RSS

Tag Archives: การก่อการร้าย

รัฐบาลสามารถเอาชนะการก่อการร้ายได้หรือ?

ศอฉ. เรียกขาน กองกำลังไม่ทราบฝ่าย กองกำลังชุดดำ รวมไปถึง แกนนำแถวหน้าของ นปช. ว่าเป็น กลุ่มผู้ก่อการร้าย และศาลอาญาก็ได้ยืนยันด้วยการออกหมายจับกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งในความผิดฐานก่อการร้าย และเมื่อที่มั่นที่ราชประสงค์ได้แตกลง …การคาดการณ์ที่ตามมาก็คือ กลุ่มคนเหล่านี้จะลงใต้ดินและกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ บางคนว่า คงกลายสภาพเป็นแค่กองโจรป่วนเมือง แต่บางคนก็ยังกังวลว่าจะกลายเป็นขบวนการก่อการร้ายที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ

แต่ไม่ว่า จะเป็นกองโจรป่วนเมือง หรือ การก่อการร้าย คำถามที่ตามมา ก็คือ รัฐจะเอาชนะขบวนการดังกล่าวได้จริงหรือ

William C. Martel ซึ่งเป็นรองศาสตรจารย์ด้านการศึกษาความมั่นคงระหว่างประเทศ ได้เขียนหนังสือชื่อ Victory in War (2006) ได้ตอบคำถามนี้ ไว้ ว่า ขึ้นอยู่กับว่าเรานิยามคำว่า ชัยชนะ หมายถึงอะไร บนเงื่อนไขของเม็ดเงินและเวลาที่เราสามารถยอมรับได้

อ.William จัดแบ่งชัยชนะออกเป็น 3 ระดับ

ระดับแรก เป็นชัยชนะระดับยุทธวิธี หมายถึง สามารถจับกุม หรือฆ่าผู้ก่อการร้ายที่ทำหน้าที่วางแผน หรือผู้ปฏิบัติการ

ระดับสอง เป็นชัยชนะระดับยุทธศาสตร์ หมายถึง สามารถสกัดกัน หรือทำลายเครือข่าย และผู้นำที่เกี่ยวข้อง หรือระบบสนับสนุนทั้งเงิน อาวุธ รวมถึง internet ที่เชื่อมโยงเครือข่าย

ระดับสาม เป็นชัยชนะระดับยุทธศาสตร์ใหญ่ (grand strategy) หมายถึง สามารถทำลาย เหตุผลสนับสนุนเชิงอุดมการณ์ ซึ่งบ่อยครั้ง ความบาดหมาง ความเหินห่าง ความไม่พอใจ ความไม่เป็นมิตร คือ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดผู้ปฏัติการรุ่นใหม่ๆ ของขบวนการ

หากถามว่า เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่าน รัฐบาลเอาชนะ “การก่อการร้าย” ได้มากน้อยเพียงใด

กล่าวอย่างรวบรัด ผมประเมินเอาเองว่า รัฐไทย สามารถเอาชนะอย่างมากก็แค่ในระดับยุทธวิธีเท่านั้น เพราะ สามารถจับกุมแกนนำ นปช.  ปลิดชีพผู้ปฏิบัติการไปจำนวนไม่น้อย (ถูกผิด..ว่ากันอีกที) ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก (จัดฉากหรือเปล่าไม่รู้) ยึดรถที่เตรียมทำ car bomb รวมไปถึง การไล่ปิดสื่อทุกชนิดที่สนับสนุนเสื้อแดง

และเมื่อขยับขึ้นมาพิจารณาในระดับยุทธศาสตร์ ก็จะเห็นว่า ศอฉ. เริ่มปฏิบัติการตัดท่อน้ำเลี้ยง โดยสั่งระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของ บุคคล/องค์กร กว่า 200 บัญชี  ซึ่ง ศอฉ. ระบุว่าเกี่ยวข้องกับ เสื้อแดง และการก่อการร้าย ….แต่กรณีนี้ก็ถูกครหาว่าอย่างมาก ว่าเป็นวิธีการเหวี่ยงแห จำกัดสิทธิส่วนบุคคล โดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน เพียงพอ

แต่ปฏิกิริยาที่ตามมาจากชัยชนะทั้ง 2 ระดับ ก็คือ การเกิดขึ้นของ แกนนำรุ่น 2 /3 /4 การเกิดขึ้นของสมาชิก นปช. การเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่นำของ “แดงสยาม”  รวมไปถึง การคาดหมายว่าจะเกิด ขบวนการใต้ดิน กลุ่มก่อกวนขึ้นในจังหวัดต่างๆ  

ยิ่งเมื่อมองไปในระดับยุทธศาสตร์ใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า รัฐไทยอาจยังไม่เห็นเสงที่ปลายทางอุโมงค์ด้วยซ้ำ และนั่นก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั่วโลก อ.William จึงย้ำว่าในระดับนี้การเอาชนะเป็นเรื่องยากเหลือเกิน (สำหรับผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ)

เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่า การขจัดอุดมการณ์ ที่ทำให้เกิดการแบ่งฝ่าย แบ่งสี  การขจัดความเชื่อฝังลึกที่ทำให้เกิดความหมางเมิน ไม่เชื่อใจกัน ย่อมมิอาจทำได้ดั่งการขจัดตัวบุคคลที่เป็นผู้ก่อการร้าย การกำจัดอาวุธ การตัดท่อน้ำเลี้ยง การปิดสื่อ การสื่อสาร ขณะเดียวกัน ด้วยวิธีการจัดการดังกล่าว ในทางตรงข้ามกลับยิ่งเป็นการกระตุ้น ปลุกเร้า และเป็นเหตุผลเชิงประจักษ์ที่ยิ่งที่ให้เกิด นักสู้รุ่นใหม่ๆ ขบวนการใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทนอยู่เสมอนั้น (negative feedback loop) ในมุมของ อ.William เขาจึงสรุปว่าเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วอายุคน และไม่ใช่ด้วยวิธีแบบที่กล่าวมา

และไม่ใช่ด้วยวิธีที่คนจำนวนไม่น้อยกระทำอยู่ นั่นคือ ประณาม ก่นด่า สาบแช่ง เหยียดหยัน ดูถูกว่าเป็นคนโง่ถูกจ้างมา วิธีการเช่นนี้จะยิ่งกลับบ่มเพาะความเกลียดชัง หมางเมิงและถ่างช่องว่างของปัญหาให้ขยายออกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  

ที่สำคัญ ผู้กำหนดนโยบายและสาธารณชนจะต้องรับรู้และยอมรับร่วมกันว่า การต่อสู้กับการก่อการร้ายเป็นเรื่องระยะยาว ใช้เวลาแก้ปัญหาแบบข้ามชั่วอายุคน ไม่ใช่การพยายามกดดันและเรียกร้องหาชัยชนะในวันนี้ หรือในปีนี้

ถามว่า หากไม่ใช่ด้วยวิธีแบบที่ผ่านมา แล้วต้องใช้วิธีใด อ. William บอกสั้นๆ ว่า ให้ลดต้นเหตุของการใช้ความรุนแรง

และต้นเหตุที่ว่า ได้แก่ การแบ่งฝ่าย แบ่งสี  ความหมางเมิน ไม่เชื่อใจกัน การมองว่าคนอื่นโง่ ผิด

ว่ากันตามตรงในห้วงเวลานี้ ผมมองไม่เห็นวิธีอื่นใดนอกจากการหันกลับไปทำความเข้าใจสิ่งที่หลวงพี่ไพศาล ได้ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุ FM 105 คลื่นวิทยุเพื่อเด็กและครอบครัว (17 พฤษภาคม 2553) ซึ่งล้วนแต่เป็น แนวทางที่จะช่วยลดต้นเหตุของการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็น

  •  “อันดับแรก ต้องเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ถ้าเยียวยาไม่ได้ ก็ยิ่งจะไปเพิ่มแผลให้มากขึ้น สำคัญคือ อย่าแก้แค้น อย่าตอบโต้กัน”
  • “ในยามที่เพลี่ยงพล้ำ ตกเป็นผู้แพ้ อาตมาไม่อยากเห็นคนโกรธ แก้แค้น ระบายความโกรธใส่เขา เพราะจะยิ่งทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงถูกตัดออกไป และกลายเป็นศัตรูมากกว่าเดิม การแตกแยกก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น คนเสื้อแดงก็ยิ่งฝังใจและเพิ่มจำนวนมากขึ้น”
  • ต้นตอปัญหาอย่าง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียม และ ระบบสองมาตรฐาน เป็นสิ่งทุกคน ทุกสี ต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง ไม่ยัดเยียดว่าเป็นแค่ขออ้างของกลุ่มคนเสื้อแดง
  • “ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ต้องใช้สติ แก้ปัญหา กระบวนการทางกฏหมายก็ว่ากันตามกฏหมาย”

ก่อนจบ………..ผมอยากเรียกร้องให้ ศอฉ. และนายกรัฐมนตรี ได้ทบทวนยุทธศาสตร์ที่จะเอาชนะผู้ก่อการร้ายอย่างจริงจังว่าด้วยวิธีการที่ทำอยู่หรือที่คิดจะทำให้อนาคต เป็นยุทธศาสตร์ที่เป็นการเพิ่มความหมางเมิน ความไม่ไว้วางใจ ความไม่เชื่อใจระหว่างคนในสังคม ที่จะกระตุ้นให้เกิดผู้ร่วมขบวนใหม่ๆ หรือ เป็น ยุทธศาสตร์ที่เป็นไปเพื่อการลดเหตุของการก่อการร้ายกันแน่

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/samyan/20100602/118894/รัฐบาลสามารถเอาชนะการก่อการร้ายได้หรือ-.html

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 26, 2010 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,