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และระหว่างรัฐ

ภาพการใช้ชีวิตร่วมกันของประชาชนใน Bryant Park นิวยอร์ค

ที่มา: Designing Our Future: Sustainable Landscape -ASLA: http://www.asla.org/sustainablelandscapes/bryantpark.html

เมื่อไรที่ เมือง หรือ ย่านที่อยู่อาศัย ได้สร้างให้พื้นที่สาธารณะค่อยๆ เติบโต คนที่อาศัยในย่านนั้น ย่อมรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนอย่างเข้มแข็ง แต่ถ้าเราขาดในความรู้สึกที่ว่านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนย่อมเปราะบางไปด้วย

สร้างเอกลักษณ์ให้เมือง

หากไม่มีพื้นที่ สาธารณะที่สำคัญๆ  ก็อาจไม่มีเมืองที่น่าสนใจก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ลานสเก็ตน้ำแข็ง และพื้นที่สาธารณะรอบๆ  ศูนย์ Rockefeller ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผู้ไปเยี่ยมชมมากที่สุดในนครนิวยอร์ค มีคนนับพันไปชุมนุมเพื่อรับแดดในช่วงสุดสัปดาห์ หรือไม่ก็ไปยืนออกันอยู่บนถนน ที่เป็นด้านนอกของสตูดิโอที่ถ่ายทอดรายการ “Today Show” เพื่อหวังจะออกโทรทัศน์บ้าง นี่คือ พื้นที่สาธารณะที่เป็นตัวแทนเมืองนิวยอร์ค ซึ่งก็คงเหมือนกับหอไอเฟลที่แทนกรุงปารีส

มีนักท่องเที่ยวที่ เดินทางกันหลายพันไมล์ เพื่อมาสัมผัสกับสถานที่มีมนต์ขลัง เช่น Piazza San Marco ในเวนิซ   Champs Elysee ในปารีส   Central Park ในนิวยอร์ค  หาดไมอามี่ หรือ Riverwalk ใน ซาน อันโตนิโอ และสถานที่อื่นๆ ที่ต้องอาศัยการเดินเท้าเข้าไปหา และที่จริงแล้ว พื้นที่สาธารณะที่สำคัญสามารถมีชื่อระดับโลก หรือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญได้ ก็เพราะว่า มีผู้คน โดยเฉพาะคนในพื้นที่นั้นๆ เห็นคุณค่า

ลองนึกถึงที่สาธารณะ ที่คุณชื่นชอบ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้บ้าน ร้านกาแฟกลางแจ้งที่ที่คุณนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า หรือ เส้นทางที่คุณเดินทอดน่องไปรอบๆ บึงหลังอาหารมื้อค่ำ สถานที่เหล่านี้มีความสำคัญที่ทำให้เมืองมีความแตกต่าง พอๆ กับที่ทำให้มีชื่อเสียง เพราะว่า สถานที่แต่ละแห่ง ล้วนเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้ดำเนินชีวิต และทำมาหากิน ร่วมกัน

สร้างเม็ดเงินให้แก่เมือง

พื้นที่สาธารณะมี ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจต่อเมือง ตัวอย่างเช่น สวนสาธารณะสามารถทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น ในนิวยอร์ค มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์รอบๆ สวน Bryant, เซ็นทรัล ปาร์ก (central park), โพสเปก ปาร์ก (prospect park) และ ริเวอร์ไซค์ ปาร์ก (riverside park) ล้วนแล้วแต่มีราคาสูงที่สุดในเมือง  พื้นที่อยู่อาศัยบริเวณ Minneapolis’ prime ที่วางตัวคู่ขนานกับส่วนที่ขยายของสวนสาธารณะ ก็ยังมีราคาสูงมาก  ชายหาดฝั่ง California’s Pacific และสวนสาธารณะแถวนั้น ทำให้บ้านในท้องถิ่นมีราคา  ใน Denver ห้องชั้นบนติดเพดานที่ยังทำไม่เสร็จของโรงทำแป้งเก่า บนฝั่งแม่น้ำ Platte River Greenway ยังมีราคาสูงกว่า ราคาเฉลี่ยในเมือง และในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่ในแถบชนบททั้งหมดของ Greenway กำลังกลายมาเป็น “ที่สาธารณะ” รูปแบบใหม่ ที่ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายในโฆษณาของอสังหาริมทรัพย์ ว่าเป็นสถานที่ที่พึงจับจอง

ในนิวยอร์ค, ตลาดสีเขียว (Greenmarket) ที่อยู่ในทางตอนเหนือของ Union square เป็นพื้นที่สำคัญที่ทำให้ย่านที่อยู่อาศัยในแถบนั้นมีชีวิตชีวา ภัตตาคารที่มีระดับหลายแห่ง ซื้อของจาก ตลาดสีเขียว และพัฒนาเมนูอาหารที่หลากหลายขึ้น จากตัวอย่างของ Union square , ตลาดสีเขียว 26 แห่ง กำลังปลุกความมีชีวิตชีวาให้กับย่านที่พักอาศัยทั่วเมืองนิวยอร์ค

