RSS

Tag Archives: ธรรมะ

“ธรรมยุติได้ ถ้าใช้ความยุติธรรม”

บางหนทางจาก พระไพศาล วิสาโล 

ขณะที่เรื่องร้ายเกิดขึ้นแล้ว แต่เราคนไทยยังต้องอยู่ด้วยกันต่อไป คำถามก็คือ เราจะอยู่กันอย่างไรกับคนเราเกลียดและเกลียดเรา บางคนอาจเถียงว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น แต่ไม่มากก็น้อย เราก็เกี่ยว

“อันดับแรก ต้องเยียวยาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ถ้าเยียวยาไม่ได้ ก็ยิ่งจะไปเพิ่มแผลให้มากขึ้น สำคัญคือ อย่าแก้แค้น อย่าตอบโต้กัน” เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต และ เจ้าของรางวัลศรีบูรพา ปีล่าสุด ตอบคำถามข้างต้น 

กล่าวถึง “จำเลยสังคม” ในตอนนี้อย่างกลุ่ม นปช. พระไพศาลไม่อยากให้มองว่าเป็นแค่กลุ่มที่สร้างความเดือดร้อน แต่ต้องหมายรวมถึงประชาชนแนวร่วมที่สนับสนุนอยู่ทั่วประเทศ ที่โดน “กาหัว” ไว้แล้ว

“ในยามที่เพลี่ยงพล้ำ ตกเป็นผู้แพ้ อาตมาไม่อยากเห็นคนโกรธ แก้แค้น ระบายความโกรธใส่เขา เพราะจะยิ่งทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงถูกตัดออกไป และกลายเป็นศัตรูมากกว่าเดิม การแตกแยกก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น คนเสื้อแดงก็ยิ่งฝังใจและเพิ่มจำนวนมากขึ้น”

ความหลังครั้งเข้าร่วมในเหตุการณ์ 16 ตุลาคม 2519 กลับเข้ามาสู่ความทรงจำของหลวงพี่ จนมี “คำเตือนสติ” บางอย่างออกมา

“คราวนั้น คนจำนวนมากต่อต้านนักศึกษา ต่อต้านเพื่อน และ ครอบครัวนักศึกษา จนนักศึกษาเองอยู่ไม่ไหว กลัวภัยมาถึงตัว เลยเข้าป่าไป แต่ปัจจุบันนี้ เราไม่มีป่าให้เข้าแล้ว ต้องอยู่กันในเมือง เป็นแนวร่วมนปช. สร้างความรุนแรงอย่างที่เห็น ฉะนั้น อย่าผลักเขา ยิ่งเท่ากับไปช่วยเพิ่มแนวร่วม อย่าไปโกรธเกลียดเขา …แน่นอนทุกฝ่ายเจ็บปวด แต่ถ้าเราต้องการสังคมที่สงบสุข เราก็ควรจะเว้น”

ต้นตอปัญหาอย่าง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียม และ ระบบสองมาตรฐาน เป็นสิ่งทุกคน ทุกสี ต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง ไม่ยัดเยียดว่าเป็นแค่ขออ้างของกลุ่มคนเสื้อแดง

“คนเสื้อแดงในเมืองที่เขาไม่จน เขาก็รู้สึก แม้จะไม่มีคุณทักษิณ แต่คนอื่นที่พูดแนวนี้ (ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง) เขาจะได้รับการสนับสนุน และสร้างคนแบบนี้มากขึ้นอีก ก็จะเกิดปัญหาแบบเดียวกันอีก ต่อสู้กันอีก และกลายเป็นความรุนแรงในที่สุด”

ไม่ต่างอะไรกับเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ความเหลื่อมล้ำ สร้างผู้ก่อการร้าย ขบวนการกองกำลังติดอาวุธ

“เดิมพวกเขาคือประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม”

หากตอนนี้ “แผนปรองดองแห่งชาติ” จากรัฐบาล นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความพยายามจะแก้ปัญหาตรงนี้ด้วยวิธีที่เป็นรูปธรรมต่างๆ เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก

“พูดกันมาเยอะแล้ว ถึงเวลาต้องทำกันจริง” พระไพศาลย้ำ

  • เยียวยาด้วยความยุติธรรม 

 เปรียบเทียบกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่มีการเผาสถานที่ต่างๆ เพียงแต่ตอนนั้นเป็นการเผาสถานที่ราชการ ไม่ได้ลามมาถึงห้างร้านเอกชนอย่างตอนนี้

“ทั้งห้างสรรพสินค้า ธนาคาร โรงหนัง สามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง เขาไม่ได้ต้องการแค่เงินหรือปล้นสะดมภ์เพียงอย่างเดียว แต่เพราะเขาโกรธแค้นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล คนที่สร้างความเหลื่อมล้ำให้แก่พวกเขา”

ดังนั้น การแก้ไขด้วยการเข้าปราบและสลายพื้นที่จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด

เช่นเดียวกัน คนที่คิดว่าตัวเองเป็นตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็อย่าระบาย ขยายความโกรธไปมากกว่านี้ คนเสื้อแดงเองที่มีจำนวนมาก ก็ต้องช่วยเตือนสติกัน

“ต้องไม่ใช่ความรุนแรง ต้องใช้สติ แก้ปัญหา กระบวนการทางกฏหมายก็ว่ากันตามกฏหมาย”

ถ้าใครกำลังโกรธแค้นและพยายามหาทางระบายด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง โปรดฟังคำแนะนำของหลวงพี่ก่อน

“ความโกรธแค้น จะเผาจิตใจตัวเองเป็นคนแรก คนที่ทำให้เราโกรธ เขาก็ไม่ได้เดือดร้อนไปกับเราด้วย เราอย่าทำร้ายจิตใจตัวเอง ยิ่งเราโกรธ และระบายความแค้น ก็ยิ่งเป็นการจองเวรกัน และเวรก็จะกลับมาที่เรา เป็นการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา  ที่สำคัญ การที่เรารู้สึกอย่างนี้ เท่ากับเราไปเป็นแนวร่วมทางกลับของกลุ่มคนเสื้อแดง เราอย่าไปเป็นแนวร่วม เพราะมันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ยิ่งสนับสนุนทางอ้อม ต้องมีสติ อย่าไปตามอำนาจความโกรธ ไม่เช่นนั้น ตัวเอง ลูกหลานจะเดือดร้อน”

หลังจากนั้น  ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องใช้กระบวนการยุติธรรม ทำความจริงให้ปรากฎ

“ในสังคม เวลามีความขัดแย้ง ความจริงและความยุติธรรม จะช่วยได้  ต้องสอบสวน หาความจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตามข่าวลือ เอาปัญหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ นปช. สื่อ ประชาชน กระทั่งรัฐบาล มันจะช่วยเยียวยาผู้สูญเสีย และ ผู้เจ็บปวดทุกฝ่ายได้” 

 “ธรรมยุติได้ ด้วยความยุติธรรม…เจริญพร” พระไพศาล ทิ้งท้าย

———————————————————-

ไฟกำลังไหม้ใจเรา

“เราทุกคนมีงานการก็ต้องทำ อย่ามัวแต่ดูข่าว และอย่าลืมกลับมาอยู่กับตัวเองด้วย กลับมาอยู่กับลมหายใจ กลับมาดูใจของตัวว่า เราเครียด เรากำลังโกรธ เรากำลังจุดไฟเผาลนใจของเราแค่ไหน ไฟมันไม่ได้ไหม้เฉพาะรอบๆ ราชประสงค์ มันไหม้ใจเราด้วย อย่ามัวแต่ห่วงกังวลไฟที่ไหม้แถวราชปรารภ บ่อนไก่ ดินแดงเท่านั้น หันมาใส่ใจไฟที่กำลังไหม้ในใจเราด้วย ถ้าไฟไหม้ใจเราแล้วเรายังดับไม่ได้ ก็จะก่อปัญหามากขึ้น ตอนนี้พอเราเครียดแล้วไม่รู้ทันความเครียดเราก็ไปสร้างความเครียดให้กับคนอื่นใกล้ตัว ให้กับลูก ให้กับสามีภรรยา แล้วก็อาจจะอดรนทนไม่ได้ออกไปร่วมต่อสู้ ร่วมตอบโต้ ร่วมก่อความรุนแรง คนที่เป็นแบบนี้ก็เยอะ ดังนั้นเราจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นไม่ได้เลยตราบใดที่เรายังไม่รู้จักดับไฟในใจของเรา”

(หมายเหตุ : บางส่วนจากบทสัมภาษณ์พระไพศาล วิสาโล FM 105 คลื่นวิทยุเพื่อเด็กและครอบครัว 17 พฤษภาคม 2553)

Advertisements
 
 

ป้ายกำกับ: , ,