RSS

Tag Archives: ที่ดิน

แลนด์ลอร์ดตัวจริง…สำนักงานทรัพย์สิน..คุณอานันท์ กล้าเสนอ ให้คายที่ดินไหม?

ข้อเสนอของ คณะกรรมการปฏิรูป ที่บอกว่าให้ แลนด์ลอร์ดปล่อยที่ดินออกมานั้น ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่นักการเมือง.…..ลองดู แลนด์ลอร์ดอย่าง สนง.ทรัพย์สิน ดูครับว่า มากขนาดไหน

คุณอานันท์ จะกล้าเสนอให้ สนง. ทรัพย์สิน คืนที่ดินให้กับรัฐไหมเอ่ย

ข้อมูลจากสำนักงาน ทรัพย์สินฯระบุว่า ปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในความดูแลประมาณ 37,000 สัญญา ในจำนวนนี้มีการจัดประโยชน์หลายรูปแบบ ทั้งเพื่ออยู่อาศัยหาประโยชน์พอยังชีพ ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และใช้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานทั้งภาครัฐและสมาคม องค์กรที่ไม่ได้แสวงหาประโยชน์ในเชิงธุรกิจ แยกเป็นที่ดินใน กทม.และปริมณฑล 25,000 สัญญา และในภูมิภาค อาทิ พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก พิจิตร ลำปาง ราชบุรี เพชรบุรี สงขลา นครปฐม ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวมประมาณ 12,000 สัญญา

@ พอร์ตที่ดินในมือ 3.2 หมื่นไร่

ก่อนหน้านี้บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร คือ บริษัท ซีบีริชาร์ด เอลลิส เคยประมาณการจำนวนที่ดินที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานทรัพย์สินฯว่า รวมแล้วน่าจะสูงถึง 32,500 ไร่ คิดเป็นมูลค่ารวมนับแสนล้านบาท โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ในทำเลทองย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯซึ่งมีศักยภาพในการ พัฒนาค่อนข้างสูง นับวันก็ยิ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ทั้งยังเป็นที่หมายตาของนักธุรกิจนักลงทุนทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าปลีก ฯลฯ

ไม่แปลกที่แทบทุกครั้งที่สำนักงานทรัพย์สินฯเปิดประมูลให้เช่าที่ดิน จะมีผู้ประกอบการจากหลากหลายวงการให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลจำนวนมาก อย่างกรณีล่าสุดที่กำลังเปิดประมูลให้สิทธิเช่าที่ดิน 18 ไร่ บริเวณศูนย์การค้าบางกอกบาซาร์เดิม ในทำเลถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กทม. ก็มีผู้สนใจติดต่อขอรับเงื่อนไขทีโออาร์มากถึง 28 ราย

และยังมีที่ดินในทำเลไข่แดงที่มีแผนทยอยนำออกประมูลให้สิทธิการเช่า วัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาเมืองให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของ ชุมชน

@ 4 นโยบายหลักจัดประโยชน์มุ่งเน้นความยั่งยืน

มีที่ดินอีกจำนวนไม่น้อยที่สำนักงานทรัพย์สินฯบริหารจัดการโดยไม่ได้ หวังผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจ แต่ดำเนินการโดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อชุมชนและผู้อยู่อาศัย ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายหลักในการบริหารจัดการในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดประโยชน์ อสังหาริมทรัพย์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ  เห็นได้จากมีการจำแนกประเภทผู้เช่าที่ดินตามความหลากหลายของพื้นที่และความหลากหลายของผู้เช่าประกอบด้วย

1.ผู้ที่เช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯเพื่อการอยู่อาศัยหรือหา ประโยชน์พอยังชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เช่ารายย่อยทั่วไป ไม่ได้แสวงหาผลกำไรในทางธุรกิจ จะกำหนดอัตราค่าเช่าในระดับที่ต่ำกว่าราคาตลาด

2.หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ

3.สมาคมหรือมูลนิธิ จะจัดเก็บอัตราค่าเช่าตามความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการทำประโยชน์ต่อส่วนรวม