ภาพของ Green Market, Union Square,

ที่มา : http://thecarnediem.blogspot.com/2011/11/kurts-flatiron-faves-union-square.html#!/2011/11/kurts-flatiron-faves-union-square.html

ใน Little Rock, Arkansas’ river ได้ฟื้นให้ย่านธุรกิจกลับมาชีวิตอีกครั้ง โดยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา อพาร์ตเมนท์ สร้างพิพิธภัณฑ์ ย้ายที่ตั้งห้องสมุดประชาชนและสนามกีฬาใหม่ หรือ ตลาด Seattle’s Pike ก็เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ร้านรวงกว่า 600 แห่ง ขายของได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญดอร์ล่าร์สหรัฐ

การชุบชีวิตถนน เพื่อการเดินเล่น การสังคม หรือเพื่อการซื้อสินค้า อาจจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะแสดงให้เห็นได้ว่าจะทำ “สถานที่” ให้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างไร  ในเมืองหลายถนนถูกใช้ไปเพื่อการเดินทางของยานพาหนะจำนวนมากที่วิ่งด้วยความ เร็วสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อ การเดินเท้า สวนสาธารณะ หรือกิจกรรมอย่างอื่นๆ ที่จะทำให้ชีวิตของผู้ใช้ถนนมีคุณภาพ และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ที่ New Haven, Conneticut  สภาพถนนสายใหม่ๆ ได้ทำให้มีทางเท้าที่กว้างขึ้น มีที่สำหรับต้นไม้ใหญ่ มีที่จอดรถ และมีกิจกรรมการพัฒนาที่ส่งเสริมแรงบันดาลใจของชุมชน ได้ช่วยทำให้ถนนสาย Chapel กลับมามีชีวิตอีกครั้งและกระตุ้นให้ย่านที่อยู่อาศัยแถบนั้นเป็นที่ที่มี ความสำคัญสำหรับเมือง

ช่วยด้านสิ่งแวดล้อม

พื้นที่สาธารณะ ยังมีคุณประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมและจิตใจได้ เพราะช่วยบรรเทาชีวิตในเมืองที่เคร่งเครียด รีบเร่ง เนื่องจากไม่เพียงแต่ลดความต้องการและพึ่งพายานยนต์แล้ว สวนสาธารณะและพื้นที่สาธารณะสีเขียว อย่างพื้นที่ริมแม่น้ำ และพื้นที่สำหรับสัตว์ป่า (wildlife area) ยังช่วยเพิ่มความชื่นชมในทรัพยากรธรรมชาติของประชาชนซึ่งจะนำมาสู่การดูแล รักษา นอกจากนี้ยังช่วยคงไว้ซึ่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ ตัวอย่าง เช่น สวน Brooklyn’s Prospect ที่เป็นแหล่งอาศัยของนกกว่า 200 ชนิด

ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรม

บ่อยครั้ง ที่พื้นที่สาธารณะหลายแห่งจะให้ใช้ประโยชน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดโอกาสให้มีการชุมนุมของประชาชนผู้รักในศิลปะ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม จากงานเทศกาล “เชคสเปียร์ในสวน”  ไปจนถึงการแสดงดนตรี quartets บริเวณลานย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะมากในการกระตุ้นให้เกิดชีวิตทางวัฒนธรรมของเมือง

ภาพ Water Fire กิจกรรมทางวัฒนธรรมของเมือง Providence, RI

http://www.waterfrontcenter.org/Awards/2006Awards.html

กรณี Rhode Island’s WaterFire ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การติดตั้งเครื่องดนตรี   เป็นสถานที่ที่จะทำให้เกิดความประทับใจทางวัฒนธรรมและเกิดผลประโยชน์ในทาง เศรษฐกิจ  เป็นที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนให้มาเยือนริมฝั่งแม่น้ำทั้งในเวลา เย็นของฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง Waterfire เป็นสัญญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของเมืองที่นำผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆ มาสู่กลางเมือง ซึ่งแต่เดิมมักเงียบเหงาในยามค่ำคืน

อะไรทำให้สถานที่มีความสำคัญ

เมื่อผู้คนอธิบายถึง พื้นที่ที่รู้สึกสนุก คำว่า “ปลอดภัย” “สนุก” “มีเสน่ห์” และ “น่าไปเยือน” มักจะถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเหล่า คำเหล่านี้อธิบายถึง คุณภาพที่จับต้องไม่ได้  แต่ก็สามารถที่จะวัดในเชิงปริมาณได้ในหลายวิธี เช่น การใช้ค่าสถิติ หรือ การทำวิจัย แต่อย่างไรก็ตามประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า การวัดเหล่านี้ก็มีข้อจำกัดในตัวเอง

