RSS

Tag Archives: มคอ.

เหตใด TQF จึงไม่ตอบโจทย์อุดมศึกษาไทย

เป็นบทความที่ ดร.อรัญญา ศิริผล เขียนนะครับ

น่าสนใจมากๆๆๆๆ

ดาว์นโหลดไปอ่านกันครับ..TQF…ขนาด file 257 KB

 
3 ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 4, 2011 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: , ,

ยื่น 700 รายชื่อเสนอ “รมว.ศธ.” ยกเลิก “TQF” ชี้ทำให้อุดมศึกษาไทยล้าหลัง

วานนี้ (9 ก.ย.54) เวลา 16.30 น.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิชาการ 10 คน ในฐานะตัวแทนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าพบ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมยื่นรายชื่อคณาจารย์ราว 700 คน ที่ร่วมลงชื่อแสดงความไม่เห็นด้วย และขอให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF) พ.ศ.2552 ต่อนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดยมี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ. ร่วมรับฟัง

ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.กฤตยา และคณะตัวแทนฯ ส่งจดหมายขอเขาพบรมว.ศธ.โดยระบุถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าพบครั้งนี้ว่า เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย และปัญหาจากการประกาศใช้TQF โดย กกอ.ที่จะนำมาซึ่งความล้าหลังในการจัดการอุดมศึกษาของไทย และก้าวไม่ทันกับการจัดการศึกษาแบบบูรณาการเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ใน พ.ศ.2558 โดยต้องการให้รัฐมนตรีสั่งการให้ กกอ.และสกอ.ยกเลิกการใช้ TQF เนื่องจากเป็นการขัดกับการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ บั่นทอนเจตจำนงและความรับผิดชอบต่อสังคมของอุดมศึกษาอีกทั้งยังคุกคาม เสรีภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย

นายวรวัจน์กล่าวว่า จากการหารือตนรับข้อเสนอของคณาจารย์ไปพิจารณา เบื้องต้นคงไม่สามารถยกเลิกกรอบ TQF ทั้งหมดได้ เพราะยังมีความจำเป็นต้องมีกรอบมาตรฐานการศึกษาขั้นต่ำไว้ แต่สิ่งที่จะยกเลิกได้อย่างแรกคือ เรื่องวิธีการกรอกข้อมูลเอกสารการประเมินต่างๆ ที่ทางอาจารย์คิดว่าเป็นเรื่องซ้ำซ้อนและเป็นภาระงาน ซึ่งตนมอบให้ สกอ.ไปดูในรายละเอียดต่างๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยจะต้องเป็นแนวทางที่ให้อิสระทางวิชาการแก่มหาวิทยาลัย

ด้าน รศ.นพ.กำจรกล่าวว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับกลุ่มคณาจารย์ที่มาคัดค้าน TQF และได้รับทราบถึงเหตุผลในการเข้ามายื่นหนังสือคัดค้านครั้งนี้ จึงได้อธิปรายต่อกลุ่มคณาจารย์ว่า ขณะนี้ สกอ.กำลังปรับบทบาทอยู่แล้ว และเห็นด้วยในบางประเด็นของการคัดค้าน TQF โดยเฉพาะในขั้นตอนการกรอกเอกสาร ซึ่งในส่วนนี้คงต้องหาช่องทางในการยกเลิก และจากนี้ สกอ.จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือ กกอ.เพื่อดูว่าจะมีแนวทางในการปรับวิธีการในการดำเนินการอย่างไร จะได้ไม่ให้เกิดปัญหากับทุกฝ่าย

สำหรับข้อเสนอของคณาจารย์ทั่วประเทศ มีดังนี้

1.ทิศทางการพัฒนาอุดมศึกษาต้องเน้นเป้าหมายเชิงคุณภาพและการรับใช้สังคม เพื่อให้การปฏิรูปอุดมศึกษา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง ขอให้ สกอ.ทบทวนแนวทางการผลักดันมหาวิทยาลัยที่มุ่งแข่งขันไปสู่ World Class Universities มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้วยมาตรฐานเชิงเดี่ยวของการจัดอันดับ และการยึดหลักเกณฑ์การประกันคุณภาพเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว

สกอ.ควรหันมาพัฒนาแนวทางความเป็นเลิศของอุดมศึกษาที่วางอยู่บนหลักการ ที่เคารพต่อความหลากหลายทางวิชาการ และความแตกต่างของมหาวิทยาลัย บูรณาการแนวทางเชิงคุณภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งการพิจารณาความเป็นเลิศ ให้ความสำคัญต่อการตอบสนองและรับผิดชอบต่อสังคม และตอบปัญหาต่อท้องถิ่นที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ อันเป็นพันธะกิจสำคัญที่สถาบันอุดมศึกษาควรให้ความสำคัญ

2. การปฏิรูปอุดมศึกษาต้องวางอยู่บนหลักการของการเคารพเสรีภาพทางวิชาการ แนวทางการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ควรเปลี่ยนจากระบบการรวมศูนย์อำนาจที่เน้นการควบคุมบังคับ มาสู่การสนับสนุนและส่งเสริม ให้สถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนสมาคมวิชาการต่างๆ ได้มีอิสระ และเสรีภาพ ตลอดจนมีส่วนในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคุณภาพทางวิชาการของ ตนเอง สนับสนุนทางเลือกอื่นๆ ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลาย และแตกต่างของลักษณะเฉพาะของสาขาวิชา

สกอ.ควรปรับบทบาทของตนเองไปสู่การสนับสนุนเสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของสถาบันต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการลดความซ้ำซ้อนและภาระงานทางเอกสารของระบบประกัน คุณภาพที่มีอยู่ และหันมาสนับสนุนให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบประกันคุณภาพทางวิชาการอย่างแท้จริง

3.ขอให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552 เนื่องจากซ้ำซ้อนกับระบบการประกันคุณภาพการเรียนการสอนที่มีอยู่แล้วของ สมศ.และการประกันคุณภาพภายใน (SAR) ที่ต้องจัดทำอยู่แล้วทุกปี ตลอดจนขัดกับอิสรภาพของมหาวิทยาลัย

สกอ.ควรจัดให้มีการประมวลและรวบรวมปัญหาระบบการประกันคุณภาพการเรียน การสอนของอุดมศึกษาไทย เปิดให้การประชุมเพื่อรับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องแนวทางการพัฒนาแนวทางการประกันคุณภาพที่มี ความยืดหยุ่น คำนึงถึงความแตกต่างและหลากหลายของมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ โดยการมีส่วนร่วมของคณาจารย์ สมาคม วิชาการ และสมาคมวิชาชีพ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ

อนึ่ง การขอเข้าพบครั้งนี้ สืบเนื่องจากผลการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ความเป็นเลิศของอุดมศึกษาไทยกับการแข่งขันการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตามเกณฑ์ มาตรฐานนานาชาติ: สิทธิ อำนาจ และความรับผิดชอบต่อสังคม” เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2554 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดโดย คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยา และ มหาวิทยาลัยมหิดล (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม และโครงการจัดตังสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา) ร่วมกับ สมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย และสมาคมนักสังคมวิทยาและนักมานุษยวิทยาสยาม โดยที่ประชุมมีมติให้จัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งลงนามโดยคณาจารย์ทั่วประเท

เรียบเรียงบางส่วนจาก: ไทยโพสต์

เอกสารข้อเสนอ ข้อเสนอต่อ สกอ.

 
 

ป้ายกำกับ: , ,

มคอ…ไม่มีใครเอา

มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (มคอ.) ที่ผลักดันโดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นั้น ได้รับการวิจารณ์อย่างอบอุ่นจากกัลยาณมิตรนักวิชาการจำนวนไม่น้อย ผมจำได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อน อาจารย์สายสังคมศาสตร์จำนวนร่วม 300 คน ได้ลงชื่อ “ไม่เห็นด้วย” และเสนอให้มีการทบทวน และมีข่าวในหนังสือพิมพ์ว่า ผู้ใหญ่ใน สกอ.รับปากว่าจะทบทวน…จากนั้นมาเรื่องก็เงียบหายไป

สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยว่า มคอ. คือ อะไร อธิบายง่ายๆ ว่า มันเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่มีเป้าหมายเพื่อการเชื่อมโยง อ้างอิงมาตรฐานกับมหาวิทยาลัยอื่นในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเทียบเคียง เทียบโอนหน่วยกิต อีกทั้งยังเพื่อใช้ประเมินความสำเร็จ ประสิทธิผลในการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยด้วย

พ้นไปจากคำอธิบายว่า มคอ. คืออะไรในข้างต้น  ข่าวของ สกอ. ไม่ว่าจะเป็น การเรียกร้องขออำนาจจัดการงบประมาณของมหาวิทยาลัยเพื่อกำกับทิศทางการพัฒนา  การเรียกร้องกฎหมายใหม่ที่จะควบคุมมหาวิทยาลัย….ผมไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกันไหม..แต่ถ้าตามข่าวแล้ว ผมเริ่มกังวลครับ