4.ผู้เช่าเอกชนรายย่อยที่ประกอบธุรกิจขนาดย่อมเพื่อหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ กำหนดอัตราค่าเช่าอิงกับราคาตลาด

5.ผู้เช่าเอกชนรายใหญ่ที่แสวงหาผลกำไรในทางธุรกิจ และเช่าที่ดินในพื้นที่ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ จะใช้วิธีเปิดประมูลโดยพิจารณากำหนดอัตราค่าเช่าในระดับที่ใกล้เคียงกับราคา ตลาด

ที่ดินจำนวนไม่น้อยจึงถูกนำไปจัดประโยชน์ในรูปของการให้ประชาชนทั่ว ไปเช่าอยู่อาศัยทำกินในราคาที่ไม่แพง การมอบที่ดินจัดสร้างสวนสาธารณะ ลานกีฬา การใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา การใช้ประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์ เส้นทางสัญจรช่วยแก้ไขปัญหาด้านการจราจร ฯลฯ

@ เอกชนแข่งประมูลที่ดินกลางเมือง

นายสมบูรณ์ ชัยเดชสุริยะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กล่าว ว่า ในส่วนของที่ดิน 18 ไร่ ในทำเลซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าบางกอกบาซาร์เดิมนั้น หลังจากเปิดให้เอกชนที่สนใจรับทีโออาร์เพื่อเปิดประมูลสิทธิเช่าที่ดิน บริเวณศูนย์การค้าบางกอกบาซาร์ช่วงก่อนหน้านี้แล้ว วันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้สำนักงานทรัพย์สินฯจะเปิดให้เอกชนทั้ง 28 รายยื่นข้อเสนอแผนการพัฒนาที่ดินบริเวณแปลงดังกล่าวซึ่งอยู่บริเวณถนนราช ดำริ ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเวิลด์เทรด เบื้องต้นพบว่าเอกชนที่สนใจมีทั้งรายใหญ่และรายเล็ก อย่างเช่น กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น จากนั้นจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 เดือน และจะทราบผลการคัดเลือกในเดือนมีนาคม

“รูปแบบการพัฒนาจะเปิดกว้าง ไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับแนวคิดของเอกชนว่าจะนำที่ดินไปพัฒนาในรูปแบบไหน เช่น คอนโดมิเนียม โรงแรม ศูนย์การค้า เราไม่มีธงอยู่ในใจ แต่โดยศักยภาพของทำเลแล้วสามารถพัฒนาได้หลายรูปแบบ ในการพิจารณาจะดูหลายปัจจัย รวมทั้งผลตอบแทนที่สำนักงานทรัพย์สินฯจะได้รับด้วย ขึ้นอยู่กับเอกชนจะเสนอให้เท่าไร”

อย่างไรก็ตามได้กำหนดเงื่อนไขในการพัฒนาให้เอกชนต้องดำเนินการ 4 เรื่องหลัก ๆ คือ 1.รูปแบบการพัฒนาต้องทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้านการจราจร 2.ต้องให้คนอยู่คือผู้เช่าช่วงมีความสุข และได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ 3.รูปแบบโครงการเมื่อพัฒนาแล้วต้องมีความเหมาะสม สอดคล้อง และกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ และ 4.ผลตอบแทนค่าเช่าต้องเป็นธรรม

@ พลิกโมเดลพัฒนาแปลงใหม่ 19 ไร่ ซอยหลังสวน

นอกจากนี้สำนักงานทรัพย์สินฯยังมีที่ดินอีกแปลงหนึ่งขนาดเนื้อที่ 19 ไร่ ที่จะนำมาพัฒนา ทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณซอยหลังสวนติดกับโรงเรียนมาแตร์ฯและเพลินจิต สามารถทะลุออกถนนสารสินได้

“สำหรับที่ดินแปลงนี้เฟสแรกกำลังจะเปิดให้บริษัทสถาปนิกและนักออกแบบ ประกวดแนวคิดในการพัฒนาโครงการในเร็ว ๆ นี้ แต่โครงการนี้สำนักงานทรัพย์สินฯจะลงทุนพัฒนาโครงการเอง โดยจะขอจัดสรรงบประมาณปี 2555 ดำเนินการ จากนั้นจะเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลพัฒนาที่ดินในเฟสต่อ ๆ ไป อาจจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือพาณิชยกรรมก็ได้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาและออกแบบ”

@ รีโนเวตตึกย่านเยาวราชรับรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน

อีกโครงการหนึ่งที่สำนักงานทรัพย์สินฯจะดำเนินการคือ มีแผนที่จะพัฒนาโครงการใหม่บนที่ดินเดิมที่เคยจัดประโยชน์ อย่างที่ดินบริเวณเยาวราชและวัดมังกรกมลาวาส ซึ่งอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค) ซึ่งมีอยู่หลายแปลง โดยแปลงที่อยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกรฯจะปรับปรุงตึกใหม่เพื่อให้สอดรับ กับสถานีรถไฟฟ้า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อออกแบบโครงการ

ส่วนที่ดินแปลงอื่น ๆ บางแปลงจะให้ กทม.เช่าระยะยาว 30 ปี เพื่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์กีฬา สวนสาธารณะ และสำนักงานเขต อาทิ ที่ดินริมถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ เนื้อที่ 53 ไร่ ที่ดินบริเวณแสมดำ 70 ไร่ ทำเลรามคำแหง 39 จำนวน 3 ไร่ ซอยเอกชัย 101 ไร่ และแถบบางบอนอีก 100 ไร่ เป็นต้น

@ ขุมทรัพย์ที่ดินแปลงใหญ่กลางกรุง

สำหรับที่ดินแปลงใหญ่ ๆ ในทำเลทองแหล่งอื่น ๆ ที่สำนักงานทรัพย์สินฯเปิดให้เอกชนเช่าใช้ประโยชน์ในระยะยาวช่วงก่อนหน้านี้ อาทิ ที่ดินบริเวณถนนพระรามที่ 4 ที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมทหารเดิม ที่ดิน 8 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งขององค์การสะพานปลา (อสป.) บริเวณถนนเจริญกรุง ที่ดิน 27 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนเจริญกรุง ที่ปล่อยเช่าระยะยาวให้กับบริษัท แลนด์มาร์ค จำกัด ของกลุ่มนายสดาวุธ เตชะอุบล ที่ดินติดถนนพระรามที่ 1 และถนนราชดำริ ที่กลุ่มเซ็นทรัลเช่าระยะยาวพัฒนาโครงการเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ดินบริเวณสีลม สี่พระยา ราชวงศ์ วงเวียนใหญ่ ท่าพระจันทร์ บางรัก ถนนราชดำเนิน ที่ดินบริเวณหัวลำโพง ประตูน้ำ นางเลิ้ง ซอยมหาดเล็กหลวง เป็นต้น.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296990632&grpid=&catid=02&subcatid=0202

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 8, 2011 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , , ,

“อานันท์”วอน”ยักษ์ใหญ่”คายที่ดิน เปิดหน้า “แลนด์ลอร์ด”แสนล้านผู้ใจดี???

7 กุมภาพันธ์   ณ   บ้านพิษณุโลก คณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) ซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ออกแถลงการณ์คณะกรรมการว่าด้วยแนวทางปฏิรูปการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร

 

ข้อเสนอของนายอานันท์และพวกคือ   ควรลดฐานะความเป็นสินค้าเสรีของที่ดินเกษตรกรรมลง และหาทางให้เกษตรกรที่เดือดร้อนได้เข้าถึงที่ดินที่ถูกกักตุนทิ้งร้างไว้โดย เอกชนที่ไม่ใช่เกษตรกร    ตลอดจนเข้าถึงที่ดินของรัฐที่ถูกกันไว้โดยไม่เป็นธรรมหรือโดยไม่เกิด ประโยชน์

เงื่อนไขใหม่  เพื่อป้องกันมิให้เกษตรกรต้องสูญเสียที่ดินทำกินอีกต่อไป ประกอบด้วย มาตรการ 5 ข้อ ดังนี้คือ

 

1.การจำกัดเพดานการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรไว้ไม่เกิน 50 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อลดการกระจุกตัวของที่ดิน

 

2.จัดระบบข้อมูลการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรทั้งประเทศเป็นข้อมูล สาธารณะเพื่อใช้ในการบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์และเกิดความเป็นธรรม

 

3.จัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินเพื่อการเกษตรขึ้น เพื่อทำหน้าที่จัดซื้อที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือที่มีการถือครองล้น เกินมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน

 

4.ให้มีการจัดเก็บภาษีที่ดินเกษตรกรรมในอัตราก้าวหน้า เพื่อลดแรงจูงใจในการสะสมที่ดินไว้โดยไม่ทำประโยชน์

 

5.ให้มีการกำหนดเขตการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้ผู้ถือครองที่ดินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ทำการเกษตรด้วยตนเองเท่า นั้น

 

 

นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ หนึ่งในกรรมการปฏิรูป กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่จะต้องนำพื้นที่ดินนำมาจัดสรรนั้นมี 2 กลุ่ม คือ ส่วนเจ้าของที่ดินที่ถือครองขนาดใหญ่ อาจจะเป็นบริษัทเอกชนไม่ว่าจะเป็นรายย่อยรายเดี่ยว หรือบุคคลที่ถือครองที่ดินไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนที่สองคือส่วนราชการที่กันที่ดินเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเป็น จำนวนมาก ฉะนั้น 2 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่จะต้องคายที่ดินออกมา

 

” กลุ่มที่ต้องคายที่ดินออกมานอกจากกลุ่มธุรกิจและราชการแล้ว คือ กลุ่มนักการเมืองและกลุ่มธุรกิจใหญ่ข้ามชาติ ซึ่งมีเยอะพอสมควร โดยที่ดินเพื่อการเกษตรที่จะถือครองได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ถือครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นจริงๆ “ นายเพิ่มศักดิ์กล่าว

ก่อน หน้านี้ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร นักเศรษฐศาสตร์การเมือง    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    อ้างข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า    ส.ส. และ ส.ว.เป็นกลุ่มคนที่มีการสะสมที่ดินมาก โดยปี 2553 ส.ส.ถือครองที่ดินเฉลี่ยคนละ 121 ไร่ ส่วน ส.ว. เฉลี่ย 133 ไร่

จากการตรวจสอบของ มติชนออนไลน์ พบว่า   สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกว่า 400 คน จากจำนวน  476 คน ถือครองที่ดินรวมกัน 5.3 หมื่นไร่ มูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

ส่วน สมาชิกวุฒิสภา ทั้งประเภทแต่งตั้งและเลือกตั้งพบว่าถือครองที่ดินในปริมาณมากเช่นเดียวกัน

 

ทั้งนี้ ส.ว.ทั้งหมด 150 คน ในจำนวนนี้มีที่ดิน 145 คน ถือครองที่ดินรวมกัน 19,311-2-42 ไร่ มูลค่ารวม 10,429.4 ล้านบาท

 

จากการตรวจสอบ  แลนด์ลอร์ด อันดับหนึ่ง คือ นักการเมืองพรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าของที่ดิน 172 คน รวมเนื้อที่ 21,042-2-40 ไร่ มูลค่า 4,755.9 ล้านบาท

 

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ 160 คน ถือครองที่ดิน 1.5 หมื่นไร่

จากการตรวจสอบพบการถือครองที่ดินของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ จำนวน 160 คนมีที่ดินรวม   15,181-0-25 ไร่ มูลค่า   5,829,647,600 บาท

 

กลุ่มที่ ถือครองตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไปมีจำนวน  39 คน     เจ้าที่ดินที่ถือครองที่ดินมากสุดของ ปชป.  10 อันดับแรก  ประกอบด้วย

นายอนุชา บูรพชัยศรี ส.ส.กรุงเทพฯ (เจ้าของธุรกิจกลุ่มเครื่องจักรกล) และนางสุดารัตน์ คู่สมรส 60 แปลง เนื้อที่ 1,284-0-45 ไร่  มูลค่า 220 ล้านบาท

นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต และนางอัญชลี คู่สมรส 69 แปลง เนื้อที่ 1,095-0-17 ไร่  มูลค่า 240 ล้านบาท