การวิจัยพื้นที่ สาธารณะมากกว่า 1000 แห่งทั่วโลก พบว่ามีคำอยู่ 4 คำ ที่เป็นเงื่อนไขของการทำให้พื้นที่สาธารณะประสบความสำเร็จ ได้แก่ การเข้าถึงได้ง่าย, สะดวกสบาย, มีกิจกรรม และความรู้จักมักคุ้น

เกณฑ์และปัจจัยสู่ความสำเร็จตามแนวทางของ Project for Public Spaces

ที่มา : http://accuracyandaesthetics.com/?page_id=21

การเข้าถึง

พื้นที่สาธารณะที่ ประสบความสำเร็จ ต้องเข้าถึงได้ง่ายและสามารถเห็นได้ ประชาชนสามารถเดินเหินได้ทั่วถึง ซึ่งสะดวกที่จะทำให้เกิดการใช้พื้นที่ต่างๆ

องค์ประกอบทางกายภาพ มีผลต่อการเข้าถึง (อย่าง ร้านรวงที่ตั้งตลอดแนวถนนจะมีความน่าสนใจและปลอดภัยกว่าการเดินในที่จอดรถ ว่างๆ หรือ ผนังตึก) พอๆ กับการมองเห็น (ความสามารถในการมองเห็นได้ในระยะไกล)  ความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะย่อมมีการหมุนเวียนของรถที่มาจอดสูง และโดยข้อเท็จจริงก็สะดวกสำหรับการเดินทางโดยรถประจำทาง

ภาพ The Great Place ด้านหน้า Ferry Building Gallery  ภายใน Waterfront ทิศตะวันตกของแวนคูเวอร์

ที่มา : Vancouver’s North Shore Tourism: http://www.facebook.com/SmartGrowthThailand?ref=hl#!/photo.php?fbid=10151036470435706&set=a.10150632317935706.376578.20252110705&type=1&theater

ความสะดวก

ทัศนะต่อเรื่องความ ปลอดภัยและความสะอาด กลุ่มอาคารที่ได้รับการจัดระเบียบ และลักษณะของสถานที่ หรือ ความมีเสน่ห์ คือ องค์ประกอบที่ผู้คนทั่วไปใช้ในการตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากสถานที่นั้นๆ พอๆ กับองค์ประกอบที่จับต้องได้ อย่างเช่นที่นั่งที่สบายๆ ที่สำคัญก็คือ การให้โอกาสผู้ใช้ประโยชน์ได้เลือกที่จะนั่งในที่ที่เขาต้องการ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักไม่ได้รับความใส่ใจ

การใช้ประโยชน์และกิจกรรม

อาจกล่าวได้ว่า กิจกรรมต่างๆ คือ อิฐที่ก่อตัวเป็นสถานที่หนึ่งๆ มันเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมผู้คนมาในครั้งแรก และทำไมเขาถึงกลับมาอีกในภายหลัง มันทำให้สถานที่ต่างๆ มีความแตกต่างออกจากกัน

เมื่อไรที่ ไม่มีการจัดกิจกรรม สถานที่จะว่างๆ และไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจหมายถึงว่า ที่นั่นมีบางอย่างผิดปกติ (รูปหน้า 19)

ความเป็นกันเอง / ความรู้จักมักคุ้น

เมื่อไรที่ผู้ที่มา เยือน เห็นการทักทาย พูดคุยระหว่างเพื่อนบ้าน และความรู้สบายๆ ที่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้า ซึ่งเรามีแนวโน้มที่จะรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเองและความเป็นชุมชนของสถาน ที่ ซึ่งทำให้เกิดกิจกรรมทางสังคมตามมา เรื่องเช่นนี้ทำให้เกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก แต่มั่นใจเถอะว่ามันจะทำให้สถานที่นั้นประสบความสำเร็จ

ชมวีดีโอ

สรุป

กล่าวโดยสรุป ในตอนที่ 1 ผู้เขียนได้แสดงให้เห็นความสำคัญของสถานที่สาธารณะในด้านต่างๆ ทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมสรุปปัจจัยที่สนับสนุนให้การปรับปรุงฟื้นฟูสถานที่สาธารณะประสบผล สำเร็จ  ในบทความตอนต่อไป ผู้เขียนจะได้ชี้ให้เห็นเกณฑ์และนโยบายในการวางผังออกแบบปรับปรุงสถานที่ให้ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและของเมือง ซึ่งนักผังเมือง นักออกแบบชุมชนเมือง และภูมิสถาปนิก ตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไปสามารถติดตามอ่านได้

เอกสารอ้างอิง

Project for Public Spaces, What Makes a Successful Place?, Available from:

http://www.pps.org/reference/grplacefeat/,  September 18,2012

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กันยายน 19, 2012 in หนังสือ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: