RSS

Tag Archives: Ted.com

มาเป็น Ted Translator กันครับ….I’m a Ted Translator

สำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นว่า Ted คืออะไร ก็ต้องลองเข้าไปดูที่ www.ted.com  นะครับ
แหล่งสาระอันสร้างสรรค์ของเหล่านักคิดที่ถูกเชิญมาแสดงอัจฉริยะภาพในด้านต่างๆ
Ted – – Technology, Entertainment and Design

เหล่านักคิด นักปฏิบัติทั้งหลายทั่วโลก ที่ถูกเชิญมาพูด จะพูดสั้นๆ ประมาณ 15-20 นาที ในเรื่องราวอันเป็นแรงบันดาลในมิติต่างๆ ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม สุขภาพ มนุษยชาติ ธุรกิจ การศึกษา ศิลปะ การออกแบบ สถาบัตยกรรม สิ่งแวดล้อม…………..

แต่ปัญหาคือ มันเป็นภาษาอังกฤษ ครับ เรื่องดีๆ จึงมี คนไทยติดตาม กันไม่มากมายนัก

อย่างไรก็ดี Ted ได้ทำโครงการเปิดให้แปล เพื่อเชิญชวนอาสาสมัครทั่วโลก มาช่วยกันแปล เรื่องราวดีๆ น่าสนใจให้เป็น ภาษาของแต่ละประเทศ

สำหรับ ภาษาไทยนั้น นะขณะนี้มี อาสาสมัครช่วยกันแปลอยู่สัก 20 กว่าคน ซึ่งนับว่า น้อยมากครับ เพราะมี บทแปลอยู่เพียง 35 บทเท่านั้น
เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีมากถึง 114 บท http://www.ted.com/translate/languages

ผมจึงอยากเชิญชวน ท่านทั้งหลายที่แวะเวียนมาเยี่ยม blog แห่งนี้ไป สมัครเป็น นักแปลกันครับ

เพื่อช่วยกันแปลงานดีๆ ให้คนไทย ได้รับรู้ ได้รับทราบ ความคิดอันทรงพลังจากทั่วทุกมุมโลก

อันนี้เป็นตัวอย่างงานที่ผมแปลครับ…

อย่ากลัวครับ เพราะมีระบบช่วยเหลือกันในหมู่ผู้แปลครับ….เชิญนะครับ
 
 

ป้ายกำกับ: , ,

ศาสตร์แห่งการนำเสนอด้วย powerpoint

ผมสนใจเรื่องการ present งานและการใช้ powerpoint นำเสนองานมานานพอสมควร เนื่องจากทำมาหากินอยู่กับเรื่องพวกนี้

ผมมีหนังสือ 2 เล่มมาฝากครับ
1) PresentationZen

2) Slideology

กับ 1 link ครับ…เป็นของนักเขียนหนังสือเล่มแรกนะครับ

 
2 ความเห็น

Posted by บน มกราคม 14, 2010 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ: ,

ตอมแมลงวัน : ทำไมโลกจึงบิดเบี้ยวในสายตาคนอเมริกัน

พี่วิไล ตระกูลสิน ได้แปล เนื้อหาเรื่องนี้ จาก www.ted.com  ซึ่งเป็น website ที่รวบรวม บทพูด ที่น่าสนใจไว้เป็นจำนวน มาก……

อลิซ่า มิลเลอร์ ซีอีโอของ Public Radio International ในอเมริกา ผู้ผลิตรายการวิทยุอิสระ เจ้าของคำขวัญ “ฟังสียงที่แตกต่าง – hear a different voice” กล่าวไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2008 ว่าขณะที่คนอเมริกันต้องการรู้เรื่องราวในโลกมากขึ้น สื่ออเมริกันส่วนใหญ่กลับไม่ได้ทำหน้าที่นั้น 

เพื่อแสดงให้เห็นว่าข่าวมีอิทธิพลต่อการมองโลกอย่างไร เธอแสดงภาพแผนที่โลกที่แต่ละประเทศจะมีขนาดใหญ่เล็กตามจำนวนเวลาที่สื่อ อเมริกันเสนอข่าว ในแผนที่นั้นทั้งสหรัฐ และอิรักมีขนาดพองโตมาก ขณะที่ประเทศอื่นๆ แทบจะลีบหายไป
 
รูป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นตัวเลขจากปริมาณข่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2007 เดือนที่เกาหลีเหนือยอมรื้อถอนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เกิดน้ำท่วมใหญ่ในอินโดเนเซีย และ IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Changeหรือคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) แถลงผลการศึกษาที่กรุงปารีสยืนยันว่าภาวะโลกร้อนเป็นผลจากน้ำมือมนุษย์ แต่เนื้อข่าว 79% เกี่ยวกับอเมริกา ถ้าเอาข่าวอเมริกาออก ที่เหลืออีก 21% ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอิรัก แทบไม่มีข่าวอื่นเลย มีข่าวเกี่ยวกับรัสเซีย จีนและอินเดียรวมกันเพียง 1%
 
เมื่อวิเคราะห์เนื้อข่าวทั้งหมด พบว่ามีข่าวหนึ่งที่กลบข่าวประเทศอื่นๆ หมดยกเว้นอิรัก คือข่าวการตายของแอนนา นิโคล สมิธ  (อดีตนางแบบเพลย์บอยที่เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย) และข่าวนี้กินเนื้อที่ข่าวมากกว่ารายงานของ IPCC ถึงสิบเท่า วงจรเช่นนี้ยังเกิดขึ้นต่อไป เพราะบริตนีย์ สเปียรส์ กำลังมาแรง
 
ทำไมเราจึงไม่รู้ข่าวของโลกมากขึ้น เหตุผลหนึ่งคือ สำนักข่าวลดเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศลงครึ่งหนึ่ง นอกจากสำนักข่าว ABC ที่มีสำนักงานเล็กๆ มีเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียวในไนโรบี นิวเดลี และมุมไบแล้ว ไม่มีสำนักข่าวต่างประเทศของอเมริกาในอาฟริกา อินเดียและอเมริกาใต้ ทั้งๆ ที่มีประชากรรวมกันกว่าสองพันล้านคน
 
ที่แย่กว่านั้นคือทีวีอเมริกันเสนอข่าวต่างประเทศเพียง 12%
 
ลองพิจารณาเว็บไซต์บ้าง ในปี 2007 ศูนย์วิจัย Pew ร่วมกับวิทยาลัยวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย วิเคราะห์ข่าวที่ปรากฏบนหน้าแรกของกูเกิ้ลจำนวน 14,000 ข่าว พบว่าพูดถึงเหตุการณ์เพียง 24 เหตุการณ์ และข่าวต่างประเทศที่เสนอผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นการนำข่าวจากสำนัก ข่าวเอพีและรอยเตอร์มาเสนอใหม่ และไม่ได้ให้บริบทที่จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจความเชื่อมโยงมากขึ้น
 
ทั้งหมดนี้จึงอธิบายว่าทำไมคนอเมริกันทั้งกลุ่มที่จบปริญญาและกลุ่มที่ ไม่ค่อยมีการศึกษาจึงรู้เรื่องราวของโลกน้อยกว่าคนกลุ่มเดียวกันเมื่อ 20 ปีก่อน และถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะคนอเมริกันไม่สนใจก็ไม่จริง ในช่วงสองสามปีมานี้ คนอเมริกันที่กล่าวว่าติดตามข่าวต่างประเทศอย่างใกล้ชิดมีเพิ่มขึ้นกว่า 50%
 
คำถามคือ เราอยากให้คนอเมริกันเห็นโลกแบบบิดเบี้ยวเช่นนี้หรือ เธอเชื่อว่าเราทำได้ดีกว่านี้ และเราต้องทำ
 
 

ป้ายกำกับ: ,