และไม่กี่เดือนมานี้ เป็นช่วงเทศกาลของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศต้องทำประเมินตัวเอง หลายสถาบันจำเป็นต้องหยิบยกเรื่อง มคอ. มาคุยอีกครั้ง เพราะเกณฑ์การประเมินตัวเองนั้น มีเรื่องของ มคอ. เข้ามาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญในปีหน้ามันกำลังจะถูกบังคับใช้ แน่นอนว่านั่นคือที่มาของบทความน่าอ่าน 2 บทความ ได้แก่ ตลาดอุดมศึกษา : จ่ายครบ-จบแน่ เขียนโดย ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ และ ถึงเวลาอุดมศึกษา “ยูเทิร์น” โดย พิภพ อุดร  ซึ่งทั้ง 2 บทความ ได้ชี้ให้เห็น ความไม่เป็นจริงและความไม่มีประโยชน์ในการจัดมาตรฐานอุดมศึกษาในแบบที่เป็นอยู่ ผมคิดว่า เป็น 2 บทความที่บรรจุคำถามที่ท้าทายให้คณะกรรมการ สกอ. ต้องหาข้อโต้แย้งว่าข้อวิจารณ์ทั้งหมดไม่เป็นจริงอย่างไร

อ่านต่อ…..มคอ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 8, 2011 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ถึงเวลาอุดมศึกษา “ยูเทิร์น” โดย ดร.พิภพ อุดร

ยิ่งนับวัน มาตรฐานอุดมศึกษาไทยก็ยิ่งเข้ารกเข้าพง ด้วยหลงงมงายในความเชื่อพื้นฐานผิดๆ ที่อาจจะนำพาการศึกษาไทยให้ถอยหลังไปกว่าครึ่งศตวรรษ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ความพยายามในการสร้าง “กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.)” ที่บังคับกะเกณฑ์ ให้ทุกมหาวิทยาลัยที่จะให้ปริญญาเดียวกัน ต้องมีโครงสร้างหลักสูตร เหมือนๆ กันทั่วทั้งประเทศ ทำราวกับว่าเป็นระบบ “การผลิตแบบเหมาโหล” ที่ผู้มีอำนาจออกใบสั่ง ให้แต่ละมหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิตออกมารับใช้ตลาดได้โดยมีคุณสมบัติเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะผลิตจากมหาวิทยาลัยใดก็ตาม
เท่ากับตีราคาว่ามหาวิทยาลัยก็มีคุณค่าไม่ต่างจาก “โรงงานรับจ้างผลิต” ซึ่งเป็นนโยบายที่สวนทาง กับการส่งเสริม “ความงอกงามทางปัญญา” อันเป็นหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง

เคยสงสัยไหมว่า ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ เกษตร มหิดล เป็นมหาวิทยาลัยที่ต่างตั้งขึ้นมาเพื่อด้วย วัตถุประสงค์เฉพาะที่แตกต่างกัน เพื่อทำหน้าที่ เป็น “ขุมปัญญา” แก่สังคมในด้านที่แตกต่างกัน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อันเป็นการใช้งบประมาณและทรัพยากรของรัฐ ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด เวลาผ่านมาไม่กี่สิบปี ตอนนี้ทุกมหาวิทยาลัยสอนเหมือนกันหมด มีหลักสูตรแบบเดียวกันหมด

มาวันนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ทบทวนว่ามีอะไรผิดพลาดกับทิศทางที่กำลังมุ่งไป กลับซ้ำเติมให้หนักหนากว่าเดิมด้วยการทำให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องใช้หลักสูตร เดียวกัน เพื่อทำให้เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะกำหนดโครงสร้างหลักสูตรไว้เหมือนกัน ใช้ชื่อวิชาเดียวกัน คำอธิบายรายวิชาเดียวกัน
ซึ่งเป็นความพยายามที่กำลังทำให้ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ทางการศึกษากลายเป็น “มาตรฐานขั้นสูง” กำลังให้คุณค่า “ความเหมือน” มากกว่า “ความต่าง” และเป็นความหลงผิดในสาระสำคัญอย่างสิ้นเชิงว่า “เขียนหลักสูตรไว้ให้เหมือนๆ กัน” แล้วจะทำให้เกิด “มาตรฐานคุณภาพแบบเดียวกัน”

ทำไม “เชียงใหม่” จะต้องใช้หลักสูตรเดียวกับ “สงขลา” ทำไม “อุบล” จะต้องเหมือน “บูรพา” ทำไม “ภูมิภาค” จะต้องเหมือน “ส่วนกลาง” ทำไมไม่ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งงอกงามตามศักยภาพ และทำหน้าที่ในการตอบสนองต่อสังคม และชุมชนในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ ทำไมไม่สนับสนุนการแข่งขันเพื่อ พัฒนาให้เกิดความแตกต่างทางการศึกษา อันจะนำมาซึ่งความงอกงามทางปัญญา

ทำไมจึงดูถูกสถาบันการศึกษาว่า หากไม่กำหนดไม้บรรทัดไว้ แล้วแต่ละมหาวิทยาลัยจะเหลวไหล ทำไมดูแคลนประชาชนไทย ว่าจะไม่มีวิจารณญาณดีพอที่จะเลือกได้ว่าสถาบันไหนดี และเหมาะสม กับเป้าหมายในชีวิตของตนเอง

ทำไมรัฐบาลจึงไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะทำในการสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยการ สนับสนุนทุน การศึกษาแก่นักศึกษาทุกคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และต้องการความช่วยเหลือ ทางการเงิน
ทำไมไม่สนับสนุนเงินทุนวิจัยให้เพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่าเพื่อให้เกิดการ สร้างองค์ความรู้เพื่อแก้ ปัญหาสังคมไทย มากกว่าที่จะส่งเสริมให้ไปลอกความรู้ฝรั่งมาท่องสอนในห้องเรียน

ทำไมไม่สนับสนุนให้แต่ละมหาวิทยาลัยทุ่มเทไปในความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจน เป็นที่ประจักษ์ มากกว่าที่จะมาคอยบังคับให้ทำอะไรเหมือนๆ กัน โดยไม่มีอะไรโดดเด่นสักอย่าง

ทำไมไม่สร้างระบบจูงใจให้มหาวิทยาลัยแข่งขันกันเพื่อสร้างความเป็นเลิศ ทางวิชาการให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และอย่างน้อยเป้าหมายเฉพาะหน้าที่สำคัญคือเป็นผู้นำทางการศึกษาในระดับ อาเซียน มีองค์ความรู้ด้านอาเซียน มีการสอนภาษาอาเซียน ฯลฯ

ทำไมมัวมาสร้างกฎเกณฑ์บนกระดาษที่เสียเวลา และสิ้นเปลืองทรัพยากร ด้วยการบังคับให้กรอก แบบฟอร์ม มคอ. ทั้งหลายทั้งปวง ราวกับมหาวิทยาลัยเป็นเด็กอนุบาลที่ต้องคัดลายมือเป็น การบ้านส่งอาจารย์ ซึ่งไม่ได้ช่วยประกันการสร้างคุณภาพให้การศึกษาแม้แต่น้อยนิดแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังเป็น อุปสรรคใหญ่หลวงต่อความยืดหยุ่น และรวดเร็วในการปรับหลักสูตรการศึกษาให้ เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำหนด “กรอบมาตรฐานหลักสูตร” เป็นประกาศของกระทรวง ก็ยิ่งเท่ากับ เป็นการใส่ “โซ่ตรวน คุมขัง” พัฒนาการแห่งการศึกษา เพราะทุกคนก็รู้ว่าระเบียบราชการแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ยากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีระเบียบราชการที่ล้าหลังเต็มประเทศไทยไปหมด ในทุกวันนี้ จะแก้ไขอะไรก็ใช้เวลาเนิ่นนาน และทำได้ยากเย็นแสนเข็ญ

ขอตั้งคำถามถึงบรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งกันทุก วันนี้ ว่ามีพรรคใดหรือไม่ ที่นอกเหนือจากการลดแลกแจกแถมเงินรายเดือน ยกเว้นดอกเบี้ย ยกเว้นภาษี ให้กับประชาชนทุกอาชีพ ทุกช่วงอายุแล้ว จะยังให้ความสำคัญกับพัฒนาสติปัญญาของคนในชาติให้งอกงาม และกอบกู้ความหลงผิดในทิศทางของอุดมศึกษาไทยให้คืนกลับมาโดย “การยกเลิก การบังคับใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.)” ที่นอกจากจะไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางการศึกษาแล้ว ยังเป็นภาระที่ถ่วงความก้าวหน้าทางวิชาการอีกด้วยได้หรือไม่

หากนักการเมืองคนใดที่ถูกวางตัวไว้ให้รับตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาคนใหม่” จะประกาศนโยบายนี้ให้ชัดเจน ก็จะขอสนับสนุนให้ผู้คนที่ใส่ใจ และห่วงใยในการศึกษาของชาติ ไปเลือกท่านมาเป็นรัฐบาลเพื่อฉุดรั้งการศึกษาไทยไม่ให้หลงทางมากไปกว่านี้ โดยทั่วกัน

กรุงเทพฯ ธุรกิจ วันที่ 30 มิ.ย. 54

http://goo.gl/waWg8

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 30, 2011 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,