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กรุงเทพฯ 113  แปลง เนื้อที่ 1,078-3-45 ไร่ มูลค่า 106.8 ล้านบาท

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ส.ส.กรุงเทพฯ 149 แปลง เนื้อที่ 526-3-05 ไร่ มูลค่า 78.7 ล้านบาท

นายปารเมศ โพธารากุล ส.ส.กาญจนบุรี และ นางสุมล คู่สมรส 10 แปลง เนื้อที่ 519-2-46  ไร่ มูลค่า 29.7 ล้าน

 

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล  ส.ส.กระบี่ และนางลิลิดา คู่สมรส 22  แปลง เนื้อที่ 508-1-89 ไร่ มูลค่า  66.1  ล้าน

 

นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ส.ส.อำนาจเจริญ  62 แปลง เนื้อที่ 492-0-30 ไร่ มูลค่า 39 ล้านบาท

นายไพฑูรย์ แก้วทอง  ส.ส.สัดส่วน และนางอัจฉราภรณ์  50 แปลง เนื้อที่ 485-2-59 ไร่ มูลค่า 104.5 ล้านบาท (ไม่รวมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 123.1 ล้านบาท

นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่  72 แปลง เนื้อที่ 434-1-61 ไร่ มูลค่า 803.6 ล้านบาท (มีมูลค่ามากสุดในประชาธิปัตย์)

นายสกล ม่วงศิริ ส.ส.กรุงเทพฯ   30 แปลง เนื้อที่ 413-2-93 ไร่ มูลค่า 46 ล้านบาท

รองลงมา ได้แก่   นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กรุงเทพฯ  นางสุนงค์ คู่สมรส  และบุตร 33 แปลง เนื้อที่  335-0-57 ไร่ มูลค่า 477 ล้านบาท

ส่วน พรรคชาติไทยพัฒนา   ส.ส. 21 คนจาก 25 คนถือครองที่ดินรวม 2541 ไร่
อย่างไรก็ตาม การถือครองที่ดินทั้ง 21 คนของ พรรคชาติไทยพัฒนารวมกัน ยังไม่เท่าครอบครัว นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย (หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาตัวจริง?)

 

ทั้งนี้ เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. วันที่ 22 มกราคม 2551  นายบรรหาร แจ้งว่ามีที่ดิน 201 แปลง เนื้อที่ 1,657-3-30  ไร่ มูลค่า 1,707.4 ล้านบาท (ไม่รวม โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 73 ล้านบาท)  คุณหญิงแจ่มใส  ที่ดิน 42 แปลง เนื้อที่  257 -2-60 ไร่ มูลค่า 354.8 ล้านบาท

รวม 2 คน  243 แปลง เนื้อที่ 1,915-1-90 ไร่ มูลค่า 2,062.2 ล้าน

จากสภาล่าง เหลียวดูสภาสูง  จาก สมาชิกวุฒิสภา ทั้งประเภทแต่งตั้งและเลือกตั้งพบว่าถือครองที่ดินในปริมาณมากเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ส.ว.ทั้งหมด 150 คน ในจำนวนนี้มีที่ดิน 145 คน ถือครองที่ดินรวมกัน 19,311-2-42 ไร่ มูลค่ารวม 10,429.4 ล้านบาท

ส.ว.ที่ถือครองที่ดินมากกว่า 1,000 ไร่ มี 2 คน   ได้แก่  นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล  ส.ว.กาฬสินธุ์ และนางนุชจิรัตน์ คู่สมรส รวม 209 แปลง เนื้อที่ 1,854-1-34 ไร่  มูลค่า 120.7 ล้านบาท   และนางกีระณา สุมาวงศ์ ส.ว.สรรหา  และ นายอัครวิทย์  รองประธานศาลปกครองสูงสูด คู่สมรส  รวม 85 แปลง เนื้อที่ 1,430-2-73 ไร่ มูลค่า 224.8 ล้านบาท  (ไม่รวมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 37.7 ล้านบาท)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1297084639&grpid=01&catid=&subcatid=

 
2 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 8, 2011 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , , ,